xs
xsm
sm
md
lg

#MGRTOP7 : บึ้ม “รพ.พระมงกุฎ” โยงอำนาจเก่า | อัศวินเจอตอ “ขยะ 20 ตัน” | ช่างแต่งหน้าผิดชีวิตเปลี่ยน

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


MGR Online ขอนำเสนอ “Top 7 ข่าวฮอตในรอบ 7 วัน” สรุปข่าวเด่น ประเด็นฮอต ที่พลาดไม่ได้ เป็นประจำทาง www.manager.co.th และเฟซบุ๊ก MGROnline Live แฮชแท็ก #MGROnline #MGRTOP7 หรือ http://bit.ly/mgrtop7

(สรุปข่าวประจำวันที่ 20 - 26 พ.ค. 2560)

อันดับ 1 : บึ้ม "รพ.พระมงกุฎเกล้า" วันครบรอบ 3 ปี คสช. โยง "อำนาจเก่า" เบื้องหลัง

เหตุระเบิดรับวันครบรอบ 3 ปี คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้าควบคุมอำนาจการปกครอง เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. ได้เกิดระเบิดขึ้นที่ห้องวงษ์สุวรรณ ซึ่งเป็นห้องรับรองข้าราชการทหารบำนาญ อาคารเฉลิมพระเกียรติ 80 ปี ชั้น 1 โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ถนนราชวิถี แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 25 ราย จากการตรวจสอบพบว่าเป็นระเบิดชนิดไปป์บอมส์ แรงดันต่ำ ใช้ตะปูเข็มและเศษเหล็กเป็นส่วนประกอบระเบิด ซึ่งคนร้ายนำระเบิดซุกซ่อนในแจกันดอกไม้ ต่อมาพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่คิดว่าจะเกี่ยวข้องกับครบรอบ 3 ปี การบริหารประเทศของ คสช. ที่ผ่านมาโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าไม่เข้มงวดการรักษาความปลอดภัยมากนัก เพราะไม่มีใครคิดว่าจะมีผู้ก่อเหตุในพื้นที่นี้ พร้อมประณามคนร้ายว่า ไม่คำนึงถึงประชาชนผู้บริสุทธิ์และทรัพย์สิน รวมทั้งผู้ป่วย สั่งการให้สืบสวนโดยเร็ว พร้อมกล่าวว่า อย่าให้ไปบิดเบือนว่ารัฐบาลเป็นฝ่ายทำเอง ไม่มีรัฐบาลที่ไหนทำแบบนั้น เว้นแต่คนที่อยากเป็นรัฐบาลแล้วคิดจะทำ ตนไม่เคยคิดแบบนั้น

ด้านชุดสืบสวนจับกุมชายผู้ต้องสงสัยรายหนึ่งมาสอบปากคำที่ สน.พญาไท เนื่องจากเมื่อวันที่ 19 พ.ค.ที่ผ่านมา ผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติ ได้รับจดหมายเตือนมีเนื้อหาระบุว่า ขอให้ระวังการก่อการร้ายภายในโรงพยาบาลของรัฐ 3 แห่งจากขบวนการ BRN IS เข้ามาแล้ว ขณะที่กองพันจู่โจม กรมรบพิเศษที่ 3 หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ หรือแบเรต์แดง จ.ลพบุรี ประมาณ 20 นายได้มาตรวจความเรียบร้อยในการรักษาความปลอดภัยทำเนียบรัฐบาล โดยได้เดินตรวจรอบพื้นที่ทำเนียบรัฐบาล โดยเฉพาะในจุดสูงข่ม เพื่อเตรียมสับเปลี่ยนกำลังในการรักษาความปลอดภัยทำเนียบฯ ส่วน พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสารท ผบ.ทบ. ยอมรับว่า นายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ (โกตี๋) แกนนำเสื้อแดงฮาร์ดคอร์ อยู่ในข่ายต้องสงสัย เนื่องจากมีการปลุกระดมผ่านโชเชียลตลอด ถึงกระนั้น นายวุฒิพงศ์ ได้ออกมาปฏิเสธ ระบุว่าหากตนก่อเหตุจริงจะเลือกที่ทำเนียบรัฐบาลมากกว่า ส่วน พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี นายทหารฝ่ายอดีตนายกฯ ทักษิณ ปฏิเสธเช่นกัน ระบุว่าตนอยู่บ้านเฉยๆ ไม่ได้ไปยุ่งอะไรกับใครก็ถูกกล่าวหา และตนไม่ได้เป็นเลวถึงขนาดจะก่อเหตุในโรงพยาบาลแบบนั้น

