xs
xsm
sm
md
lg

#MGRTOP7 : "บิ๊กตู่" ติด ร. วิชาลืม | "ก้าวคนละก้าว" เกินร้อยล้าน | รักครั้งใหม่ของ "ชาคริต"

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


MGR Online ขอนำเสนอ “Top 7 ข่าวฮอตในรอบ 7 วัน” สรุปข่าวเด่น ประเด็นฮอต ที่พลาดไม่ได้ เป็นประจำทาง mgronline.com และเฟซบุ๊ก MGROnline Live แฮชแท็ก #MGROnline #MGRTOP7

หมายเหตุ : เนื่องจากเว็บไซต์ MGR Online กำลังปรับปรุงเว็บไซต์ใหม่ ต้องการชมเนื้อหาย้อนหลัง คลิก https://bit.ly/mgrtop7 ขออภัยในความไม่สะดวก

สรุปข่าวประจำวันที่ 4 - 10 พ.ย. 2560

อันดับ 1 : 6 คำถามสืบทอดอำนาจ? "บิ๊กตู่" ทิ้งอัตนัยก่อนไปนอก-สะพัด คสช. หนุนพรรคใหม่

หลังก่อนหน้านี้ให้ประชาชนตอบ 4 คำถามแล้วยังไม่เฉลย คำถามใหม่ชวนให้วงแตกมาอีกแล้ว สำหรับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เมื่อวันที่ 8 พ.ย. ได้ตั้งคำถาม 6 ข้อ สอบถามประชาชนผ่านช่องทางศูนย์ต่างๆ ที่กระทรวงมหาดไทยรับผิดชอบ อาทิ 1. เราจำเป็นต้องมีพรรคการเมือง หรือนักการเมืองหน้าใหม่ ให้ประชาชนได้พิจารณาในการเลือกตั้งครั้งต่อไปหรือไม่ 2. การที่ คสช. จะสนับสนุนพรรคการเมืองใด ถือเป็นสิทธิ์หรือไม่ 3. สิ่งที่ คสช.และรัฐบาลนี้ทำในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา มองเห็นอนาคตที่ดีของประเทศชาติบ้างหรือไม่ 4. การเอาแนวทางจัดตั้งรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งในอดีต มาเปรียบเทียบกับการจัดตั้งรัฐบาลในวันนี้ เป็นสิ่งที่ถูกต้องทั้งหมดหรือไม่ 5. รัฐบาลและการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งแบบประชาธิปไตยที่ผ่านมา แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพ มีธรรมาภิบาล และพัฒนาประเทศที่มีความต่อเนื่อง ชัดเจนเพียงพอหรือไม่ และ 6. เหตุใดพรรคการเมือง นักการเมืองจึงออกมาเคลื่อนไหวด่า คสช. เป็นต้น



ทั้งนี้ กระทรวงมหาดไทยเตรียมเปิดศูนย์ดำรงธรรมทั่วประเทศ รับฟังความเห็นจากประชาชนตั้งแต่วันที่ 13 พ.ย. เป็นต้นไป แต่คำถามดังกล่าว ทำเอาบรรดากลุ่มการเมืองต่างๆ ออกมาวิพากษ์วิจารณ์กันจำนวนมากว่าเป็นการชี้นำเพื่อหวังผลสืบทอดอำนาจทางการเมืองหรือไม่ นายถาวร เสนเนียม อดีต ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ และแกนนำ กปปส.กล่าวว่า เมื่อดูคำถามทั้งหมดแล้วชัดเจนแล้วว่า พล.อ.ประยุทธ์ ต้องการคำตอบเพื่อวางแผนเล่นการเมืองในอนาคต ส่วนนายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา ระบุว่า การที่ คสช.จะสนับสนุนพรรคการเมืองนั้น ขอให้ลองนึกดูว่า คสช.ในฐานะกุมอำนาจทั้งหมดและอยู่จนมีรัฐบาลชุดใหม่จะเหมาะสมหรือไม่ อย่างไรก็ตาม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ปฏิเสธว่าเป็นการปูทางตั้งพรรคการเมือง คิดว่าเป็นคำถามถึงประชาชนเท่านั้น อย่าไปพูด ไปวิจารณ์อะไรกันมากมาย อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ พล.อ.ประยุทธ์ เดินทางไปประชุมเอเปกที่ประเทศเวียดนาม และประชุมสุดยอดอาเซียนที่ประเทศฟิลิปปินส์ ระหว่างวันที่ 10-15 พ.ย. นี้

