xs
xsm
sm
md
lg

คำถามถึง รมว.ศึกษาฯ

เผยแพร่:   โดย: เสียงประชาชน

10 มี.ค. 2550

เรียน คุณสนธิ

ประชาชนผู้รักแผ่นดิน เริ่มห่วงใยรัฐบาลว่าจะแก้ปัญหาและพัฒนาประเทศได้ไม่ทันเวลา โดยเฉพาะปัญหาการศึกษา ซึ่งรัฐบาลเก่ายอมรับว่าทำยาก ทำไม่สำเร็จ รัฐบาลนี้มีนายกฯ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ผู้แกร่งวิชา ทั้งรมว.ศธ. ดร.วิจิตร ศรีสะอ้าน ก็มีประวัติเป็นนักการศึกษาหมายเลข 1 แต่ไม่สั่งการแก้ปัญหาเร่งด่วน ยังยกตนว่าไม่เคยใส่เกียร์ว่าง ใส่เกียร์ 5 ตลอด จริงหรือ ขอสะท้อนปัญหาดังนี้

1. ปัญหาขาดครู ปัญหาดั้งเดิมที่ยังไม่มีใครแก้ไข ครูขาดมากในโรงเรียนเล็กห่างไกลแต่เกินมากในโรงเรียนใหญ่ในเมือง ที่ว่าขาดครูภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ถ้าสำรวจในโรงเรียนดัง ประจำจังหวัดคงแปลกใจ สอนกันสัปดาห์ละไม่ถึง 10 ชั่วโมง การแก้ปัญหาขาดครูควรเริ่มด้วยการเกลี่ยชั่วโมงสอน การเกลี่ยชั่วโมงสอนที่ได้ผลที่สุดต้องให้องค์กรต้นสังกัดกำหนดชั่วโมงสอนอย่างต่ำ 16 หรือ 18 ชั่วโมง ว่ากันไป ถ้ามีการแต่งตัวเลข (มั่วจำนวนชั่วโมง) ควรลงโทษทั้ง ผอ.สถานศึกษาและ ผอ.สพท.ไม่ได้สอนเลยแต่สามารถประเมินวิทยฐานะผ่านได้ ควรมีการลงโทษ ไหนๆ ท่าน รมว.ก็ได้ออกระเบียบความผิดที่ปรากฏชัดแจ้ง และให้ ก.ค.ศ.มีอำนาจทบทวนมติที่ไม่เหมาะสมจาก สพท.ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีมาก แต่ที่ท่าน รมว.ให้สัมภาษณ์ว่าหนังสือร้องเรียนที่ไม่ลงนามคงต้องทิ้งถังขยะ มันน่าเสียดาย ถ้ามีหลักฐานที่ตรวจสอบได้น่าให้น้ำหนัก ในถิ่นอิทธิพล การแสดงตนชัดเจนอันตรายมาก มีตู้ ปณ.เฉพาะก็จะดี ยังเหลือเวลาไม่มาก

ที่จะแก้ปัญหาขาดแคลนครูโดยส่งนักศึกษาฝึกสอนไปประจำโรงเรียนห่างไกลหรือโรงเรียนกันดารเป็นแนวคิดแก้ปัญหาที่เพิ่มปัญหา เพราะเป็นภาระในการดูแลและให้ความปลอดภัยแก่นักศึกษาเหล่านั้น ไปเพิ่มงานให้พวกเขา คงอยากลาออกมากกว่าเดิม (ผอ.และครู ร.ร.เหล่านี้มีเปอร์เซ็นต์อยากเออร์ลี่สูง)

แก้ปัญหาขาดครูตามแนวคิดให้จัดสอนนักเรียนกลุ่มใหญ่ (80 คนขึ้นไป) ของดร.วิจิตร ตลกมาก โรงเรียนเล็กห่างไกลทำได้หรือ รวมทุกชั้นเรียนไม่ถึง 80 คน ทำได้ในโรงเรียนใหญ่โรงเรียนดัง ซึ่งไม่จำเป็นต้องทำ ครูเกินจนล้น

2.ปัญหาประเมินเลื่อนวิทยฐานะ

2.1 รัฐบาลเก่าจัดให้ครูขอประเมินอาจารย์ 3 เชิงประจักษ์ไม่จำกัดจำนวน ครูขอประเมิน 3 หมื่นคนแต่ในเวลาเกือบ 4 ปี ก.ค.ศ.จัดประเมินให้แล้วประมาณ 1 หมื่นคน (ไม่ผ่านมากเพราะแต่งตั้งอาจารย์ของมหาวิทยาลัยซึ่งไม่เข้าใจงานของครูตัดสินผลงาน) ที่รอการประเมิน (อ่าน) อีก 20,000 คน ท่าน รมว.ดร.วิจิตร ชี้แนะให้สละสิทธิการประเมินหันมาอบรม (วิธีประเมินคงผ่านยาก) ครูสละสิทธิเพื่ออบรมจำนวนมาก จึงเกิด 2 มาตรฐานในเกณฑ์เดียวกัน คือ เกณฑ์ประเมินอาจารย์ 3 เชิงประจักษ์ (อบรมก็มี ประเมินจากผลงานก็ได้)

