xs
xsm
sm
md
lg

ถกประเด็นร้อน"รับน้อง-ผลสอบซีทีเอ็กซ์-การอภิปรายของป๋าเหนาะ"

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

รายการก่อนจะถึงวันจันทร์ ออกอากาศทาง News 1 ทุกวันอาทิตย์ เวลา 21.05-22.30 น. 3 พิธีกร สำราญ รอดเพชร คำนูณ สิทธิสมาน และสโรชา พรอุดมศักดิ์ ร่วมวิพากษ์ประเด็นรับน้องใหม่ ผลพวงจากการอภิปรายของนายเสนาะ เทียนทองและผลสอบทุจริตซีทีเอ็กซ์

สโรชา – สวัสดีค่ะ คุณผู้ชม ขอต้อนรับเข้าสู่รายการก่อนจะถึงวันจันทร์ค่ะ วันนี้เปิดกันด้วยความคึกคัก ด้วยความสดใจจากวงชาติสมัย วิไลศิลป์ค่ะ วันนี้กลับมาคุยกันในหลายๆเรื่องนะคะ ล้วนแล้วแต่ดุเด็ดเผ็ดมันทุกเรื่องเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของราวผลสอบซีทีเอ็กซ์ การอภิปรายของคุณเสนาะ เทียนทอง รวมไปถึงประเด็นที่สังคมกำลังถกเถียงอยู่ในขณะนี้นั่นก็คือเรื่องราวของการรับน้อง ว่าเหมาะสมไม่เหมาะสมอย่างไร คุณผู้ชมสามารถที่จะโทรมาแสดงความคิดเห็นกับเราได้ในรายการนี้ที่ 02-6294433 ค่ะ กลับมาพบกับเราทั้ง 3 คนเช่นเคย คุณสำราญ รอดเพชร คุณคำนูณ สิทธิสมาน และดิฉันสโรชา พรอุดมศักดิ์ค่ะ

สำราญ – สวัสดีครับ

คำนูณ – สวัสดีครับ

สโรชา – มาเริ่มกันที่ประเด็นแรกก่อนเลยดีกว่า เพราะว่าเป็นที่ถกเถียงกันพอสมควรนะคะ สำหรับเรื่องของการรับน้อง จริงๆแล้วมันเป็นประเด็นเก่า ซึ่งทุกครั้งที่มีกรณีก็จะเถียงกันอย่างนี้แหละ ว่ารับน้องรุนแรงเกินไปไหม เหมาะสมอย่างไร ซึ่งก็เป็นเรื่องเดิมๆ เพียงแต่ครั้งนี้อาจจะรุนแรงกว่าครั้งก่อนๆ เพราะว่ามีการสงสัยกันว่ามีน้องคนหนึ่งไปรับน้องกลับมา แล้วถึงขั้นต้องปลิดชีวิตตัวเอง

สำราญ – ที่ชุมพรใช่ไหมครับ

สโรชา – ใช่ค่ะ ถือว่าเป็นประเด็นสังคมที่ใหญ่หลวงพอสมควรนะคะ ทั้ง 2 ท่านก็ผ่านการรับน้องกันมาแล้วนี่ เหมาะไหม

คำนูณ – ผมไม่เคยครับ

สโรชา – ไม่เคยนี่ ไม่ได้ไปหรือคะ

คำนูณ – ธรรมศาสตร์เขาไม่มีรับน้อง เขามีแต่รับเพื่อนใหม่ และการไม่มีว้าก ไม่มีซ้อมเชียร์ เพราะยุคที่ผมเข้านั้นปี 2516 พอดี

สำราญ – 14 ตุลาคม

คำนูณ – คือก็มีซ้อมเชียร์บ้างนะครับ แล้วก็ขอร้องให้ช่วยเข้าไปหน่อยนึง ก็ปรากฏว่าคำขอร้องนี่ดี ก็มีคนเข้าไปเชียร์กันเต็มโดยที่ไม่ต้องว้าก ไม่ต้องอะไรนะครับ

สำราญ – ผมว่ามันเป็นเรื่องเก่าที่น่าเบื่อที่จะพูดแล้วนะ แต่มันก็เป็นปัญหาทุกปี เที่ยวนี้บังเอิญว่ามันรุนแรงหน่อยก็ตรง ที่ชุมพรก็ยังไม่ชัดเจนเสียทีเดียว ว่าตกลงเป็นเรื่องของรับน้องใหม่ล้วนๆนะ นี่ ม.เกษตรใช่ไหม วิทยาเขตกำแพงแสน

คำนูณ – เท่าที่อ่านดูแล้วก็ไม่น่าจะใช่ทั้งหมด คือถ้าจะพูดมากกว่านี่ก็สงสารน้องที่เขาตายไป

สำราญ – แต่โดยภาพรวมก็คือยังมี ที่จริงผมก็ลืมเสียแล้วนะ คุณคำนูณ โซตัสก็ดีนะ โซตัส (SOTUS = S = Seniority O = Order T = Tradition U = Unity และ S = Spirit) มันก็เป็นความหมายที่ดีนะ แต่ว่าพักหลังมันไปอีกเรื่องหนึ่ง มันเลยเถิดในบางสถาบัน

คำนูณ – แต่จริงๆมันก็ตั้งแต่เรายังเป็นเด็กนะ การถกเถียงในสังคมเกี่ยวกับเรื่องนี้มันเป็นมาโดยตลอด และก็ความรุนแรงจาการรับน้อง ความวิตถาร ความพิเรนจากการรับน้องก็มีมาโดยตลอดนะครับ คล้ายๆกับว่าพอถึงฤดูเปิดการศึกษา เปิดภาคการศึกษาของมหาวิทยาลัยนี่ ก็เป็นวาระที่หนังสือพิมพ์รายวันจะต้องหยิบเรื่องนี้ขึ้นมานะ ก็เป็นมาโดยเฉลี่ยนะครับ