อันดับ 2 : "ก้าวคนละก้าว" ทะลุร้อยล้าน เศรษฐีเมืองคอนใจป้ำยกให้ 16 ล้าน

ยังคงมีคนไทยทั้งประเทศให้กำลังใจอย่างต่อเนื่อง สำหรับกิจกรรมวิ่งการกุศล "ก้าวคนละก้าว เพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ" ของ "ตูน บอดี้สแลม" นายอาทิวราห์ คงมาลัย นักร้องชื่อดัง วิ่งออกจาก อ.เบตง จ.ยะลา ขณะนี้ได้วิ่งไปแล้ว 4 จังหวัด ได้แก่ จ.ยะลา จ.ปัตตานี จ.สงขลา และ จ.นครศรีธรรมราช โดยยอดบริจาคที่ปรากฎผ่านเว็บไซต์ kaokonlakao.com ได้ทะลุ 100 ล้านบาทไปแล้วเมื่อเวลา 13.15 น. ของวันที่ 7 พ.ย. ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม เป้าหมายในการวิ่งของตูน บอดี้สแลมนั้นจะไปสิ้นสุดที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ในวันที่ 25 ธ.ค. นี้ ระยะทาง 2,191 กิโลเมตร โดยตั้งเป้ายอดบริจาคที่ 700 ล้านบาท ประชาชนสามารถบริจาคผ่านช่องทางต่างๆ ได้แก่ ธนาคารไทยพาณิชย์ เลขที่บัญชี 111-393-5263, โอนเงินผ่านพร้อมเพย์ ไปที่ เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของมูลนิธิโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า 0-9940-00005-26-1 และ SMS ครั้งละ 10.70 บาท โดยพิมพ์ T แล้วกดส่งมาที่ 4545099 (ทุกเครือข่าย)

ขณะเดียวกัน ยังพบว่ามีเศรษฐีใจบุญชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช เตรียมที่จะร่วมสมทบทุนบริจาคตามโครงการนี้เช่นกัน โดยนายจิมมี่ ชวาลา เจ้าของห้างขายผ้าจิมมี่ กลางเมืองนครศรีธรรมราช ระบุว่าเตรียมที่จะบริจาคในนามชาวนครศรีธรรมราชทุกคน 1.6 ล้านคน รวม 16 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนความตั้งใจ และถือโอกาสทำบุญ หลังครอบครัวรอดตายจากเหตุเพลิงไหม้ศูนย์การค้ารองเท้าเซ็นเตอร์พอยต์ เมื่อวันที่ 4 พ.ย. และยังต้องพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช โดยเมื่อวันที่ 7 พ.ย. นายจิมมี่ได้ออกตั๋วแลกเงิน ธนาคารยูโอบี มูลค่า 16 ล้านบาท มอบให้กับโครงการก้าวคนละก้าว ผ่าน นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งทางผู้ว่าฯ จะจัดพิธีมอบเงินที่หน้าพระบรมธาตุเจดีย์ซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวนครศรีธรรมราช เพื่อให้เป็นกุศลครั้งใหญ่ร่วมกัน