2.2 การอบรมที่จัดขึ้น (รุ่นที่ 1 วันที่ 19-21 มี.ค. 2550) ครูที่ไม่ผ่านการประเมินอาจารย์ 3 เชิงประจักษ์แล้วได้สิทธิอบรมด้วย อ้างให้การเยียวยาแต่ไม่ให้สิทธิครูที่ไม่ผ่านเกณฑ์เดิมเข้ารับการอบรมไม่ทราบว่า ศธ.ต้องการเพิ่มความแตกแยกในวงการครูหรือ ปัจจุบันครูมัธยมขัดแย้งกับครูประถมอยู่แล้ว ไม่ผ่านประเมินอาจารย์ 3 เชิงประจักษ์ไม่ได้สิทธิประโยชน์เหมือนไม่ผ่านอาจารย์ 3 เกณฑ์เดิม ไม่ผ่านคือไม่ผ่านทำไมต้องเยียวยา ให้เยียวยาเพียงกลุ่มเดียว อีกกลุ่มมิใช่ครูไทยหรือ ก.ค.ศ.ดำเนินการสวนทางนโยบาย “คุณธรรมนำความรู้” ชัดเจนในความไม่เที่ยงธรรม สังคมครูไม่เคยเป็นเช่นนี้

ในรัฐบาลนี้ให้มีการทบทวนการประเมินวิทยฐานะตามข้อสังเกต ครม.คือให้เน้นคุณภาพที่จะไปถึงนักเรียน การจัดอบรมช่วงสั้น หลังการอบรมให้ทดสอบการปฏิบัติการสอนจริงในสถานการณ์จำลองคนละ 30 นาที พร้อมทดสอบหลังการอบรม น่าจะไม่ตรงตามข้อสังเกตของ ครม.ดังกล่าว

มติ ก.ค.ศ.ที่ผ่อนปรนเกณฑ์ให้คะแนน (ตามคำร้องขอของครู) ว่า ถ้าผู้รับการอบรมได้คะแนนเฉลี่ยของทุกเกณฑ์ไม่ต่ำกว่า 70 ถือว่าผ่าน เปลี่ยนจากเกณฑ์เดิมที่ต้องผ่านเกณฑ์ละไม่ต่ำกว่า 70 มตินี้จะเป็นมติแห่งการเลือกปฏิบัติ ถ้าไม่ใช้กับกลุ่มครูผู้ยืนยันการประเมิน (รออ่าน ยังไม่อบรม) และวิทยฐานะอื่นที่มิได้อบรม (จึงควรผ่อนปรนคือ ชำนาญการพิเศษเฉลี่ย=65 เชี่ยวชาญเฉลี่ย=70 เชี่ยวชาญพิเศษเฉลี่ย =75)

ณ วันนี้พอจะมองเห็นว่า เสนาบดีต่อให้เก่ง มีประสบการณ์ ถ้าดื้อรั้นไม่ฟังใคร ทนฟังคำวิพากษ์วิจารณ์ไม่ได้ ชอบพูดเยาะเย้ยถากถาง เด็กอดข้าวประท้วงต้องเข้าโรงพยาบาลก็ไม่ปรากฏภาพแห่งความเมตตาอาจถูกข้าราชการประจำหลอกให้หลงทางในเขาวงกตเดินหาทางออกไม่ได้ บ้างเชื่อว่าตกเป็นสมุนของกลุ่มอำนาจเก่าไปแล้ว จึงตอบโต้คนในพรรคการเมืองที่เคยร่วมอย่างไม่เกรงใจ สงสัยว่าทำไมต้องเร่งสานต่อผลงานตกค้างของอำนาจเก่า ให้ประเมินต่อไปไม่ดีกว่าหรือ ไม่มีค่าจ้างอ่านก็ตั้งกรรมการที่เป็นครูด้วยกัน (อ่านฟรี) จะสร้างความเป็นเอกภาพและสามัคคีในวงการครูได้ อาจารย์มหาวิทยาลัยประเมินผลงานกันเองแต่ครูประเมินผลงานครูไม่ได้ ต้องให้อาจารย์มหาวิทยาลัยมาดับฝันของครู

รมว.ศธ.ขณะสังกัดพรรคการเมืองเคยให้สัมภาษณ์ว่า “ต่ออายุราชการให้อาจารย์มหาวิทยาลัยได้ ควรให้ครูด้วย เพราะกระทรวงเดียวกัน” ปัจจุบันขาดแคลนครู ขาดครูมืออาชีพ รมว.ยังคิดแก้ปัญหาคิดให้ความเท่าเทียมอยู่หรือไม่ หรือเพียงพูดไว้แล้วลืม หรือคิดว่าพูดลอยๆ ไม่จำเป็นต้องรักษาคำพูด

การศึกษาพื้นฐานล้ม อุดมศึกษาก็ล้ม สังคมคงวุ่นวาย ขอคุณสนธิช่วยด้วย

ด้วยความนับถือ
ครูไทย แฟนยามเฝ้าแผ่นดิน

******

คอลัมน์-“เสียงประชาชน”นี้จะเป็นช่องทางให้ประชาชนที่ต้องการแจ้งข่าวคราว เบาะแส ระบายความในใจต่อความเป็นไปในบ้านเมือง เพื่อส่งผ่านไปยังผู้มีอำนาจในบ้านเมือง ผู้เกี่ยวข้อง และประชาชนในแผ่นดินได้รับรู้ร่วมกัน โดยส่งส่งถึงสนธิ ลิ้มทองกุล ผ่านทาง peoplevoice@manager.co.th หรือส่งจดหมายมาที่ สนธิ ลิ้มทองกุล 102/1 บ้านพระอาทิตย์ ถนนพระอาทิตย์ แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร กทม.10200 วงเล็บมุมซองว่า “เสียงประชาชน” หรือ โทรสาร 02-281-1708
กำลังโหลดความคิดเห็น...