สำราญ – ผมยังอนุรักษ์นิดหน่อย ผมว่าทางสถาบันต้องเข้าไปดูแลมากกว่านี้หน่อย

สโรชา – คือจริงๆแล้วในต่างประเทศ อย่างที่สหรัฐอเมริกาเขาก็มี เพียงแต่ว่าเขาไม่ได้มีของมหาวิทยาลัย หรือมีของคณะต่างๆ แต่ว่าจะเป็นการรับน้องที่เรียกว่าเป็นสังคมอีกกลุ่มหนึ่ง ที่สมัครเข้าไป แล้วก็จะมีการรับสมัครกันรับได้รับไม่ได้ ก็จะเหมือนเป็นสังคมเฉพาะของเขา เป็นในกลุ่มเล็กๆนะคะ ซึ่งเขาก็จะมีการรับน้องกันซึ่งคล้ายกับบ้านเรามากๆ และก็จะมีข่าวออกมาพอสมควรว่าเคยมีเด็กตาย เสียชีวิตในระหว่างการรับน้อง คือให้ไปทำอะไรซักอย่างในที่พิเรนสุดๆ แล้วก็เกิดเสียชีวิตขึ้นมา และก็มีอยู่เป็นระยะๆทุก 5 ปีทุก 3 ปีก็จะมีให้ได้ยินกัน แต่ถือว่าประเพณีเก่าแก่ที่เขาทำกัน แล้วซ้ำแล้วกว่านั้นก็คือในบ้านเรานี่ถือว่าสถาบันเองก็เข้าไปควบคุมได้ แต่ว่าในส่วนของสหรัฐอเมริกาไม่สามารถเข้าไปควบคุมได้ เพราะว่าเป็นสังคมคือเขาเรียกว่าเป็นกิจกรรมนอกมหาวิทยาลัย เพราะฉะนั้นนี่ไม่เกี่ยวกับสถาบันเลย ตรงนี้ก็น่าเป็นห่วงพอสมควร แต่ว่าบ้านเรานี่ดูแล้วนี่มันหนักข้อขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของเขาเรียกว่าอะไร ความคุ้นเคยระหว่างเพศหรือ หรือว่าความล่อแหลมในกิจกรรมมันค่อนข้างจะสูง

สำราญ – คือตัวรูปแบบเนื้อหากิจกรรม โอเคมันต้องตามยุคนะส่วนหนึ่ง แต่บางทีมันอัดไปเกิน 100 เต็ม 100 เกินไปนะครับ วันศุกร์นี่ก็คุยกันภาคธรรมะไปทีหนึ่งแล้ว อาจารย์สามารถ คุณสนธิ หลวงปู่พุทธะอิสระ ก็มีความเห็นพ้องต้องกันว่า ควรจะมีส่วนผสมของกิจกรรมทางปัญญาเข้าไปบ้างนะ ไม่ถึงกับเข้าวัดแต่ให้มันมีกิจกรรมที่มีกลิ่นอายของวัฒนธรรมไทย กลิ่นอายของศาสนาพุทธบ้าง สิ่งเหล่านี้มันจะเกิดขึ้นได้ ทางสถาบันต้องเป็นตัวกำหนดนะ คือฝ่ายกิจการนักศึกษาซึ่งจริงๆก็สามารถพูดคุยกับเด็ก กำหนดบางอย่างได้อยู่แล้วนะ

สโรชา – ก็วันนี้นะคะ คณะกรรมการการอุดมศึกษาก็ออกหนังสือเวียนไปถึงสถาบันต่างๆนะคะว่า การรับน้องหรือกิจกรรมต่างๆที่เกี่ยวกับการรับน้อง จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากตัวของน้องใหม่ และตัวของผู้ปกครองด้วยว่าอนุญาตให้ไปทำกิจกรรม

สำราญ – คือมันพิเรนๆมีอยู่ที่บางสถาบันนะ อ่านข่าวแล้วเราก็ตกใจ รุ่นพี่ถึงขนาดบังคับให้รุ่นน้องนี่สำเร็จความใคร่ให้ดูต่อหน้านี่นะ เด็กมันก็ผูกคอตายอะไรอย่างนี้ดีกว่านะครับ ไปถึงขนาดนั้น

สโรชา – คือมันค่อนข้างจะรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ และรุ่นพี่อย่างเช่นเราเป็นน้อง เราเข้าไปเราโดนบางอย่าง พอเราเป็นรุ่นพี่สิ่งที่เราจะทำก็คือเหมือนกับเป็นการแก้แค้น มันก็จะทำให้ยิ่งรุนแรงมากยิ่งขึ้นตรงนี้

คำนูณ – ความจริงเลิกเสียเลยดีไหม

สำราญ – ผมเห็นด้วยนะ

สโรชา – เขาก็มีเหตุผลของเขาว่ามันก็สร้างความคุ้นเคยระหว่างรุ่นพี่กับรุ่นน้อง ซึ่งมีอะไรก็จะได้สามารถพูดคุยกับรุ่นพี่ได้