อันดับ 3 : รักครั้งใหม่! "ชาคริต" สละโสดอีกรอบ เผยท้องก่อนแต่ง-เศร้าแท้งลูกแฝด

เริ่มต้นชีวิตคู่ครั้งใหม่กันไปแล้วสำหรับพระเอก "ชาคริต แย้มนาม" กับสาวนอกวงการ แอน ภัททิรา รุ่งโรจน์ ที่กำลังอุ้มท้องอ่อนๆ จัดขึ้นอย่างเรียบง่ายที่รีสอร์ตเป๊กกี้โคฟ ชายหาดคุ้งวิมาน จ.จันทบุรี เมื่อวันที่ 8 พ.ย. โดยเชิญเฉพาะเพื่อนสนิท รวมถึงเพื่อนๆ ในวงการบางส่วน การรักษาความปลอดภัยเข้มงวด พิธีการเป็นไปอย่างเรียบง่าย มีวิธีไหว้ผี ตามแบบคนจันทบุรีในช่วงเช้า ต่อด้วยพิธีสงฆ์ มอบสินสอด สวมแหวน และผูกข้อมือจากญาติผู้ใหญ่ แต่สิ่งที่ทำให้แขกประทับใจที่สุดเมื่อชาคริต พาเจ้าสาวกราบแม่ซึ่งกำลังป่วยบนวีลแชร์ และชาคริตร่้ำไห้อีกครั้งตอนที่ผู้ใหญ่ที่เคารพ หนิง นิรุตติ์ และ ต่าย เพ็ญพักตร์ มารดน้ำสังข์



ก่อนหน้านี้ ชาคริตให้สัมภาษณ์ครั้งแรกกับสถานีโทรทัศน์ช่องวัน เมื่อวันที่ 7 พ.ย. เปิดเผยว่า ตนรู้จักกับแอนในกองละคร ทางช่องโมโน 29 ที่มี บรู๊ค ดนุพร ปุณณกันต์ เป็นผู้จัด เริ่มต้นจากความเป็นเพื่อนที่ดี คุยสนุก ฝ่ายเจ้าสาวแม่เป็นหมอประจำอนามัยที่ จ.จันทบุรี เกษียณแล้ว ทำงานให้ สสส. ส่วนพ่อทำสวน ทำไร่ กระทั่งเมื่อ 3 เดือนก่อน มีลูกด้วยกัน อัลตร้าซาวด์ครั้งแรกเป็นลูกแฝด ก่อนจะเข้าไปไหว้พ่อแม่ฝ่ายหญิง กระทั่งเมื่ออัลตร้าซาวด์อีกครั้ง พบว่าลูกหลุดไปหนึ่งคน รู้สึกเสียใจ ผิดหวัง แต่ลูกที่ยังเหลืออีกคนจะดูแลให้แข็งแรงที่สุด ยืนยันว่า การแต่งงานครั้งนี้ ไม่ได้แต่งเพราะเขาท้อง แต่ตนวางแพลนไว้อยู่แล้ว

อันดับ 4 : ฝังดินน้องน้ำ 6 ปี "โมนา" กลับคำให้การ แม่ผวาถูกโทรศัพท์ข่มขู่

คดีอาชญากรรมสะเทือนขวัญที่สุดในรอบสัปดาห์คงต้องยกให้กับการหายตัวไปของ น.ส.จริยา ศรีศักดิ์ หรือ น้องน้ำ วัย 16 ปี หลัง นางจันทิรา ศรีศักดิ์ ชาว จ.เพชรบุรี ร้องเรียนต่อมูลนิธิปวีณา หงสกุล เพื่อเด็กและสตรี ว่าหายตัวไปตั้งแต่เดือนเมษายน 2554 ก่อนที่ตำรวจภูธรจังหวัดเพชรบุรี ได้เบาะแสว่าถูกทำร้ายเสียชีวิต และนำศพไปฝังดิน เมื่อวันที่ 3 พ.ย. จึงเข้าตรวจค้นบริเวณสวนกล้วย ซอยศาลาลอย 4 หมู่ 7 ต.หนองโสน อ.เมืองฯ จ.เพชรบุรี พบโครงกระดูกมนุษย์ในถุงพลาสติกสีดำ โดยมีผ้าห่มห่อหุ้มอีกชั้นฝังที่ใต้ต้นตาลท้ายสวน ต่อมาวันที่ 5 พ.ย. ตำรวจควบคุมตัว น.ส.กฤษณา สุวรรณพิทักษ์ หรือ โมนา อดีตผู้เข้าประกวดนางงาม ได้ที่ลานนารีสอร์ต อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา รับสารภาพว่าใช้ขวดสเปรย์ฉีดน้ำหอมตีเข้าที่ใบหน้าและลำตัวจนถึงแก่ความตาย ก่อนนำศพไปฝังอำพรางที่บ้านแม่ใน จ.เพชรบุรี แทน โดยมีผู้ร่วมก่อเหตุอีก 4 คน

