xs
xsm
sm
md
lg

ไร้ยางอาย! หนุ่มเยอรมันขาบวมด่า “การบินไทย” เปลี่ยนใจไปขอทานที่เกาหลี

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


พบหนุ่มเยอรมันขาบวมด่าการบินไทย เหตุเพราะมีปัญหาเรื่องการออกตั๋ว หลัง ตม.ไทยขึ้นบัญชีดำเมื่อ 3 ปีก่อน ฐานขอทานก่อความเดือดร้อนรำคาญ ดูถูกคนไทยอยากสงสารเอง พบเปลี่ยนใจบินไปเกาหลีใต้แทน ขณะนี้กำลังใช้ชีวิตขอทาน ก่อนสำราญกับการเมาสุราและมีเซ็กซ์กับผู้หญิงกลางคืน

มีรายงานว่า นายเบนจามิน โฮลสต์ หนุ่มชาวเยอรมันวัย 32 ปี ที่มีอาการขาบวม เนื่องมาจากโรคประหลาดหายากที่ชื่อ ว่า Macrodystrophia lipomatosa และเคยก่อเหตุขอทานในประเทศไทย แล้วนำเงินที่ได้ไปหาความสำราญส่วนตัว ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว “Benjamin Holst” แสดงความไม่พอใจกับสายการบินไทย ระบุข้อความว่า “Trouble whit Thai airways ): f**k Thai airways” แปลได้ว่า มีปัญหากับการบินไทย และสบถด้วยถ้อยคำหยาบคาย

ทั้งนี้ จากการแกะรอยพบว่า นายเบนจามิน เดินทางจากเมืองซูริค ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 11 ก.ย. เวลา 14.09 น. เพื่อจะขึ้นเครื่องบินของสายการบินไทย แต่พบว่าทางสายการบินปฏิเสธผู้โดยสาร คาดว่าเป็นเพราะถูกตำรวจตรวจคนเข้าเมืองสั่งถอนวีซ่าท่องเที่ยว พร้อมขึ้นบัญชีดำห้ามเข้าประเทศอีก จึงเปลี่ยนใจไปต่อเครื่องที่กรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ แล้วออกเดินทางโดยสารการบินเคแอลเอ็ม ไปยังประเทศเกาหลีใต้ ถึงท่าอากาศยานอินชอน เมื่อวันที่ 13 ก.ย. เวลา 13.28 น. และได้รับการตรวจลงตราเข้าประเทศจากทางการเกาหลีใต้











นอกจากนี้ ยังพบว่า นายเบนจามิน ได้โพสต์ภาพในห้องพักของโรงแรมนอสตาลเกีย โรงแรม 3 ดาวใกล้กับสนามบินกังเซียว-กู ในกรุงโซล ระบุว่า “Check in my hotel and go lokking girls” (เช็กอินเข้าพักและมองหาผู้หญิงบริการ) โดยนายเบนจามินได้เลือกเตียงเดี่ยว และได้โพสต์ภาพสถานบันเทิงที่อยู่ไม่ไกลนัก เมื่อถามว่า คุณคงจะได้ชื่อว่าเป็นขอทานมืออาชีพระดับเอเชีย นายเบนจามิน กล่าวว่า เงินทองหาง่าย แค่ทำยิ้ม วางแก้วบนถนนสัก 1 - 2 ชั่วโมงก็ได้มาแล้ว 200 เหรียญสหรัฐฯ (6,630 บาท)





ก่อนหน้านี้ เมื่อช่วงเดือนกันยายน 2557 ในโลกโซเชียลได้เคยเผยแพร่ภาพชาวต่างชาติคนหนึ่งมีขาใหญ่โตผิดปกติ กำลังนั่งขอทานอยู่ที่ถนนข้าวสาร กรุงเทพฯ อ้างว่า เข้ามาเที่ยวในเมืองไทย แต่ทำกระเป๋าเงิน และเอกสารการประจำตัวหายระหว่างรอเพื่อนเดินทางมารับ จึงตัดสินใจนั่งขอทาน และนอนข้างถนนมานาน 3 วันแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว จึงร่วมกับสมาคมช่วยเหลือชาวเยอรมัน เข้าให้การช่วยเหลือด้วยการพาตัวเข้าพักในโรงแรม และประสานไปยังสถานทูตเยอรมนี เพื่อช่วยเหลือกลับประเทศ

