xs
xsm
sm
md
lg

#MGRTOP7 : อาลัย “สุรินทร์ พิศสุวรรณ” | “ประยุทธ์” ดีแตกที่ภาคใต้ | “มารีญา” มงไม่ลงแต่ยังคงรักเธอ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


MGR Online ขอนำเสนอ “Top 7 ข่าวฮอตในรอบ 7 วัน” สรุปข่าวเด่น ประเด็นฮอตที่พลาดไม่ได้ เป็นประจำทาง mgronline.com และเฟซบุ๊ก MGR Online Live แฮชแท็ก #MGROnline #MGRTOP7

หมายเหตุ : เนื่องจากเว็บไซต์ MGR Online กำลังปรับปรุงเว็บไซต์ใหม่ ต้องการชมเนื้อหาย้อนหลัง คลิก https://bit.ly/mgrtop7 ขออภัยในความไม่สะดวก

สรุปข่าวประจำวันที่ 25 พ.ย. - 1 ธ.ค. 2560

อันดับ 1 : “ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ” ถึงแก่อนิจกรรมด้วยโรคหัวใจล้มเหลว

เมื่อวันที่ 30 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่านายสุรินทร์ พิศสุวรรณ อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อดีต รมว.ต่างประเทศ และอดีตเลขาธิการอาเซียน ถึงแก่อนิจกรรมเมื่อเวลา 15.07 น. เนื่องจากหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน ที่โรงพยาบาลรามคำแหง รวมอายุได้ 68 ปี โดยได้นำศพไปประกอบพิธีทางศาสนาอิสลาม ที่บ้านพักย่านท่าอิฐ จ.นนทบุรี จากนั้นวันที่ 1 ธ.ค. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พล.อ.อ.เกษม อยู่สุข หัวหน้าสำนักงานราชเลขานุการในพระองค์ เป็น ผู้แทนพระองค์เชิญดินพระราชทานและพวงมาลาวางหน้าศพ รวมทั้งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี และพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ผู้แทนพระองค์นำพวงมาลาวางหน้าศพด้วย จากนั้นญาติได้เคลื่อนย้ายร่างนายสุรินทร์ออกจากบ้านมาทำพิธีที่สุเหร่าท่าอิฐ และเคลื่อนย้ายร่างมาฝังลงภายในหลุมดินของกุโบร์ด้านข้างของสุเหร่ามัสยิดท่าอิฐ นับเป็นความสูญเสียบุคคลสำคัญทางการเมืองที่ทุกฝ่ายยอมรับ

สำหรับประวัตินายสุรินทร์ เกิดเมื่อวันที่ 28 ต.ค. 2492 ที่บ้านปอเนาะ ต.กำแพงเซา อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช จบการศึกษาประถมศึกษาที่โรงเรียนวัดบ้านตาล จบมัธยมศึกษาที่โรงเรียนกัลยาณีศรีธรรมราช และโรงเรียนเบญจมราชูทิศ ก่อนเรียนที่คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แล้วสอบชิงทุนได้ไปเรียนสหรัฐอเมริกา สำเร็จการศึกษาปริญญาตรี รัฐศาสตรบัณฑิต (ปรัชญารัฐศาสตร์) มหาวิทยาลัยแคลร์มอนต์ ปริญญาโท รัฐศาสตรมหาบัณฑิต และปริญญาเอก รัฐศาสตรดุษฎีบัณฑิต (ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ) มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 11 ปี ก่อนเข้าสู่แวดวงการเมืองในปี 2529 เป็น ส.ส.นครศรีธรรมราช 7 สมัย เป็น รมช.ต่างประเทศ ปี 2535-2538 และ รมว.ต่างประเทศ ปี 2540-2544 เป็นรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ปี 2548-2549 และสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) สมัยรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ แต่สิ่งที่ภาคภูมิใจที่สุดในชีวิตก็คือ เป็นเลขาธิการอาเซียน คนที่ 2 ต่อจากนายแผน วรรณเมธี โดยดำรงตำแหน่งและปฏิบัติภารกิจที่กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย ตั้งแต่ปี 2551-2556

