xs
xsm
sm
md
lg

จะเอาประชาธิปไตยหรือความอยู่รอดของประเทศ

เผยแพร่:   โดย: เสียงประชาชน

หกเดือนของการล้มระบอบทักษิณผ่านไปมีการเรียกร้องประชาธิปไตยมากขึ้น ข้าพเจ้าจะขอผ่านความหมายของประชาธิปไตยไปก่อน ประมาณว่าผู้ที่ร้องเรียกประชาธิปไตยในขณะนี้รู้ความหมายของประชาธิปไตยดี แต่ข้าพเจ้าซึ่งเป็นคนแก่ที่ร่ำเรียนมาในสายวิทยาศาสตร์ มิค่อยทราบความหมายของประชาธิปไตยดีถึงแม้ว่าจะเคยเป็นมดปลวกในกองทัพประชาชนผู้เรียกร้องประชาธิปไตยในสมัย 14 ต.ค 16

ข้าพเจ้าไม่ใช่วิรีชนแต่เป็นเพียงมดปลวกที่รอดชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งนั้น และไม่เคยแสวงหาผลประโยชน์หรือได้รับผลประโยชน์เหมือนกับบุคคลที่เรียกตนว่าวีรชนเดือนตุลา ที่ต่อมาร่ำรวยจากการเมืองมากมายแต่ข้าพเจ้ามั่นใจว่าประชาธิปไตยไม่ใช่การเลือกตั้ง ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์มิใช่ได้ตัวแทนประชาชนจากพรรคการเมืองใหญ่เพียงพรรคเดียวหรือสองพรรคเหมือนอย่างที่หลายๆคนจะตั้งเกณฑ์ไว้เช่นนั้น(เหมือนสหรัฐและอังกฤษฯ)

เพราะในยุคของพรรคไทยรักไทยที่อ้างว่า 19 ล้านคน เลือกพรรคไทยรักไทย มีพรรคไทยรักไทยเป็นพรรคใหญ่ เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ ด้วยเหตุผลที่ว่า ประชาชนที่เลือกพรรคไทยรักไทยส่วนใหญ่มิได้เลือกเพราะเข้าใจในระบอบประชาธิปไตย แต่เลือกเพราะหลงเชื่อนโยบายเชิงโฆษณาเหมือนกับขายสินค้า และเลือกเพราะผลประโยชน์ที่ตนจะได้รับ ดังนั้นถึงแม้ว่าจะเป็นเสียงส่วนใหญ่ซึ่งนอกจากนั้นยังมีการโกงผลการเลือกตั้งด้วย แต่สิ่งที่ได้รับก็คือการทุจริต ฉ้อราษฎร์บังหลวง มากมาย

และประเด็นที่สำคัญก็คือการสูญเสียเอกราช หลายๆคนอาจจะเถึยงว่าในเมื่อยังสามารถชักธงชาติไทยขึ้นสู่ยอดเสาในแผ่นดินไทยได้จะเรียกว่าสูญเสียเอกราชอย่างไร

ในยุคศตวรรษที่21นี้การสูญเสียเอกราชมิได้หมายถึงการสูญเสียความสามารถในการชักธงขึ้นสู่ยอดเสา แต่หมายถึงการสูญเสียเอกราชในทางเศรษฐกิจและการเงิน ประเทศไทยในยุคทักษิณสูญเสียเอกราชในทางการค้าให้กับต่างชาติโดยบุคคลที่เรียกตนว่าอาสาเข้ามาทำกิจการบ้านเมือง เพราะตนรวยแล้วไม่โกง แต่ 6 ปีผ่านไป กลับขายกิจการที่ตนคดโกงมาจากประชาชนและประเทศด้วยการแก้กฎหมายและแก้สัมปทานที่เอื้อผลประโยชน์ให้ตนและขายกิจการของตนให้กับต่างชาติ

รวมทั้งการไร้ความสามารถในการบริหาร ทำให้ปัญหาโจรภาคใต้รุนแรงขึ้น เพราะตนเองนำเอานโยบายกำปั่นเหล็กในถุงกำมะหยีมาใช้ หมายถึงการสั่งให้ข้าราชการจัดการอุ้มฆ่าคนที่ตนคิดว่าเป็นศัตรูและเป็นต้นเหตุ ทำให้เกิดความรุนแรงจนอาจจะบานปลายไปเป็นการแบ่งแยกดินแดน ซึ่งก็หมายถึงการเสียเอกราชของชาติเพราะรัฐธรรมนูญของไทยกำหนดว่าประเทศไทยไม่สามารถแบ่งแยกได้