อันดับ 2 : ฝนถล่มกรุง! ท่วมถ้วนหน้า จนท.กทม. ดับ 1 - ผงะขยะลอยน้ำวันละ 20 ตัน

หลังจากที่กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศเรื่องฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทยตอนบน และคลื่นลมแรงบริเวณทะเลอันดามัน ไปเมื่อเช้ามืดของวันที่ 24 พ.ค. เมื่อเวลา 21.00 น. วันเดียวกันก็พบว่า มีฝนตกลงมาอย่างหนัก ทำให้หลายพื้นที่ในกรุงเทพมหานคร และปริมณฑลโซนเหนือและตะวันออก มีน้ำท่วมขังเป็นจำนวนมาก กระทั่งช่วงเช้ามีน้ำท่วมขังบนถนนกว่า 25 จุด ทำให้การจราจรติดขัดอย่างหนัก ประสบปัญหาไปโรงเรียน และไปทำงานสาย จนต้องมีการระบายออกผ่านโซเชียลมีเดีย ซึ่ง พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ต้องลงพื้นที่ด้วยตัวเองตั้งแต่เช้า ฝนสะสมสูงสุดอยู่ที่สถานีสูบน้ำเจ้าคุณสิงห์ เขตวังทองหลาง ปริมาณฝน 168 มิลลิเมตร (มม.)

อย่างไรก็ตาม ยังพบว่าวันที่ 27 และ 28 พ.ค. ยังคงมีฝนตกหนัก และเกิดน้ำท่วมในจุดที่เกิดน้ำท่วมซ้ำซากอีกครั้ง ก่อนหน้านี้ นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เคยออกมากล่าวว่า หน้าฝนปีนี้ หากตกลงมาในปริมาณ 60 มิลลิเมตรต่อวินาที ทางกรุงเทพมหานครสามารถที่จะระบายน้ำได้ และจะไม่ให้เกิดน้ำท่วมขัง แต่หากเกิน 60 มิลลิเมตรต่อวินาที ก็จะเร่งในการระบายน้ำให้เร็วที่สุด นอกจากนี้ ยังพบว่ามีผู้เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ คือ นายณรงค์ บำรุงศิลป์ อายุ 57 ปี เจ้าหน้าที่ประจำฝ่ายโยธา เขตลาดพร้าว ซึ่งหัวใจวายขณะปฎิบัติหน้าที่เฝ้าเครื่องสูบน้ำในซอยนาคนิวาส 40 เขตลาดพร้าว



นายสมพงษ์ เวียงแก้ว ผอ.สำนักการระบายน้ำกรุงเทพมหานคร กล่าวในรายการ “คนเคาะข่าว” ทางสถานีโทรทัศน์นิวส์วัน ระบุว่า ในกรุงเทพมหานครมีท่อระบายน้ำยาว 6,400 กิโลเมตร คลองจำนวน 1,682 สาย สถานีสูบน้ำ 176 แห่ง บ่อสูบน้ำอีก 270 กว่าแห่ง รวมทั้งประตูระบายน้ำ และยังมีเครื่องสูบน้ำสำรองกว่า 200 เครื่อง ที่ผ่านมามีการลอกท่อระบายน้ำมาตั้งแต่ก่อนฝนตก ประมาณ 1,500-1,600 กิโลเมตร ลอกคลองที่ตื้นเขินไปแล้ว 57% แต่การสูบน้ำออกจากพื้นที่ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะมีทั้งขยะ ใบไม้ เศษถุง ไขมันไปอุดตันตามท่อระบายน้ำ แม้กระทั่งยางรถยนต์ โดยปีที่แล้ว (2559) พบว่ามีขยะเฉลี่ย 20 ตันต่อวัน