คำนูณ – ก็ไม่เห็นจะต้องคุ้นอะไรกันนักหนา ต่างคนต่างเรียน ต่างคนต่างอยู่กันไป

สโรชา – ขนาดนั้นเลยไหม ไม่รู้ ดิฉันว่าถ้าสร้างความคุ้นเคยมันก็โอเค

คำนูณ – มันเป็นกิจกรรมเพื่อการกีฬามากกว่านะ คือในการแข่งขันกีฬาก็ต้องมีการขึ้นสแตนเชียร์ แล้วถ้าเผื่อไม่มีการว้าก ไม่มีการซ้อมเชียร์กันมันก็จะขาดความพร้อมเพรียง

สำราญ – หรือไม่ก็พาน้องๆไปนอกสถานที่ พอนอกสถานที่ตรงนี้แหละ มันมีความพิศดารมาเยอะ นอกสถานที่นี่

คำนูณ – ผมว่าเลิกเหอะ

สำราญ – ถ้าหญิงกับชายก็จะเรื่องทางเพศเข้ามาเกี่ยวข้องเล็กๆหรือมากๆก็แล้วแต่

สโรชา – แต่ว่าน้องเองไปถึง ก็มีน้องบางคนเล่าให้แอ้มฟังเหมือนกัน ว่าไปถึงถึงแม้ว่าจะรู้สึกว่าทำเกินไป ทำรุนแรงเกินไป หรือว่าพฤติกรรม หรือว่ากิจกรรมต่างๆที่ทำนี่มันล่อแหลมจนเกินไป ก็ไม่กล้าที่จะไม่เข้าร่วมกิจกรรม เพราะว่าสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ รุ่นพี่ก็จะหมายหัวไว้เลย ว่าไอ้น้องคนนี้มันเป็นเจ้าปัญหา

สำราญ – คือไม่ร่วมก็เป็นปมในใจอีก

คำนูณ – คือมันคงต้องปรับกิจกรรมในมหาวิทยาลัยทั้งหมดนะครับ คือผมว่าก็เรียนอย่างเดียวอย่าไปยุ่งเลย

สโรชา – คือกิจกรรมอย่างอื่นมีให้ทำเยอะแยะ

คำนูณ – เลิกเถอะ กิจกรรมพวกรับน้อง เรื่องกีฬาอะไรต่ออะไรนี่ ผมว่าเลิกเถอะ

สโรชา – เลิกเลยเหรอ กิจกรรมกีฬาก็ไม่เอาหรือ

คำนุณ – ก็แข่งไปสิ ใครใคร่ดูก็ดูไป ใครอยากจะเชียร์นี่ผมยังเชื่อเสมอว่า เราขอความร่วมมือกันอย่างสุภาพเพื่อความเป็นสถาบัน และมีการซ้อมอะไรกันเป็นปกติ แล้วก็รุ่นพี่อาจจะมาดูแลรุ่นน้องได้ แต่ว่าก็ทำอย่างเคารพสิทธิมนุษยชนต่อกันนี่ ผมว่าคนไทยคุยกันได้นะ อะไรพิเรนๆแผลงๆนี่ก็เลิกเสียเถอะ ธรรมศาสตร์นี่ไม่มีนะ แต่ว่าเล่นเอาผมนี่ต้องไปดูที่อื่น จนต้องไปดูที่ศิลปากรเมื่อก่อนนี้ ศิลปากรนี่ได้ชื่อว่าเป็นกิจกรรมรับน้องที่สนุก คือไม่แรงนะ เขาอาจจะมีแผลงๆบ้างนะ แต่ก็มีสีสันและก็ได้ชื่อว่าเป็นกิจกรรมที่สนุก แต่ว่าคือผมว่าสำหรับเด็กบางคนนี่นะ ที่เขาอาจจะมีชีวิตในชั้นมัธยมมาอีกอย่างหนึ่งนี่ ไปเจอกิจกรรมรับน้องนี่ ผมว่าอาจจะมีการช็อกได้ คือบางคนนี่อาจจะไม่เคยออกกำลังกายมาก่อนเลย รับน้องนี่มันเหนื่อยนะ ถึงไม่แผลงไปพิเรนนะ แต่ก็เขาก็ต้องให้วิ่ง ให้ทำโน่นทำนี่อะไรต่ออะไรนี่ ให้ดิ้นให้เต้น 2. ไม่กล้าแสดงออกนี่ ไปเจอกิจกรรมรับน้องที่ต้องแสดงอะไรเต็มที่นี่ มันเท่ากับว่ามันช็อกไปเลยนะ หลุดไปเลย อย่างผมดูน้องคนที่เขาฆ่าตัวตายนี่ ท่าเต้นไก่ย่างนี่คุณแอ้มรู้จักไหม

สโรชา – ไม่รู้จักค่ะ เพิ่งมาเห็นตอนที่เป็นข่าวนี่

คำนูณ – เผอิญผมรู้จัก เพราะว่าลูกผมก็เต้น เด็กๆน่ะ มันเป็นเพลงที่ผมว่าในโรงเรียนอนุบาล ในโรงเรียนทั่วๆไป เวลาคุณครูเขาทำกิจกรรมกับเด็กเขาก็ร้องเพลงไก่ย่างนะ ทีแรกผมได้ยินลูกผมร้องผมยังตกใจ ทีนี้พอไปดูเขานี่นะ ผมว่าก็เป็นปกตินะ แต่ทีนี้ท่าเต้นนี่เวลาเอาไม้เสียบตูดคุณนึกออกไหม มันก็ถ้าเป็นเด็กเต้นมันก็น่ารักน่ะ และก็อย่าไปแผลงมาก แต่ถ้าเป็นผู้ใหญ่ซักหน่อยเต้นนะ แล้วโดนรุ่นพี่แผลงว่ามันต้องเสียงแรงๆ หนักๆ แล้วก็เวลาเสียบมันต้องกระเด้งขึ้นมาหนักๆเลยนี่ คุณนึกดูสิ