อันดับ 2 : “ประยุทธ์” ดีแตก! ครม.สัญจรภาคใต้ ตะคอกใส่คนปัตตานี-ป้ายสีม็อบถ่านหิน

การลงพื้นที่ จ.ปัตตานี และ จ.สงขลา ในการประชุม ครม.สัญจรของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เมื่อวันที่ 27-28 พ.ย. แม้จะเหลือคณะรัฐมนตรีเพียงแค่ 14 คน หลังถูกปรับออกและ ครม.เข้ามาใหม่ยังไม่ได้ทำพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณ แต่ก็ยังคงเดินหน้าประชุม แต่แทนที่จะได้คะแนนนิยมเฉกเช่นภาคอีสาน แต่กลับเสียแต้ม โดยระหว่างไปตลาดกลางปศุสัตว์จังหวัดชายแดนภาคใต้ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี มีนายภรัณยู เจริญ อายุ 34 ปี ชาวประมงร้องเรียนอยากให้แก้ไขกฎระเบียบเกี่ยวกับการทำประมง แต่เมื่อต้องพูดเสียงดังเพื่อแข่งกับไมโครโฟน ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ไม่พอใจ ตวาดนายภรัณยูกลับว่า “อย่ามาส่งเสียงกับผม ผมฟังคุณเนี่ย พูดดีๆ ก็ได้” ทำให้เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ถึงพฤติกรรมอันไม่เหมาะสม ผู้สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์แสดงความเป็นห่วง กลัวว่าจะเสียมวลชน











ขณะที่ผู้ชุมนุมคัดค้านโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา เดินเท้าจาก อ.เทพา จ.สงขลา เมื่อวันที่ 24 พ.ย. เพื่อเตรียมไปยื่นหนังสือกับนายกรัฐมนตรี ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย ก็ถูกตำรวจชุดควบคุมฝูงชนภูธรจังหวัดสงขลา นำโดย พล.ต.ต.ปรีดา เปี่ยมวารี ผบก.ภ.จว.สงขลา พร้อมทหารตั้งแถวสกัดไม่ให้ผ่านเข้าพื้นที่ชั้นใน ก่อนจะเกิดเหตุการณ์ชุลมุนกันขึ้น ผู้ชุมนุมบาดเจ็บ 4 คน ตำรวจจับกุมแกนนำและผู้ชุมนุม 16 คน แต่พบว่านายมุสตาร์ซีดีน วาบา หรือแบร์มุส หนึ่งในผู้ชุมนุมไม่อยู่ที่สถานีตำรวจ และติดต่อไม่ได้ พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ใช้รายการเดินหน้าประเทศไทย พยายามโยงไปว่าหนีไปเที่ยวกับผู้หญิงที่ไม่ใช่ครอบครัวด้วยความตลกขบขัน ทำให้เป็นที่วิจารณ์ว่าใส่ร้ายป้ายสีและไม่ให้เกียรติผู้ชุมนุม แม้ พล.ท.สรรเสริญจะอ้างว่าเป็นการเปรียบเทียบเหตุการณ์อื่นก็ตาม ขณะที่แกนนำและผู้ชุมนุม 16 คน ศาลจังหวัดสงขลาอนุญาตให้ประกันตัวโดยใช้ตำแหน่งอาจารย์ เมื่อ 30 พ.ย.
ภาพจากกองประกวด MISS UNIVERSE
อันดับ 3 : มงไม่ลงแต่ยังคงรักเธอ! “มารีญา พูลเลิศลาภ” ติด TOP 5 ครั้งแรกในรอบ 29 ปี