อันดับ 3 : เมาแล้วขับ! “แอนนา รีส” คลั่งเสียสติ ... "ศานิตย์" อยากให้โอกาส

เรื่องวุ่นๆ ของคนในวงการบันเทิงที่ไปก่อเรื่องเมาแล้วขับเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 พ.ค. น.ส.แอนนา แฮมบาวรีส หรือ “แอนนา รีส” อายุ 30 ปี ดาราสาว เมาสุราอาละวาด และทำลายทรัพย์สินภายในสถานบันเทิงแห่งหนึ่งย่านรัชดาภิเษก ก่อนขับรถยี่ห้อบีเอ็มดับเบิลยู แซด 4 สีขาว หมายเลขทะเบียน 1 กภ 4176 ชนรถลูกค้าภายในร้านเสียหายและขับหนี กระทั่งเจ้าหน้าที่สายตรวจ สน.ห้วยขวาง เรียกให้จอด บริเวณรัชดาซอย 7 จึงเชิญตัวมาที่ สน.ห้วยขวาง เพื่อสอบปากคำ อยู่ในอาการเมาหนัก ไม่สามารถให้การได้ เอาแต่โวยวาย ร้องไห้พูดจาไม่รู้เรื่อง เมื่อเป่าวัดปริมาณแอลกอฮอล์พบว่าสูงถึง 141 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์





ต่อมาตอนเช้า พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. ลงพื้นที่ด้วยตัวเอง เจ้าตัวกล่าวว่า ที่ดื่มสุราเพราะมีหลายเรื่อง หลายปัญหาเข้ามา จึงทำให้รู้สึกแย่ ประกอบกับน้องของตนเป็นเด็กพิเศษ จึงดูแลน้องจนน้องดีขึ้น แต่ทำให้ตนกลับเป็นคนแย่ลง แต่ยืนยันว่าไม่ได้เสพยาเสพติด ด้าน พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า เหตุการณ์แบบนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน ขอให้ทุกคนได้ตระหนัก โดยจะให้ความเป็นธรรมมากที่สุด และกล่าวกับสื่อว่า อยากให้โอกาส คนเมาไม่ใช่คนไม่ดี ซึ่งครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ไม่อยากให้มีครั้งที่ 3 ซึ่งในชั้นพนักงานสอบสวน ได้ยื่นประกันตัววางหลักทรัพย์เป็นเงินจำนวน 20,000 บาท ทางเจ้าหน้าที่ได้อนุญาตให้ประกันตัว เบื้องต้นแจ้งข้อหาเมาแล้วขับ เนื่องจากยังไม่มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ อย่างไรก็ตาม หลังเรื่องนี้เกิดขึ้น เครือข่ายเหยื่อเมาแล้วขับ ยื่นหนังสือเรียกร้องให้ ผบช.น. ให้ดำเนินคดีต่อดาราสาวอย่างตรงไปตรงมาไม่สองมาตรฐาน ไม่ส่งสัญญาณผิดๆ ด้วยการขอความเห็นใจให้คนเมาแล้วขับซึ่งอาจก่อให้เกิดพฤติกรรมเลียนแบบ

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. 2558 น.ส.แอนนาเคยก่อเหตุขับรถเบนซ์ชนรถเก๋งของเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 7 ส่งผลให้ ร.ต.ท.นภาดล วงษ์บัณฑิต รอง สวป.สภ.เมืองสุพรรณบุรี ช่วยราชการจราจรกลาง กองกำกับการตำรวจภูธรจังหวัดสุพรรณบุรี เสียชีวิตคารถ ขณะจอดรถพักผ่อนอยู่ริมถนนคู่ขนานมอเตอร์เวย์ กม.1 แขวงประเวศ เขตประเวศ กทม. พื้นที่ สน.ประเวศ ศาลตัดสินจำคุก 1 ปี ปรับ 6 พันบาท โดยโทษจำคุกรอลงอาญา 2 ปี และพักใบอนุญาตขับขี่