ต่อมาวันที่ 6 พ.ย. น.ส.กฤษณากลับคำให้การ อ้างว่าไม่ได้เป็นผู้ลงมือฆ่าน้องน้ำ แต่เป็นทอมบอยคนสนิท ก่อนที่ญาติผู้ต้องหายื่นยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวพร้อมเงินสด 2.5 แสนบาท ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว กำหนดเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกประเทศ แต่ต่อมาวันที่ 7 พ.ย. น.ส.ปรารถนา ท้วมทรัพย์ หรือเมาท์ สาวทอมบอยคนสนิท ให้การซัดทอดไปที่ น.ส.กฤษณา เป็นผู้ลงมือฆ่า ขณะเดียวกัน หลัง น.ส.กฤษณาได้รับการประกันตัว พบว่ามีโทรศัพท์ปริศนาเป็นเสียงผู้ชาย ข่มขู่นางจันทิราว่าให้ยุติคดี ไม่เช่นนั้นจะเดือดร้อน นอกจากนี้ ลูกสาวของ น.ส.กฤษณา ยังขอกองปราบปรามคุ้มครองหลังมาเป็นพยานในคดีนี้ และเคยถูกแม่ทำร้ายร่างกายหลายครั้ง ขณะที่ตำรวจอยู่ในขั้นตอนรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีกับบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด หากพบพฤติกรรมคุกคามพยานหรือทำลายหลักฐานก็พร้อมยับยั้งการประกันตัว

อันดับ 5 : ไม่รู้สี่รู้แปด! "ไอ้มาสคาร่าเปื้อน" พร้อมพวกนับสิบบุกตีคู่อริในโรงพยาบาล

ปัญหาวัยรุ่นตีกันกับคู่อริในโรงพยาบาล มักจะเกิดขึ้นบ่อยครั้งในสังคมต่างจังหวัด หลังงานเทศกาลต่างๆ จนบุคลากรทางการแพทย์และคนไข้ต้องหวาดผวา แต่ที่หนักหนาสาหัสที่สุด เกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่ 5 พ.ย. เวลาประมาณ 22.30 น. กลุ่มวัยรุ่นนับสิบคน บุกเข้าไปในห้องฉุกเฉิน โรงพยาบาลกระทุ่มแบน ต.ตลาดกระทุ่มแบน อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร แล้วทำร้ายร่างกายคู่อริที่กำลังรอเข้ารับการรักษา หนึ่งในนั้นใช้ไม้เบสบอลกระหน่ำตี ขณะที่ด้านนอกได้ใช้ปืนยิงขู่ขึ้นฟ้านับสิบนัด ก่อนจะใช้รถกระบะสีขาวหลบหนีไป ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 3 คน ในโลกโซเชียลต่างประณามพฤติกรรมของผู้ก่อเหตุว่ามีความโหดเหี้ยมไร้มนุษยธรรม ลงมือได้แม้กระทั่งในโรงพยาบาล ส่วนคนไข้ ญาติ และบุคลากรทางการแพทย์ต่างหวาดผวาถึงความปลอดภัย