สโรชา – มันก็จะไปกันใหญ่เลยทีนี้ เด็กๆทำยังน่ารัก

คำนูณ – ทีนี้ถ้าน้องเขาแบบ เขาเป็นคนเรียบร้อยอะไรอย่างนี้

สโรชา – ก็จะไปเจอภาวะอย่างนี้ หรือว่าสถานการณ์แบบนี้ก็จะงงๆกันไป แล้วก็เป็นไปได้นะคะว่า เขาจะช็อกไปเลย ก็อาจเป็นไปได้นะคะ

คำนูณ – อีกอย่างหนึ่งที่น่าอภิปรายคือ เขาบอกว่าสาเหตุอีกอย่างหนึ่งคือ รุ่นพี่ห้ามใช้โทรศัพท์มือถือ 3 วัน ผมว่านี่เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่ควรอภิปรายกัน ไม่เกี่ยวกับรับน้อง

สโรชา – ขาดการติดต่อกับโลกภายนอก

คำนูณ – การไม่ได้ใช้โทรศัพท์มือถือ 3 วันนี่เป็นเรื่องใหญ่มาก

สโรชา – สำหรับวัยรุ่นนะ

สำราญ – ความกดดันนะ

สโรชา – คือพูดง่ายๆว่าเขาไปอยู่ในสังคมใหม่ แล้วเขาไม่รู้จักใครเลย แล้วบังคับให้เขาขาดการติดต่อกับคนทางบ้านเลย

คำนูณ – คือปกติน้องเขาอาจจะต้องโทรคุยกับแฟนทุกวันอะไรอย่างนี้ แล้วทีนี้พอหายไป 3 วันแฟนก็งอน

สำราญ – ซักวันต้องฝึกให้อดทนบ้าง หายไปไม่คุยซักวันนี่ แต่ถ้า 3 วันมันก็เริ่มแล้ว พอ 5-7 วันมันก็ยิ่งไปกันใหญ่ คือผมเห็นด้วยว่าควรจะมีซักวัน สมมุติถ้ายังคงกิจกรรมแบบนี้อยู่นะ ก็ถือว่าไม่แรงมาถ้าซักวัน แต่ถ้า 3 วันนี่คือต้องดูอายุของเด็กมันด้วย 16-17 ปีนี่กำลังเลย

คำนูณ – คือการก้าวสู่มหาวิทยาลัยมันเป็นการเปลี่ยนชีวิตนะ สมัยคุณสำราญถือว่าเปลี่ยนเยอะไหม สมัยผมนี่ถือว่าเปลี่ยนเยอะนะ เรียนชั้นมัธยมนี่เราเรียนแบบ คุณครูก็เข้ามาสอนนะ วิชาโน้นวิชานี้คุณครูแต่ละคนก็เข้ามาสอน พอเข้ามหาวิทยาลัยต้องเดินไปเรียน ห้องโน้นห้องนี้

สโรชา – อยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ ห้องอยู่ที่ไหนตึกไหน ยิ่งมหาวิทยาลัยใหญ่ๆนี่ เรียบร้อยเลย คือมันเป็นย่างก้าวแรกสำหรับการเข้าสู่ชีวิตของผู้ใหญ่จริงๆ ซึ่งน้องบางคนนี่ถ้าเกิดว่าไม่ได้เตรียมตัวมาดีๆนี่ ไปเจอนอกจากจะภาวะใหญ่ สถานการณ์ใหม่ ผู้คนใหม่แล้ว ไปเจอสถานการณ์ที่ถูกบังคับข่มเหงทางจิตใจนี่นะ

สำราญ – คณะกรรมการนี่เขาให้ทำอะไรนะครับ

สโรชา – เขาบอกว่าถ้าเกิดจะทำกิจกรรมรับน้องนี่ต้องได้รับการยินยอมค่ะ เป็นลายลักษณ์อักษรจากทั้งนักเรียนเอง กับผู้ปกครองด้วย และก็ห้ามไปนอกสถานที่แล้ว ไม่ให้แล้วไม่เอา

คำนูณ – รับน้องนี่บางทีมันก็เรียนมากจากการฝึกทหาร คุณเคยเรียน รด. คุณเคยเจอครูฝึกว้ากไหม

สำราญ – โดนครับ ไม่ต้องขั้นนั้น ขนาดเรียนลูกเสือยังเครียดเลย

คำนูณ – คือทำอะไรมันก็ว้ากหมดน่ะ คือชีวิตนี้เราทำอะไรไม่มีวันถูก เขาจะต้องหาเหตุว้ากเราให้ได้

สโรชา – ผิดตลอด คือต้องสร้างความแข็งแกร่ง

คำนูณ – คุณเคยดูหนังใช่ไหม พวกภาพยนตร์ที่ครูฝึกอะไรเวลาที่เขาว้ากนี่ เขาต้องสร้างความกดดัน

สโรชา – ซึ่งจะจำเป็นหรือไม่อย่างไร ก็คงจะอยู่ในวิจารณญาณ ก็ฝากไว้แล้วกันสำหรับรุ่นพี่บางคน คือโดยส่วนตัวแล้วไม่แอนตี้นะ รับน้องก็ดี มันก็เป็นภาวะที่เหมือนกับทำให้คุ้นเคยกับสถานที่ คุ้นเคยกับรุ่นพี่ หรือว่าคนในคณะอะไรประมาณนี้ แต่ว่าก็คงจะต้องฝากไว้นิดนึงแล้วกันค่ะ ว่าจะทำอะไรก็ทำให้มันอยู่ในขอบเขต