แม้ว่าจะไม่ได้สวมมงกุฎในครั้งนี้แต่ก็ยังคงชนะใจคนทั้งประเทศ สำหรับ น.ส.มารีญา พูลเลิศลาภ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2017 เข้าร่วมประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2017 ครั้งที่ 66 ที่ลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา โดยมีสาวงามเข้าร่วมชิงมงกุฎรวม 92 ประเทศ โดยพบว่ามารีญาติดไปถึงรอบ 5 คนสุดท้าย ในรอบตอบคำถาม มารีญาได้คำถามที่ว่า การเปลี่ยนแปลงทางสังคมที่สำคัญที่สุดในยุคของคุณคืออะไรและทำไม มารีญาตอบว่า “ถ้าดิฉันคิดว่าการเปลี่ยนแปลงทางสังคมที่สำคัญที่สุดในอนาคต คือสังคมผู้สูงอายุ แต่เราต้องลงทุนทรัพยากรมนุษย์ที่สำคัญ คือคนรุ่นใหม่ซึ่งเป็นอนาคตของชาติที่จะเปลี่ยนแปลงสังคมค่ะ” ก่อนที่จะพลาดในรอบ 3 คนสุดท้าย โดยมงกุฎตกเป็นของสาวงามชาวแอฟริกาใต้ น.ส.เดมี-ลีห์ เนล-ปีเตอร์ส วัย 22 ปี นับเป็นสาวงามชาวแอฟริกาใต้คนที่ 2 ที่คว้ามงกุฎมิสยูนิเวิร์ส ขณะที่ น.ส.ลอรา กอนซาเลส จากโคลอมเบีย ครองตำแหน่งรองอันดับหนึ่ง และ น.ส.ดาวินา เบนเนตต์ จากจาเมกา รับตำแหน่งรองอันดับ 2 ถึงกระนั้น น.ส.มารีญา ถือเป็นสาวงามของไทยที่เข้ารอบลึกที่สุดในรอบ 29 ปี



หลังจบการประกวด น.ส.มารีญา กล่าวความรู้สึกผ่านเฟซบุ๊กเพจ Miss Universe Thailand น้ำเสียงสั่นเครือและถึงกับร้องไห้เมื่อกล่าวถึงการไม่ได้ไปต่อในรอบ 3 คนสุดท้าย ว่า “ตอนนี้มารีญาก็ประกวดเสร็จแล้ว ขอขอบคุณทุกคนที่สนับสนุนมารีญา รู้สึก (ร้องไห้) ดีใจมากที่ทุกคนเชื่อในตัวมารีญามากๆ มีความรู้สึกผิดหวังนิดหนึ่งที่เราไม่ได้ ทำได้เท่าที่ทุกคนคาดหวัง แต่ว่าเราก็ทำเต็มที่แล้ว ก็หวังว่าทุกคนจะยังมีความสุข ตอนดูโชว์ก็สนุก มีความสุขไปด้วย ขอบคุณมากๆ ทุกคนที่สนับสนุน ให้กำลังใจ มาเชียร์ถึงลาสเวกัสด้วย หวังว่าคราวนี้จะมีอะไรใหม่ๆให้ทุกคนจับตามองและมีความสุขได้อีก ก็เดี๋ยวรอดูกันนะคะ” ขณะที่ในโลกโซเชียลต่างโพสต์ข้อความและมีวลีเพื่อเป็นกำลังใจ อาทิ มงไม่ลงยังคงรักเธอ มารีญาทำดีที่สุดแล้ว นอกจากนี้ ยังวิจารณ์ถึงคำถามที่กล่าวถึงการขับเคลื่อนทางสังคม ทำให้มองว่าเป็นคำถามที่ยาก สำหรับการให้เวลาเพียง 30 วินาที ในการตอบ และมารีญาเองก็เหมือนตอบไม่ตรงประเด็น หรือตอบไม่โดนใจกรรมการ

อันดับ 4 : “พระครูกิตติพัชรคุณ” จับกุมได้เพราะคดีพรากผู้เยาว์ แต่ติดคุกเพราะมีเอี่ยวเงินทอนวัด

หากยังจำกันได้ในคดีเงินทอนวัดลอต 2 จำนวน 23 วัด พบว่า พระครูกิตติพัชรคุณ หรือนายสมเกียรติ ขันทอง อายุ 53 ปี เจ้าอาวาสวัดลาดแค และ เจ้าคณะอำเภอชนแดน จ.เพชรบูรณ์ เป็น 1 ใน 4 ผู้ต้องหาคดีนี้ ร่วมกับผู้บริหารสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ยุคนายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ และนายพนม ศรศิลป์ ร่วมกันทุจริตงบก่อสร้างบูรณะปฏิสังขรณ์วัด เมื่อตำรวจปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบ หรือ ปปป. ไปหาถึงวัดลาดแคก็ไม่พบ แต่เมื่อ 9 โมงเช้าของวันที่ 29 พ.ย. ตำรวจกองปราบปราม จับกุมพระครูกิตติพัชรคุณ ได้ที่วัดลาดแค หลังศาลอาญาอนุมัติหมายจับ ลงวันที่ 27 พ.ย. ข้อหากระทำอนาจารเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี เนื่องจากชาวบ้านร้องเรียนว่ามีพฤติกรรมชู้สาวกับสิบตรีหญิงประจำกรมทหารแห่งหนึ่งในจังหวัดพิษณุโลก ตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 และเคยยกพวกทำร้ายร่างกายแฟนหนุ่ม ต่อมาตำรวจ ปปป.จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาเงินทอนวัดต่อไป