ข้าพเจ้าก็เคยเกลียดเผด็จการทหารตำรวจ ซึ่งรังแกประชาชน ฉ้อราษฎร์บังหลวง ตั้งตนเป็นกรรมการบอร์ดในรัฐวิสาหกิจ แสวงหาผลประโยชน์จากงบประมาณและทรัพยากรชาติ แต่ข้าพเจ้าอยากจะถามว่าในยุคของประชาธิปไตยเบ่งบานทักษิณครองเมือง ปัญหานี้ไม่มีหรือ กลับปรากฏว่าปัญหารุนแรงมากกว่าเสียอีก เพราะนักการเมืองที่อ้างว่าทำเพื่อชาตินั้นมีจำนวนมาก ล้วนแต่หิวโหย เงินภาษีอากร 100 บาท กลับคืนถึงมือประชาชนไม่ถึงครึ่ง แล้วประเทศจะอยู่ได้อย่างไร

เปรียบเหมือนท่อประปาใหญ่ที่หล่อเลี้ยงคนทั้งประเทศรั่วไหล น้ำประปาไม่ถึงบ้านเรือนไปตกอยู่ในสระว่ายน้ำของเศรษฐี อาบอบนวด อุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่ทำเงินให้แก่เจ้าของกิจการเท่านั้น ประชาชนจุมีน้ำกิน มีน้ำใช้หรือ ประชาธิปไตยก็เช่นเดียวกัน ถ้ารั่วไหลก็ไม่มีความหมาย

ความอยู่รอดของประเทศซิสำคัญกว่า

และประเด็นที่สำคัญประชาธิปไตยไม่ใช่มีความหมายเฉพาะจัดให้มีการเลือกตั้งได้เท่านั้น เพราะถ้าประชาชนไม่มีความรู้ในเรื่องประชาธิปไตย ไม่รู้ว่า ส.ส และ ส.ว ที่เลือกเข้าไปมีหน้าที่ต้องทำอะไรบ้างและห้ามทำอะไรบ้าง สักแต่ว่าเลือกใครซักคนเข้าสภาแล้วจะเหมาว่าเป็นประชาธิปไตยนั้นไม่ถูกต้อง

นอกจากนี้ข้ออ้างที่ว่า ส.ส ระบบบัญชีรายชื่อนั้นเป็นการทำให้ได้คนดี คนมีความสามารถเข้ามาบริหารชาตินั้นก็เป็นคำโฆษณาที่สวยหรูเพราะว่าคนดีคนมีความสามารถคนตั้งใจทำงานให้ชาตินั้นใครเป็นผู้กำหนดเอาอะไรมาเป็นมาตรฐาน มีแต่หัวหน้าพรรค นายทุนพรรคเท่านั้นที่กำหนด

และที่ผ่านมาก็ไม่จริงตามคำกล่าวของนักการเมืองและนักวิชาเกินทั้งหลายที่กล่าวอ้าง เพราะระบอบทักษิณ ทุกคนต้องทำตามทักษิณหมด ไม่เคยเห็นว่ามีใครปกป้องผลประโยชน์ให้ประชาชนเลย

นโยบายเอื้ออาทรก็มีแต่กับนักการเมืองเท่านั้นและมีประชาชนสองสามรายเป็นพรีเซ๊นเตอร์เอาไว้หลอกคนโง่เท่านั้นคนขอให้ผู้คนที่เรียกตนเองว่ารักประชาธิปไตยและเรียกร้องประชาธิปไตย โดยเรียกร้องให้มีการเลือกตั้งเร็วที่สุด จะได้ชื่อว่าเป็นประชาธิปไตย และก็เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยเดิมอีก คนไทยจะได้อะไร
สัมปทานพิกัดดาวเทียมที่ต้องเป็นของประชาชนไทยกลับตกเป็นของสิงค์โปร์ ก็คงได้แต่ชื่อว่าเป็นประเทศประชาธิปไตย เอาไว้ลงนามการค้าเสรีกับประเทศใหญ่ๆแล้วก็ถูกเขาเอาเปรียบ

ขนาดดาราอีกหน่อยก็ต้องนำเข้าเสรีเพราะปัจจุบันนิยมแต่ลูกครึ่ง สินค้าก็ต้องเป็นแบรนด์เนม กุดจี่ก็เอาไว้หลอกว่าเป็นการส่งเสริมสินค้าโอทอปเท่านั้น
สุดท้ายประเทศไทยก็จะเหลือแต่ชื่อ เมื่อไม่มีผลประโยชน์ให้ต่างชาติสูบก็คงเอาอวัยวะคนไทยซึ่งต้องรับภาระหนี้สินของชาติส่งขายทั่วโลก ให้โด่งดังเหมือนอาหารไทยที่มีฝรั่งเป็นเจ้าของ ตำรวจ ทหาร มีหน้าที่มาคอยจับคนที่มีอวัยวะตามใบสั่งส่งขาย

ถึงตอนนั้นจะมีประชาธิปไตยสักกี่ใบก็ไม่มีประโยชน์

กบไม่เลือกนาย

กำลังโหลดความคิดเห็น...