สำราญ – คือคำว่าโซตัสนี่ถอดออกมามันมีความงดงามของมันอยู่นะ พูดถึงคำๆนี้

สโรชา – ก็คือเป็นการต้อนรับเข้าสู่คณะ ต้องรับเข้าสู่สถาบันอะไรประมาณนั้นนะคะ แล้วเขาก็จะเป็นพิธีกันมา โชคดีที่ดิฉันไม่เคย

สำราญ – ลูกสาวอยากไปเรียนที่ศิลปากร สงสัยรับน้องใหม่ไม่หนักเท่าไหร่นะ

สโรชา – หวังว่าค่ะ

คำนูณ – จริงๆก็ไม่หนัก แต่พอสมควร คือไม่ถึงกับพิเรนทร์นะ แต่ว่าเขาจะสร้างสรรค์แล้วก็ต้องแสดงออกน่ะ

สโรชา – การแสดงออกนี่สิปัญหานะ เดี๋ยวเราจะพักกันแป๊บนึงนะคะ แต่ก่อนไปพักเกริ่นกันซักนิดก่อนไหมคะ เบรกหน้านี้ตกลงมีเรื่องซีทีเอ็กซ์ แล้วก็มีเรื่องคุณเสนาะด้วย

สำราญ – เรื่องรัฐธรรมนูญ เรื่องการเมือง และก็เรื่องซีทีเอ็กซ์ สรุปแล้วก็คือการเมืองหมด

คำนูณ – รวบเป็นเรื่องเดียวไปเลย

สโรชา – ตกลงซีทีเอ็กซ์นี่ก็เรื่องการเมืองหรือคะ

สำราญ – มันก็การเมืองกำลังจะอภิปรายกันด้วยซีทีเอ็กซ์ วันอังคารจะยื่นแล้ว

สโรชา – จะยื่นแล้วนะ ตกลงพรรคชาติไทยนี่มีบทบาทมากน้อยขนาดไหนหรือคะ

คำนูณ – ลงชื่อร่วมชื่อด้วย

สโรชา – แต่ไม่อภิปรายร่วม

สำราญ – คงอภิปรายแหละ แต่ว่านี่ก็มีที่มานิดหน่อย คือแต่รายการดั้งเดิมนะ ชาติไทยเขาก็อยากอภิปรายด้วยแหละ แต่เขาอยากอภิปรายเนวิน ชิดชอบ เท่าที่ผมทราบมานะ เรื่องของกล้ายาง เรื่องของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่องกล้ายางพวกนี้ เขาอยากเล่นตรงนี้ ไม่ใช่เพราะว่าคุณบรรหารแค้นคุณเนวินนะ หรือจะมีด้วยนี่ผมก็ไม่ทราบนะ แต่เขามีข้อมูลเรื่องนี้แบบนี้

คำนูณ – แล้วทำไมประชาธิปัตย์ไม่ยอม

สำราญ – ประชาธิปัตย์นี่ตอนหลังเขาบอกว่า เขาต้องการให้มันโฟกัสจุดเดียว คือไม่อยากให้เป้ามันกระจาย แล้วเขาก็อ้างว่าคุณเนวินก็ไม่ถึงกับ คือคล้ายๆประเมินดูแล้วเอาแกไม่อยู่

คำนูณ – เพราะว่าคุณฉกรรจ์ แสงรักษาวงศ์ เป็นเพื่อน มช.กับใครด้วยหรือเปล่า

สำราญ – เลขาธิการพรรคหรือ อันนี้ไม่ทราบ รู้แต่ว่าดั้งเดิมนั้นชาติไทยเขาอยากอภิปรายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โฟกัสไปที่เรื่องกล้ายาง คุณเนวิน ชิดชอบ แต่ว่าประชาธิปัตย์เขาบอกว่าควรจะเอาเรื่องเดียวเถอะ เดี๋ยวหมัดไปหนักว่าอย่างนั้นเถอะ

สโรชา – เอาหมัดเดียวให้หนักไปเลย

สำราญ – ก็ชาติไทยก็เหมือนกับว่าเกิดอาการเหมือนกึ่งๆงอนนิดหน่อยนะ และก็มาเจรจากันใหม่ พรุ่งนี้คุณอภิสิทธิ เวชชาชีวะก็จะไปคารวะท่านเติ้งใหม่ แล้วก็จะเจรจากัน คือเขาเซ็นแล้วล่ะเชื่อน่ะ ไม่มีปัญหา

สโรชา – แต่ก็อาจจะคุยลงลึกรายละเอียดซักนิดนึงนะคะ ว่าจะอะไรอย่างไร เดี๋ยวกลับมาคุยรายละเอียดในเรื่องนี้และอีกหลายๆเรื่อง ซักครู่เดียวค่ะ