อันดับ 4 : สุขแบบไทยใช้รถหรูหนีภาษี ดีเอสไอยึดกลางห้างหรูพารากอน

ผลงานของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) อีกคดีหนึ่งที่สั่นสะเทือนวงการรถยนต์ โดยเฉพาะรถซูเปอร์คาร์ ที่พบว่ามีการเลี่ยงภาษี โดยสำแดงราคาต่ำกว่าทุน เมื่อวันที่ 24 พ.ค. ตรวจค้นสถานที่เป้าหมาย 6 แห่ง พบว่า โชว์รูมรถยนต์ยี่ห้อมาเซอราติ (Maserati) โรลส์-รอยซ์ (Rolls-Royce) และแอสตัน มาร์ติน (Aston Martin) ตั้งอยู่บนชั้น 2 ศูนย์การค้าสยามพารากอน อายัดรถยนต์รวม 8 คัน และโชว์รูมโรลส์-รอยส์ มอเตอร์ คาร์ส แบงคอก ถนนพระราม 3 อายัดรถยนต์ได้ 38 คัน รวมรถยนต์ที่ถูกอายัดทั้งหมด 38 คัน ซึ่งยังมียี่ห้อแมคลาเรน (McLAREN) และเฟอร์รารี (Ferrari) มูลค่ากว่า 500 ล้านบาท โดยก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 18 พ.ค. ดีเอสไอได้ดำเนินการขอหมายค้นต่อศาลอาญาเพื่อตรวจค้นสถานที่เป้าหมายจำนวน 9 แห่ง โดยพบว่า บริษัท นิช คาร์ กรุ๊ป จำกัด ถนนเลียบทางด่วนมอเตอร์เวย์ เขตสวนหลวง อายัดรถยนต์ได้จำนวน 122 คัน รวมแล้วรัฐเสียหายประมาณ 2,400 ล้านบาท

ต่อมาดีเอสไอได้แถลงข่าวระบุว่า จากการตรวจค้นสถานที่เป้าหมายต้องสงสัย 2 วัน อายัดรถยนต์รวมทั้งสิ้น 160 คัน พร้อมตรวจยึดเอกสารสำคัญในการนำเข้ารถยนต์ หากเข้าข่ายกระทำผิดจะมีมูลค่าความเสียหายกว่า 3,000 ล้านบาท ซึ่งจะมีการตรวจสอบย้อนหลัง 5 ปี ซึ่งพบมีประมาณ 1,000 คัน จากฐานข้อมูลเพื่อดูว่าเข้าข่ายเลี่ยงภาษีมากน้อยเพียงใด อีกด้านหนึ่ง ได้รับการประสานขอความร่วมมือจาก หน่วยต่อต้านการโจรกรรมรถยนต์ สหราชอาณาจักร หรือ NaVCIS ว่ามีรถถูกโจรกรรมทั้งหมด 42 คัน โดยถูกส่งมาที่ประเทศไทย 10 คัน พบว่า 7 คัน อยู่ที่โชว์รูมรถยนต์บนถนนเอกมัย และถนนเทียมร่วมมิตร อีก 2 คัน กำลังตรวจสอบผู้ซื้อ และ 1 คัน อยู่ในเขตปลอดภาษีของกรมศุลกากร หนึ่งในนั้นมีรถลัมบอร์กินีสีเขียวอยู่ในบัญชี เมื่อตรวจสอบพบว่านักร้องนักแสดงหนุ่ม อักษรย่อ ด. เป็นผู้นำมาฝากขายอีกด้วย