วันที่ 7 พ.ย. ชุดสืบสวน สภ.กระทุ่มแบน ได้คลี่คลายคดีจับกุม นายชาคริต หรือเฟิร์ส นกขำดี อายุ 18 ปี มีประวัติเคยถูกจับกุมคดีลักรถจักรยานยนต์ เพราะสักที่ใบหน้ารอบดวงตาแตกต่างจากคนอื่น เรียกว่า สักค้างคาว สักหมีแพนด้า หรือสักมาสคาร่าเปื้อน ทำให้สืบสวนจับกุมได้ง่ายกว่ารายอื่น ก่อนขยายผลจับกุมผู้ต้องหาเพิ่มอีก 6 ราย ต่อมาวันที่ 10 พ.ย. ได้จับกุมผู้ต้องหาอีก 6 คน รวม 13 คน ล้วนมีประวัติในคดียาเสพติด ปล้นทรัพย์ และข่มขืนกระทำชำเรา สำหรับสาเหตุที่ลงมือนั้นเป็นเพราะทั้งสองกลุ่มเคยมีปัญหาทะเลาะวิวาทกันมาก่อนแล้ววันเกิดเหตุได้มาปรับความเข้าใจ แต่ไม่สามารถตกลงกันได้ ผู้เสียหายจึงถูกทำร้ายร่างกาย อีกทั้งเมื่อมาถึงโรงพยาบาลกระทุ่มแบน กลุ่มคู่อริได้ตามมาทำร้ายร่างกายซ้ำจนคลิปปรากฎดังกล่าว ด้านศาลจังหวัดสมุทรสาครให้ขังจำเลยทั้งหมดโดยไม่อนุญาตให้ประกันตัว เนื่องจากก่อเหตุสะเทือนขวัญและเป็นคดีสำคัญที่สังคมให้ความสนใจเป็นอย่างมาก

อันดับ 6 : พระสายเปย์! แชทหลุดซื้อตุ๋ยเด็ก-ไม่พอ ต่อราคาจากหลักพันเหลือ 200

สะเทือนวงการผ้าเหลืองอย่างต่อเนื่องสำหรับพระที่มีพฤติกรรมเสพเมถุน หรือการมีเพศสัมพันธ์ ซึ่งมีความผิดถึงขั้นปาราชิก และถึงขั้นซื้อบริการทางเพศ จัดว่าเป็นการค้ามนุษย์อย่างหนึ่งอีกด้วย เรื่องนี้เกิดขึ้นที่ จ.น่าน เมื่อมีแชทหลุดระบุโปร์ไฟล์ว่าเป็นพระอาจารย์วัดดัง 3 รูป กับเด็กหนุ่ม พูดคุยซื้อขายบริการทางเพศมาตั้งแต่ปี 2559 จนถึงล่าสุดเมื่อเดือนกรกฎาคม 2560 แถมมีการต่อรองราคาจากหลักพันบาทเหลือ 200 บาท กระทั่งวันที่ 9 พ.ย. พระสมุห์อุดร ชินวังโส รองเจ้าอาวาสวัดพญาวัด ต.ตู่ใต้ อ.เมืองฯ จ.น่าน ยอมรับว่า ภาพโปรไฟล์ และเฟซบุ๊กที่ระบุชื่อ “สิทธิโชค จันทรสุข” หนึ่งในพระอาจารย์ที่ตกเป็นข่าวนั้นเป็นของตนเองจริงแต่ไม่ได้ใช้นานแล้วเนื่องจากเข้าใช้งานไม่ได้ ซึ่งคาดว่าจะถูกแฮกเฟซบุ๊ก ยืนยันว่าไม่รู้จักพระรูปอื่นๆ รวมทั้งตัวเด็กผู้ชายที่ปรากฏในแชตมาก่อน