***********************************************************

สโรชา – กลับมาสู่ก่อนจะถึงวันจันทร์ค่ะ เมื่อกี๊ที่คุณสำราญพูดถึงเรื่องโซตัส ตอนนี้มีคำแปลของคำๆนี้มาแล้วนะคะ ก็คือ SOTUS คือ 1. S = Seniority เคารพผู้อาวุโส 2. O = Order ต้องทำตามคำสั่งผู้อาวุโส ต้อง 3. T = Tradition ทำตามประเพณีที่ผู้อาวุโสได้คิดเอาไว้ 4. U = Unity คิดเหมือนๆกันอย่างเป็นเอกภาพห้ามคิดต่าง และ 5. S = Spirit พร้อมพลีชีพเพื่อสถาบัน นั่นคือโซตัส เป็นที่มาของการรับน้องค่ะ ว่าระบบที่อังกฤษหรืออเมริกาใช้ในการปกครองอาณานิคมด้วยนะคะ เดี๋ยวเราไปคุยกันต่อ จะเริ่มเรื่องราวที่ตรงไหนดีคะ จะเอาอภิปรายก่อนไหม หรือว่าจะเอาเรื่องของซีทีเอ็กซ์ก่อนดี อภิปรายนี่พูดถึงอภิปรายของคุณเสนาะนะ

สำราญ – ผมนึกว่าเป็นเรื่องอภิปรายไม่ไว้วางใจ เมื่อซักครู่นี่

คำนูณ – คุณเสนาะนี่เขาไม่เรียกว่าอภิปรายหรอก เขาเรียกการประกาศปลดแอก

สโรชา – เอาเรื่องของคุณเสนาะก่อนดีกว่า เพราะเรามีเสียงของทั้งคุณเสนาะ และก็มีเสียงของท่านนายกฯที่พูดถึงเรื่องของคุณเสนาะด้วย ไปฟังก่อนดีไหม

คำนูณ – เอาเสียงคุณเสนาะอย่างเดียวได้ไหม

สำราญ – เสียงตอนไหน

สโรชา – ตอนพูดในสภาค่ะ

สำราญ – วรรคมองมั้ง วรรคที่สะอึก

สโรชา – เดี๋ยวเราไปดูกันค่ะ

-------------------------------VTR-----------------------------------

เสนาะ - โกงบ้านโกงเมือง กินนั่น กินนี่ กินอะไรต่างๆ ถามว่าผู้เฒ่าสบายใจไหม ไม่สบายใจเลย แต่ไม่ใช่แต่ผมคนเดียว สมาชิกก็ทำตาปริบๆ พูดอะไรก็ไม่ได้ เตือนอะไรก็ไม่ได้ ไปออกความเห็นอะไรก็ไม่ได้ ก็รัฐธรรมนูญฉบับนี้บอกว่าฉบับของประชาชน แต่กลับเอาอำนาจอธิปไตยของปวงชนชาวไทยมาอยู่ในคุก ไม่ใช่อยู่ในพรรค ทำไมล่ะครับ ทำไมถึงเป็นอย่างนั้นครับ ก็ไอ้ 90 วันยังไงล่ะครับ ผมรับไม่ได้จริงๆ

โภคิน – ด้วยความเคารพครับ ท่านเสนาะครับ เอากลับมาที่ประเด็น 295 ดีไหมครับท่านครับ

เสนาะ – พูดแค่นี้คนฟังภาษาไทยไม่รู้เรื่องก็ไม่รู้จะว่ายังไง ไม่ต้องพูดมากกว่านี้แล้วครับ ผมจี้ประเด็นไปถูกต้องหมด ตามความรู้สึกของผมนะ จะผิดก็ได้ แต่ผมรับผิดชอบ ผมรับผิดชอบครับ ท่านประธานที่เคารพ ผมอยากให้บ้านนี้เมืองนี้เป็นตามเจตนารมย์ตามการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมี.องค์พระมหากษัตริย์เป็นองค์พระประมุข เพราะฉะนั้นนี่ ข้อสรุปของผมก็ไม่อยากจะพูดมากกว่านี้แล้วครับ ผมได้ใส่ประเด็นตรงๆไปแล้ว ว่าผมรับไม่ได้กับระบบในการที่จะเอาผู้แทนราษฎร 1 เขต ประชากรแสนห้าแสนหก กำหนดไว้ 400 เขตเลือกตั้งกับอีก 100 ปาร์ตี้ลิสต์
ท่านประธานที่เคารพครับ พรรคที่ผมสังกัดอยู่อย่างน้อย ก็ได้อธิปไตยของคนในชาติมา 300 เขต ลองคูณไปสิครับว่าประชากรเท่าไหร่ ปวงชนชาวไทยเท่าไหร่ จะต้องเอามาอยู่ในคุกในตาราง ทำอะไรไม่ได้ พูดอะไรก็ไม่ได้ ผมคิดว่ามันถึงเวลาแล้วครับที่เราจะต้องแก้ ไปแก้เถอะครับ แต่ผมไม่มีสิทธิจะไปเซ็น สื่อมวลชนก็แหม บอกจะไปเซ็นร่วมกับฝ่ายค้าน ผมก็ยังไม่แน่ใจว่าฝ่ายค้านเอาจริงรึเปล่า ดูแล้วเปิดเกมก็ยังเห็นเล่นท่าทีกันอยู่นั่นแหละ ทำไมไม่แก้รึครับยังหวงอำนาจเท่านี้อยู่ กลัวว่าผู้แทนจะออกจากพรรคง่าย ท่านไม่ต้องกลัวหรอก พิสูจน์ให้เห็นแล้วพรรคประชาธิปัตย์ แต่เรากำลังพูดนี่เราพูดถึงเรื่องประเทศชาตินะครับ ไม่ใช่เรื่องของพรรค ผมคนนึงแหละครับไม่ยอมอยู่ในคุกเป็นเด็ดขาด
อาจจะพูดเป็นครั้งสุดท้ายแล้วก็ขอร้องนะครับว่า ถ้าเห็นว่าการที่ผมพูดวันนี้นั้นไปขัดมติพรรค ก็ผมพร้อมอย่างลูกผู้ชาย แต่ไม่ได้พร้อมที่จะลาออกนะครับ แต่พร้อมที่จะรับมติของคณะมติของกรรมการบริหารพรรค เผื่อผมจะได้ไปกราบอกพี่บรรหารว่าขอกลับมาอยู่ด้วยคนเถอะ ขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาส ขอบคุณท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่นั่งฟังผมพูด แต่ว่าผมเรียนนะครับว่า ถ้าจะเป็นมติพรรคว่าผมขัดมติพรรคอย่างแรง หรือไม่เปิดใจกว้าง ยังไม่สายครับถ้าเปิดใจกว้างแล้วเอาคำพูดของผมไปคิดไปไตร่ตรอง แล้วยังไม่สายครับอะไรก็ยังแก้กันได้ แต่ถ้าหากว่าจะให้ผมก้าวออกจากพรรคที่ผมปฏิญาณว่าชีวิตนี้อยู่พรรคสุดท้ายแล้ว ถ้าจำเป็นต้องออกเพราะว่าจะต้องถูกขับผมก็ขอว่า ให้เอาลูกชายผมแล้วก็หลานอีก 2 คนออกไปด้วยครับ ขอขอบคุณครับท่านประธาน