อันดับ 5 : บึ้มแมนเชสเตอร์! ฆ่าตัวตายกลางงานคอนเสิร์ต เสียชีวิต 22 ราย

เหตุวินาศกรรมที่ทำเอาคนทั้งโลกต้องผวากับภัยคุกคามในลักษณะหมาป่าเดียวดาย หรือ โลนวูฟ (Lonewolf) เมื่อเวลาประมาณ 22.30 น. วันที่ 22 พ.ค. ตามเวลาท้องถิ่น เกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธระเบิดฆ่าตัวตายกลางงานคอนเสิร์ตนักร้องสาวชาวอเมริกัน “อารีอานา กรานเด” บริเวณประตูทางออกของแมนเชสเตอร์ อารีนา ในเมืองแมนเชสเตอร์ของอังกฤษ ทำให้ผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 22 ราย บาดเจ็บกว่า 60 คน โดยที่กลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม (ไอเอส) ได้ออกมาประกาศอ้างความรับผิดชอบต่อเหตุสังหารหมู่ครั้งล่าสุดที่แมนเชสเตอร์ ท่ามกลางเสียงประณามจากผู้นำทั่วโลก ขณะที่นักร้องสาว ได้โพสต์ข้อความทางทวิตเตอร์ว่า “ใจสลาย จากส่วนลึกสุดของหัวใจฉัน ฉันเสียใจเหลือเกิน พูดอะไรไม่ออก”



ต่อมาตำรวจอังกฤษได้ออกมาเผยตัวตนของมือระเบิดฆ่าตัวตายรายนี้ คือ นายซัลมาน อาเบดี วัย 22 ปี เป็นชาวอังกฤษเชื้อสายลิเบีย โดยบิดามารดาเป็นชาวลิเบียที่อพยพมายังอังกฤษ เคยเป็นนักศึกษาวิชาธุรกิจ แต่ได้ลาออกจากมหาวิทยาลัย และผันตัวไปรับแนวคิดอิสลามหัวรุนแรง ตำรวจอังกฤษได้เข้าตรวจค้นบ้านพักที่เชื่อว่า อาเบดี เคยอาศัยอยู่ จับกุมผู้ต้องสงสัยเกี่ยวโยงกับเหตุระเบิดแล้วอย่างน้อย 7 ราย ขณะที่บิดาและน้องชายของ อาเบดี ก็ถูกกองกำลังต่อต้านก่อการร้ายลิเบียจับกุมที่กรุงตริโปลี อย่างไรก็ตาม เหตุวินาศกรรมที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในหลายประเทศของยุโรป เกิดจากกลุ่มไอเอส เรียกร้องให้บรรดาผู้สนับสนุนโจมตียุโรป เพื่อแก้แค้นที่เพื่อแก้แค้นที่จับมือกับสหรัฐฯ เข้าแทรกแซงความขัดแย้งในซีเรียและอิรัก

อันดับ 6 : กอดเธอให้นานกว่านี้! สองนักค้ายาแหกคุกร้อยเอ็ด หลังดาบเปิดให้เมียเยี่ยม

เรื่องวุ่นๆ ในวงการสีกากีเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 พ.ค. ขณะที่ ด.ต.ฉลาด แน่นอุดร สิบเวรสถานีตำรวจภูธรโพนทอง จ.ร้อยเอ็ด ถูก น.ส.ไอรดา พลเยี่ยม และ น.ส.เสาวลักษณ์ เสมอใจ หว่านล้อมขอเข้าไปเยี่ยม นายสุรศักดิ์ หรือ อาท คันทมาตร์ อายุ 23 ปี แฟนหนุ่มของ น.ส.ไอรดา และนายสุรชัย หรือต้อม ภูมิภาค อายุ 27 ปี แฟนหนุ่มของ น.ส.เสาวลักษณ์ ผู้ต้องหาคดีค้ายาเสพติด ก่อนที่ทั้งคู่จะอาศัยจังหวะที่ ด.ต.ฉลาด ไขกุญแจเข้าห้องขังและจะนำถังขยะไปทิ้ง ได้ผลักประตูห้องขังวิ่งหลบหนีไป โดยภาพจากกล้องวงจรปิดแสดงให้เห็นว่า ทั้งคู่ได้กอดกันประมาณ 30 วินาทีแล้วออกจากห้องขังไป ท่ามกลางความแปลกใจจากสังคม กระทั่งต่อมา พล.ต.ต.สมชาย นุ่มโต ผบก.ภ.จว.ร้อยเอ็ด ให้ ด.ต.ฉลาด ออกจากราชการไว้ก่อนพร้อมตั้งคณะกรรมการสอบสวน