ต่อมาวันที่ 30 พ.ย. ตำรวจกองปราบปรามนำตัวพระครูกิตติพัชรคุณไปฝากขังต่อศาลอาญาผัดแรก ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ขอให้สละสมณเพศแต่ไม่ยินยอม ต่อมามีญาติโยมนำหลักทรัพย์ยื่นขอประกันตัว ศาลจึงอนุญาตให้ประกันตัวในวงเงิน 2 แสนบาท โดยตั้งเงื่อนไขห้ามออกนอกประเทศ แต่ตำรวจ ปปป.ตามไปอายัดตัว กระทั่งวันที่ 1 ธ.ค. นำตัวไปฝากขังต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง พร้อมคัดค้านการประกันตัว กลุ่มญาติโยมนำหลักทรัพย์ยื่นขอประกันตัวอีก แต่สุดท้ายศาลไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว กระทั่งคณะกรรมการจากสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เจรจาให้ถอดผ้าไตรจีวรเพื่อสึกจากความเป็นพระก่อนเข้าเรือนจำ แต่ไม่ยินยอม กระทั่งผ่านไป 1 ชั่วโมง จึงยอมสละสมณเพศ ก่อนถูกควบคุมตัวเข้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้มีภาพของพระครูกิตติพัชรคุณ ร่วมอวยพรวันเกิด พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม แต่โฆษกกระทรวงกลาโหมปฏิเสธว่าไม่ได้มีความสนิทสนมกัน

อันดับ 5 : ทีเด็ดสาวแบงก์! “แก๊งคอลเซ็นเตอร์” เจอแฉข้อมูลบัญชีจนหงายหลัง

แก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ใช้เทคโนโลยี VPN ปลอมแปลงหมายเลขโทรศัพท์หน่วยงานต่างๆ แล้วโทรศัพท์ไปแอบอ้างผู้เสียหาย อ้างว่าเป็นผู้โชคดี หรือเป็นผู้กระทำความผิด เพื่อหลอกให้ทำธุรกรรมโอนเงินผ่านบัญชีธนาคาร สร้างความเสียหายและสูญเสียเงินทองแก่ประชาชนมาแล้วหลายราย แต่สำหรับผู้เสียหายรายนี้ใช้ไหวพริบในการต่อสู้กับคนร้ายจนได้รับเสียงชื่นชมจากโลกโซเชียลฯ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 29 พ.ย. เฟซบุ๊ก NaNa Nana Knc ของ น.ส.มารีนา แสงฉาย พนักงานธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาโรบินสัน ราชบุรี เผยแพร่เฟซบุ๊กไลฟ์ขณะที่เธอตกเป็นเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์ อ้างว่าบัญชีธนาคารของเธอมีปัญหา พัวพันต่อการกู้เงินกับธนาคารแห่งหนึ่งในพื้นที่ภาคเหนือ และให้ถอนเงินเอาไปใส่เครื่องฝากเงินสดโดยอ้างว่าเป็นการตรวจสอบทรัพย์สิน แต่พยายามพูดคุยกับคนร้ายเพื่อเอาข้อมูลเลขที่บัญชีจากคนร้ายจนได้เลขที่บัญชี และชื่อบัญชีของคนร้าย ทราบชื่อเจ้าของบัญชีคือ นายพลูสวัสดิ์ คำภิระแปง ชาวจังหวัดลำปาง