ต่อมาวันที่ 10 พ.ย. ชุดสืบสวน สภ.เมืองน่าน นำเยาวชนอายุ 15 และ 19 ปี มาสอบสวน โดยชายวัย 19 ปี ให้การว่า เคยมีสัมพันธ์กับพระรูปหนึ่งใน อ.เวียงสา เมื่ออายุ 13 ปี เรียนอยู่ชั้น ม.1 มีนัดอีกราว 4-5 ครั้ง ครั้งล่าสุดเมื่อ 2 ปีก่อน กระทั่งหันมาสนใจน้องชายของตน ขณะเรียนอยู่ชั้น ป.6 อายุ 12 ปี ครั้งล่าสุดเกิดขึ้นกลางปีนี้ ส่วนพระอีกรูปใน อ.ภูเพียง เคยเรียกใช้บริการ 2 ครั้ง เมื่อปลายปี 2559 รวมทั้ง พระสมุห์อุดร ชินวังโส ใช้บริการน้องชายตน 2 ครั้งที่วัดพญาวัดเมื่อกลางปีนี้ ครั้งแรกๆ จะได้เงินหลักพัน แต่หลังๆ จะลดลงเหลือ 500 และ 200 บาท โดย 2-3 เดือนพระจะโทร.หรือทักแชตมาหาพูดคุย และเรียกให้ไปหา ทั้งยังมักจะถามหาเพื่อนๆ ที่สนใจมาให้บริการดังกล่าวอีกด้วย โดยเตรียมดำเนินคดีกับพระสมุห์อุดรใน 2 ข้อหา ฐานพาเด็กอายุไม่เกิน 15 ปีไปเพื่อการอนาจาร และความผิดฐานกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี พร้อมเตรียมดำเนินคดีกับพระในแชตหลุด อีก 2 รูปอีกด้วย

อันดับ 7 : น่าห่วง! "จูน วัลย์ลดา" เน็ตไอดอล รปภ. ประสบอุบัติเหตุสาหัส

เรื่องน่าเศร้าของ "น้องจูน" น.ส.วัลย์ลดา กันตพลจรัณธร วัย 21 ปี นักศึกษาคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ชั้นปีที่ 3 ที่ใช้เวลาว่างช่วงปิดเทอม หารายได้เสริมด้วยการเป็น รปภ. จนโด่งดังในโลกโซเชียล แต่ต้องประสบกับอุบัติเหตุอาการสาหัส เมื่อเวลา 01.10 น. วันที่ 7 พ.ย. ระหว่างที่นั่งรถกลับจากติวหนังสือในช่วงใกล้สอบ โดยมี นายทัศน์พล นิลรุ่งรัตนา อายุ 20 ปี เป็นคนขับ ชนท้ายรถพ่วง 18 ล้อ ที่กำลังจะเลี้ยวกลับรถ บริเวณจุดกลับรถมาลีวัลย์ (คลองสอง) ถนนรังสิต-นครนายก ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ทำให้น้องจูนบาดเจ็บสาหัส รักษาตัวที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ศูนย์รังสิต ต่อมาวันที่ 9 พ.ย. ได้ย้ายน้องจูนไปยังโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ขณะนี้ยังคงมีอาการสมองบวม และเส้นประสาทตาซ้ายมีปัญหา ยังต้องรอดูอาการเหมือนต้องรอให้สมองฟื้นตัวให้ดีขึ้นกว่านี้



สำหรับน้องจูน มีชื่อเสียงจากการที่ชาวเน็ตรายหนึ่งถ่ายภาพระหว่างทำหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ในศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต ทำให้เธอมีชื่อเสียงโด่งดัง เธอกล่าวว่า มาสมัครงานเป็น รปภ. ช่วงปิดเทอม เพราะไม่อยากปล่อยเวลาให้ว่างไปเฉยๆ โดยทำงานวันละ 12 ชั่วโมง ได้ค่าแรงวันละ 465 บาท ที่ผ่านมาเธอทำงานครั้งแรกสมัยที่เรียนชั้น ม.6 เป็นพนักงานเสิร์ฟพิชซ่าในช่วงปิดเทอม แม้ว่าพ่อแม่จะทำงานรับเหมาก่อสร้างอยู่ที่จังหวัดภูเก็ต แต่ก็อยากทำงานและได้เงินที่เป็นของเราเอง ไปซื้อของที่เราอยากได้ เพื่อแบ่งเบาภาระพ่อแม่
กำลังโหลดความคิดเห็น...