กระทั่งวันที่ 25 พ.ค. ตำรวจและทหารได้ติดตามจับกุมผู้ต้องหาหนีห้องขังได้แล้ว 3 ราย คือ น.ส.เสาวลักษณ์ น.ส.ไอรดา และนายสุรศักดิ์ ได้ในบริเวณป่าพื้นที่บ้านสังคม (ดงแม่แผด) หมู่ 10 ต.หลักเหลี่ยม อ.นามน จ.กาฬสินธุ์ ส่วนนายสุรชัย ขโมยรถกระบะนิสสันของชาวบ้าน แล้วถูกจับได้ที่ บ้านหนองเดิ่น ต.ชุมพร อ.เมยวดี จ.ร้อยเอ็ด โดยนายสุรศักดิ์และ น.ส.ไอรดา สารภาพว่า ที่หลบหนีไม่ได้วางแผนล่วงหน้า เป็นอารมณ์ชั่ววูบ สบโอกาสเพราะเห็นว่าปลอดคนเลยวิ่งหนีออกไปจากห้องขัง ก่อนไปอาศัยบ้านเพื่อน แต่เมื่อเพื่อนรู้ว่าเพิ่งหนีจากคุกก็ไม่ให้อยู่ด้วยเพราะกลัวความผิด จึงหนีมาหลบซ่อนตัวอยู่ตามป่า ตามกระท่อมกลางไร่มัน ไร่อ้อย โดยขายสร้อยคอทองคำหนัก 2 สลึงของแฟนสาวเพื่อประทังชีวิต เมื่อชาวบ้านมาเห็นจึงตามตะครุบตนไว้ได้ ยืนยันว่าไม่ได้ให้สินบนแก่ตำรวจ ขณะที่ ด.ต.ฉลาด ระบุว่า รู้สึกโล่งใจ และกล่าวกับหญิงสาวทั้งสองคนว่า ไม่น่ามาทำแบบนี้ อุตส่าห์สงสารให้ได้เจอกับแฟน แต่กลับมาทำเช่นนี้



อันดับ 7 : ช่างแต่งหน้าผิดชีวิตเปลี่ยน! บ่าวสาวเจอดี ร้านแต่งหน้าขาววอก มืออาชีพสานฝัน

หลังจากที่ในโลกโซเชียลได้แชร์ภาพกรณีที่ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Darika Klinkuhlab โพสต์ภาพที่คู่บ่าวสาว ทราบชื่อคือ น.ส.ดาริกา กลิ่นกุหลาบ หรือ น้องกวาง ชาว อ.หันคา จ.ชัยนาท กับเจ้าบ่าว คือ นายเขมทัต ศรีสนธิ์ ได้เช่าชุดไทยและช่างแต่งหน้าจากร้านใน อ.หันคา โดยได้จัดพิธีแต่งงานไปเมื่อวันที่ 13 พ.ค. ที่ผ่านมา แต่ผลที่ได้ก็คือ การแต่งหน้าสุดแย่ ทาปากแดง และใช้รองพื้นเบอร์หนา ทำเอาคนบนโลกโซเชียลต่างรู้สึกสงสาร เปลี่ยนจากคนสวยหล่อเป็นหน้าตาน่าเกลียด และมีการกล่าวถึงวลีว่า “แต่งหน้าผิดชีวิตเปลี่ยน” กระทั่งเมื่อวันที่ 23 พ.ค. เจ้าตัวเปิดเผยว่า ได้มี นายชานนท์ สุวรรณโค หรือ ปาร์ค ช่างแต่งหน้า ได้เห็นภาพบนเฟซบุ๊กแล้ว เกิดทนไม่ได้ อยากจะช่วยแต่งหน้าให้ จึงเดินทางมาที่บ้าน พร้อมเพื่อนอีก 4 คน มาแต่งหน้า ทำผม พร้อมให้ยืมชุดแต่งงาน โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย โดยมีเพื่อนของนายปาร์คถ่ายภาพให้ ซึ่งผลที่ได้ทำเอาบนโลกโซเชียลถึงกับทึ่งในความพยายามที่จะสานฝันวันสำคัญของชีวิตให้เป็นจริง




กำลังโหลดความคิดเห็น...