ต่อมาวันที่ 1 พ.ค. พ.ต.ท.จิรัฏฐ์ จิรพัชรศิรพร รอง ผกก.สืบสวน สภ.เมืองลำปาง นำกำลังเข้าตรวจค้นที่บ้านเลขที่ 163 ถ.ประตูม้า ต.เวียงเหนือ อ.เมืองลำปาง ที่ถูกระบุว่าเป็นที่อยู่ของนายพลูสวัสดิ์ อายุ 37 ปี เจ้าของบัญชีที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ โทรไปหลอกผู้เสียหาย พบว่าทำงานอยู่ที่ร้านซ่อมรถใกล้บ้าน สอบสวนยอมรับว่าได้รับจ้างเปิดบัญชีธนาคารพร้อมทำบัตรเอทีเอ็มให้กับคนแปลกหน้า แต่ไม่รู้เห็นว่าจะเอาสมุดบัญชีไปทำอะไร โดยมีคนมาชักชวนให้เปิดบัญชี และ 1 เดือนค่อยปิดบัญชีก็จะได้รับเงินค่าจ้าง 1 พันบาท ไม่คิดว่าจะมีเรื่องราวใหญ่โต อย่างไรก็ตาม ตำรวจไม่สามารถแจ้งข้อกล่าวหาได้ เพราะยังไม่มีผู้เสียหาย อีกด้านหนึ่ง มีทนายความบางคนระบุว่า การกระทำดังกล่าวสุ่มเสี่ยงต่อการทำผิดกฎหมายนั้น นายสารัชต์ รัตนาภรณ์ รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ยืนยันว่าไม่มีนโยบายลงโทษพนักงานคนดังกล่าว พร้อมเห็นว่าการนำเลขที่บัญชีจากคนร้ายไปสืบค้น มีเจตนาเพื่อช่วยป้องกันมิจฉาชีพ

อันดับ 6 : มือลั่นไปเอง! จับหนุ่มหื่นจับนมสาวบนรถเมล์ เจอคลิปบนโซเชียลฯ

พฤติกรรมโรคจิตบนระบบขนส่งมวลชนมักจะเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้งแต่ไม่เป็นข่าว เพราะผู้เสียหายเกิดความอับอาย แต่เมื่อมีคนกล้าเปิดเผยเรื่องนี้บนโซเชียลมีเดียก็สามารถจับกุมผู้ก่อเหตุเอาไว้ได้ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 พ.ย. ผู้ใช้เฟซบุ๊ก “อภินพ คม บุตดีมี” โพสต์คลิปวิดีโอขณะนั่งอยู่บนรถประจำทาง แล้วมีมือปริศนาพยายามยื่นมาจับหน้าอก ลงในเฟซบุ๊กเพจ YouLike (คลิปเด็ด) พร้อมเขียนข้อความบรรยายว่า “รถเมล์สาย 8 แฟนผมขึ้นรถไปซื้อของแต่เจอโรคจิต โดนจับ 2-3 ครั้งถึงจะรู้ตัวได้ถ่ายคลิปไว้” โดยคาดว่าเหตุเกิดบนรถประจำทางสาย 8 วิ่งระหว่างแฮปปี้แลนด์-สะพานพระพุทธยอดฟ้าฯ ต่อมาวันที่ 29 พ.ย. นักศึกษามหาวิทยาลัยวัย 24 ปี เข้าแจ้งความต่อตำรวจ สน.บางซื่อ ว่าถูกชายคนเดียวกันในคลิป ลวนลามขณะนั่งโดยสารบนรถประจำทางสาย 8 เมื่อวันที่ 18 ส.ค.ที่ผ่านมา พร้อมหลักฐานภาพถ่ายคนร้าย ขณะที่หนึ่งในผู้เสียหายที่ถูกลวนลามบนรถเมล์ และเป็นผู้ถ่ายคลิปลงโซเชียลฯ เข้าให้ปากคำต่อตำรวจ







จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ทราบข้อมูลว่า ผู้ต้องสงสัยเคยทำงานอยู่ย่านสนามบินดอนเมือง ก่อนขออนุมัติหมายจับจากศาล กระทั่งวันที่ 30 พ.ย. ตำรวจจับกุม นายพีรพล ยอดเจริญ อายุ 36 ปี อาชีพรับจ้างชูป้ายรับนักท่องเที่ยวภายในท่าอากาศยานดอนเมือง และแจกใบโฆษณาตามที่ต่างๆ ที่บ้านพักเลขที่ 632 ม.3 ต.บางพูน อ.เมือง จ.ปทุมธานี สอบสวนผู้ต้องหารับสารภาพว่าก่อเหตุจริง ทุกครั้งที่เห็นเหยื่อมือจะไปเอง โดยเมื่อวันที่ 18 ส.ค. ขณะนั่งรถโดยสารประจำทางสาย 8 อยู่เบาะหลังผู้เสียหาย ใช้มือสอดเข้ามาบริเวณระหว่างเบาะจับหน้าอกผู้เสียหายและหลบหนีไป โดยก่อเหตุลักษณะเดียวกันช่วงเดือนกันยายน ถึงพฤศจิกายนที่ผ่านมา บนรถโดยสารประจำทางสาย 8, 24, 28, 29, 97, 510 ประมาณ 20-30 ครั้ง ล่าสุดคือเมื่อวันที่ 26 พ.ย. ซึ่งมีคลิปปรากฏในโลกโซเชียลฯ เบื้องต้นแจ้งข้อหากระทำอนาจารแก่บุคคลอายุกว่า 15 ปี ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป

อันดับ 7 : เอาคืน “ยุติธรรม-ดีเอสไอ” ปม “จอมทรัพย์” รื้อคดี - “พิทบูล” โดนสอบระดมทุน 1 ล้าน

งานนี้ดูเหมือนว่าตำรวจพยายามเอาคืนกับกรณีที่นางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร อายุ 55 ปี อดีตข้าราชการครูที่ยื่นคำร้องขอให้รื้อฟื้นคดีขับรถชนคนตาย แล้วศาลจังหวัดนครพนมมีคำพิพากษาในชั้นฎีกายกคำร้อง เพื่อกอบกู้ศักดิ์ศรีหลังถูกโลกโซเชียลฯ วิจารณ์ย่อยยับ โดยได้ดำเนินคดีต่อนายสับ วาปี ที่อ้างว่าเป็นคนขับรถตัวจริง และรับสารภาพว่านายสุริยา นวลเจริญ หรือครูอ๋อง อายุ 54 ปี เพื่อนครูจอมทรัพย์ว่าจ้าง พบว่าเมื่อวันที่ 25 พ.ย. ตำรวจจับกุมนางจอมทรัพย์ได้ที่บ้าน จ.สกลนคร โดยให้การปฏิเสธ ส่วนนายสุริยา ถูกจับกุมที่สถานีรถไฟหลักสี่ กรุงเทพฯ ก่อนส่งตัวไปยัง จ.นครพนม นายสุริยาสารภาพว่าเป็นผู้จ้างคนไปรับผิดแทนครูจอมทรัพย์ แต่ปฏิเสธข้อหาแสดงหลักฐานเท็จต่อศาลและอั้งยี่ซ่องโจร ส่วนนายนิรันดร์ แสนเมืองโคตร อดีตสามีนางจอมทรัพย์ ได้เข้ามอบตัว ผัดฟ้องฝากขังนัดแรก 12 วัน ก่อนศาลอนุญาตให้ปล่อยตัว



ที่น่าสังเกตก็คือ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รักษาราชการแทนรอง ผบ.ตร. พยายามเชิญเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) 14 คน และกระทรวงยุติธรรมมาให้ปากคำ รวมถึง พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ซึ่งนางจอมทรัพย์ได้ร้องเรียนก่อนหน้านี้ โดยระบุว่า หลังศาลยกคำร้องขอรื้อฟื้นคดี กระทรวงยุติธรรมไม่เคยแสดงท่าทีขอโทษ รวมทั้งยังเรียกสอบปากคำ นายณัชพล สุพัฒนะ หรือมาร์ค พิทบูล ประธานชมรมมิตรภาพพิทบูล ที่เคยระดมทุนช่วยเหลือนางจอมทรัพย์ 1 ล้านบาท ซึ่งนายณัชพลยอมรับว่าได้ระดมเงินบริจาค เพราะเห็นว่านางจอมทรัพย์เป็นแพะ แต่พอทราบภายหลังจึงไปต่อว่านายสุริยา นางจอมทรัพย์จะนำเงินไปใช้จ่ายอะไรไม่ทราบ ยืนยันว่าไม่เคยรู้จักเป็นการส่วนตัว การระดมเงินโปร่งใส มีเจตนาบริสุทธิ์ในการช่วยเหลือ ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการรับจ้างเป็นแพะแต่อย่างใด ถ้าคิดว่าออกมาช่วยเหลือสังคมแล้วผิดก็ขอโทษ ส่วนครูจอมทรัพย์เกี่ยวหรือไม่เกี่ยวต้องให้ตำรวจสืบสวนไป
กำลังโหลดความคิดเห็น...