ต่อมาพบว่า นายเบนจามิน ได้ออกจากกรุงเทพฯ แล้วเดินเที่ยวเมาอยู่ที่บริเวณชายหาดเมืองพัทยา จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 23 ก.ย. 2557 มีการถ่ายภาพร่วมกับหญิงสาวแถวหาดพัทยา หน้าโรงแรมเบร์วอล์ค พัทยาใต้ ซึ่งกลุ่มวินรถจักรยานยนต์รับจ้างที่บริเวณท่าเทียบเรือเก่า พัทยาใต้ บอกว่า นายเบนจามิน ได้โชว์เงินเกือบ 40,000 บาท ที่ได้รับบริจาคให้ดู และให้ไปซื้อเบียร์มาให้ดื่มและยังให้ช่วยติดต่อหญิงสาวเพื่อไปหลับนอนอีกด้วย ก่อนที่จะเดินเข้าไปเที่ยวในถนนวอล์กกิ้งสตรีท กระทั่งวันที่ 24 ก.ย. 2557 ตำรวจพบนายเบนจามินปากทางวอล์กกิ้งสตรีท เมาสุราอย่างหนัก พูดจาไม่รู้เรื่อง พร้อมแสดงท่าทางยิ้มแย้มมีความสุข เหลือเงินที่ได้รับบริจาคอยู่เพียง 7,000 กว่าบาท ยังไม่มีโรงแรมที่พัก โดยอ้างว่าเดินทางมาที่พัทยาเพื่อมาหาเพื่อน



จากนั้น ตำรวจท่องเที่ยวได้พานายเบนจามิน ไปเข้าพักที่โรงแรมกรีนโฮเต็ล ถนนเลียบหาดพัทยา ย่านพัทยากลาง เพื่อให้หายสร่างเมา แต่นายเบนจามินหลบหนีออกจากโรงแรม พร้อมกับบอกแคชเชียร์ของโรงแรมว่าจะไปขอทานต่อ หนำซ้ำยังเอ่ยปากดูถูกคนไทย ว่า เป็นคนโง่ที่บริจาคเงินให้ตนเอง ต่อมาพลเมืองดีพบนายเบนจามินนั่งขอทานอยู่ตรงข้ามห้างสรรพสินค้าไมค์ช้อปปิ้งมอลล์ พัทยาใต้ จึงดำเนินคดีในข้อหาก่อความเดือดร้อนรำคาญ และศาลพัทยาสั่งปรับเงิน ก่อนส่งตัวให้ตรวจคนเข้าเมือง สั่งเพิกถอนวีซ่าท่องเที่ยว ผลักดันออกนอกประเทศเมื่อวันที่ 27 ก.ย. 2557 พร้อมขึ้นบัญชีดำห้ามเข้าประเทศอีก

ที่ผ่านมา ยังพบเห็นนายเบนจามินเดินทางไปยังประเทศต่างๆ ทั้งในเอเชียและยุโรป โดยได้ขอทานที่ประเทศเดนมาร์ก ฮ่องกง ฟิลิปปินส์ กัมพูชา และ อินโดนีเซีย กระทั่งในปี 2560 นายเบนจามินเข้าประเทศสิงคโปร์ ต่อด้วยมาเลเซีย เมื่อกลางเดือนมีนาคม 2560 โดยมุ่งเน้นไปที่ขอทาน ก่อนนำเงินที่ได้ไปหาความสำราญ ดื่มสุรา และมีเพศสัมพันธ์กับผู้หญิงกลางคืนราคาถูก ต่อมาปลายเดือนเมษายน 2560 คนไทยยังพบนายเบนจามินที่สะพานคนเดิน ย่านดงโทโบริ ในนครโอซากา ประเทศญี่ปุ่น และเมื่อคนไทยพบเห็นยังคงขอจับมือก่อนหายตัวไป

อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าสังเกตว่า ผ่านไป 3 ปี รูปพรรณสันฐานนายเบนจามิน มีรูปร่างท้วมขึ้นเมื่อเทียบจากเมื่อก่อน แต่ไว้ผมสีทอง และสวมแว่นตา






กำลังโหลดความคิดเห็น...