----------------------------------------------------------------------

สโรชา – จบตรงเสียงสั่นเครือพอดีเลยนะคะ นั่นก็คือเป็นถ้อยคำ สาระสำคัญแล้วกันสำหรับการพูดของคุณเสนาะ ซึ่งท่านนายกฯก็พูดเมื่อวานนี้ คือประมาณว่าไม่ได้เป็นปัญหาใหญ่ ประชาชนก็ไม่ต้องห่วงเรื่องเสถียรภาพของรัฐบาล เพราะว่าเป็นปัญหาภายใน เป็นปัญหาเล็ก ซึ่งก็ทุกๆพรรคก็มีปัญหาเหมือนกันหมด เหมือนไหม

คำนูณ – ไม่เหมือน

สโรชา – ไม่เหมือนปัญหาพรรคอื่นเหรอ

คำนูณ – พรรคประชาธิปัตย์นี่ ที่เขามีปัญหาอย่างนี้ก็กลุ่ม 10 มกราคมใช่ไหม ตอนนั้นก็ปี 2529 ก็ไม่ถึงขนาดมาอภิปรายกันกลางสภาขนาดนี้นะครับ คือส่วนใหญ่เขามักจะมีปัญหา แล้วก็เขาก็ออกกันมา แต่ว่าการที่ยังคงอยู่ในพรรค แล้วประกาศอย่างคุณเสนาะนี่ ไม่ค่อยมีเกิดขึ้นบ่อยๆ ก็จะมีคุณปิยะณัฐ วัชราภรณ์ คุณปิยะณัฐก็ยังอยู่ใช่ไหม

สำราญ – ไม่อยู่พรรคนี้แล้ว

คำนูณ – ยังมีชีวิตอยู่

สำราญ – ยังมีชีวิตอยู่ แต่ไม่ได้ลงเลือกตั้งพรรคไทยรักไทย ไม่ทราบไปลงพรรคไหนนะ

คำนูณ – แต่ว่าพรรคไทยรักไทยก็ไม่ได้ขับออกใช่ไหม

สำราญ – คือมันเปลี่ยนสมัยพอดี เปลี่ยนเทอม

คำนูณ – คือถ้าจะมองว่าเป็นความขัดแย้งของคุณเสนาะกับท่านนายกฯทักษิณ ให้เป็นเรื่องปกติก็เป็นปกติ เพราะว่าคุณเสนาะก็จะมีอาการอย่างนี้มาตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา

สโรชา – แต่ไม่เคยรุนแรงขนาดนี้นี่คะ

คำนูณ – ครับ ประการที่ 1 ไม่เคยรุนแรงขนาดนี้ ประการที่ 2 ก็คือทุกครั้งที่มีอาการอย่างนี้นี่ ถ้าสำรวจความคิดเห็นประชาชนนี่ เอาง่ายๆผ่านรายการต่างๆนี่ คนด่าเปิงคุณเสนาะเป็นส่วนใหญ่ ไม่ค่อยเห็นด้วย แล้วก็มองว่าคุณเสนาะนี่เล่นการเมืองเพื่อต่อรองผลประโยชน์ เพียงแต่ว่าครั้งนี้นี่ถ้าจะดูผลสำรวจอย่างน้อยตามโทรทัศน์ช่องต่างๆในรายการแล้วนี่ คนจะเห็นด้วยกับคุณเสนาะนี่เกิน 90%

สโรชา – ล้นหลามนะ

คำนูณ – อันนี้ผมคิดว่าเป็นสิ่งที่ท่านนายกฯจะคิดว่าเป็นเรื่องเล็ก เป็นเรื่องของท่านที่ท่านจัดการแก้ปัญหาได้ก็ดี ก็ว่ากันไป แต่ว่านี่คือสิ่งที่แตกต่าง สิ่งที่แตกต่างอีกอย่างก็คือเนื้อหาที่คุณเสนาะ เทียนทองพูดออกมานี่ ผมว่าส่วนหนึ่งมันเข้ากับสถานการณ์ คือเรื่องกฎ 90 วัน เรื่องอะไรต่อมิอะไรนี่ ถ้าไปพูดก่อนหน้านี่นะ ไม่ต้องย้อนไป 3-4 ปีที่แล้วหรอก เอาเป็นว่าเมื่อปีที่แล้วนี่ ผมว่าผู้คนไม่เห็นด้วย แต่ว่าในวันนี้ผู้คนยังไม่เห็นด้วยก็มีนะ แต่ว่าเริ่มรับฟังขึ้นมาเยอะ

สำราญ – เริ่มเข้าใจ เริ่มรับฟัง แต่ก็ไม่ใช่เห็นด้วยทั้งหมด

คำนูณ – เพียงแต่ว่าโดยรวมนี่สถานการณ์มันเปลี่ยนเร็วมาก ทำไมคนกลับมาเห็นด้วยกับคุณเสนาะมากขึ้น ทำไมคนเริ่มเห็นสิ่งที่เรียกว่าทุกวันนี้ระบบการเมืองมันไม่เปิดโอกาสให้มีการตรวจสอบอะไรได้ง่ายๆนี่ อันนี้ผมคิดว่ามันเป็นสิ่งที่ท่านนายกฯต้องพิจารณาแล้วล่ะ แล้วก็ต้องแก้เกมแก้ปัญหาอย่างจริงจัง ซึ่งเท่าที่ดูนี่ท่านก็พยายามนะ ในเรื่องทุจริตอะไรต่ออะไรนี่

สำราญ – ก็พยายามแก้แล้วก็ คือที่คนถามกันมากก็คือ สุดท้ายหนังคู่นี้จะจบลงอย่างไรใช่ไหม

สโรชา – ออกไม่ออก

สำราญ – ท่านนายกฯก็พูดมานิดหน่อยว่าคือ มันก็มีหลายทางแก้นะ แล้วก็หลุดคำว่า “คอนเวิร์ส” มาคำหนึ่งนะ คล้ายๆว่าทางใครทางมัน คือคล้ายๆว่าถ้าไม่ไหวจริงๆก็ต้องทางใครก็ทางใครประมาณนั้นแหละนะ ซึ่งผมคิดว่าถ้าท่านผู้ชมอาจจะมีคำถามอยู่ในใจ ว่าแล้วจะจบลงอย่างไรนี่ คือเฉพาะหน้ามันยังไม่จบหรอกครับ มันก็จะคาราคาซัง คอนเวิร์สแบบคาราคาซัง ตอนนี้ก็คือทางใครทางมัน แต่ก็คือยังคาๆอยู่อย่างนี้

สโรชา – ก็ยังอยู่ในพรรคอย่างนี้

คำนูณ – คือคุณเสนาะก็คงอยากให้พรรคขับออก เพื่อที่จะได้ใช้สิทธิร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ในขณะที่ไทยรักไทยหรือว่าท่านนายกฯก็รู้แหละ ก็คงจะอยู่ไปอย่างนี้แหละ ไม่ขับออก ไม่ทำอะไร แต่พอถึงเวลาลงสมัครรับเลือกตั้งคราวต่อไป ไม่ว่าจะครบอายุ ถ้าครบนะหรือว่าจะยุบสภาอะไรก็คือไม่ส่งคุณเสนาะ ไม่ส่งพรรคพวกคุณเสนาะ เหมือนกับที่คราวที่แล้วก็คือไปส่งพรรคพวกคุณเสนาะไว้ในที่ท้ายๆ แบบว่าประสงค์จะให้ไม่ได้รับเลือกตั้ง

สโรชา – คือจริงๆแล้วส่อแววมาตั้งแต่การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาแล้ว

สำราญ – ก็หลายเรื่องหลายราวแล้วนะครับ ก็คงจะคาราคาซังอย่างนี้ต่อไปในระยะที่ยาวนานพอสมควรนะ ก็อยู่ที่การเมืองใหญ่ด้วย ว่ามันจะวิวัฒนาการ หรือพัฒนาการไปอย่างไร

คำนูณ – แต่คุณเสนาะก็มีโอกาสที่จะแสดงอะไรเยอะนะในช่วงนี้

สำราญ – ก็แสดงกันไป ไม่รู้ คือต้องเสียดสีกันต่อไปนะ คือคุณเสนาะกับกลุ่มและคณะนี่จะลาออกวันพรุ่งนี้ก็ลาออกได้ แต่คือสิ้นสภาพไปเลย ดังนั้นไม่เกิดแน่นอนนะครับ เพราะท่านก็ประกาศแล้ว

สโรชา – ตกลงกลุ่มของคุณเสนาะตอนนี้มันเท่าไหร่ โดยประมาณ จากที่บอกว่าตอนนั้น 50-60 คน

สำราญ – ผมว่าเอาตัวเลขอย่างเป็นกลางๆเลยนะ คุณสโรชา ผมว่า 30

สโรชา – เหลือ 30 เอง

สำราญ – 30 นี่คือพูดแบบค่อนข้างบวกให้แกนิดๆนะ

คำนูณ – คืออย่างนี้ธรรมชาติของการเมืองนี่ ยามสุขนี่กลุ่มวังน้ำเย็นเยอะ 70-80 คน เสพสุขกัน แต่นี่มันยามทุกข์น่ะ คือถ้าเกาะกลุ่มกันเหนียวแน่นหมายถึงว่าอนาคตกับไทยรักไทยไม่มีนี่ ก็จะเหลือน้อย ผมว่า 30 นี่สูงแล้ว เอาเข้าจริงๆนี่ผมว่า 20 ก็เก่ง คือพูดง่ายๆคือถ้าจะโหวตสวน หรือถ้าจะลงชื่อลาออกหรืออะไร คดีถึงที่สุดนะ ผมว่าถึง 20 นี่ก็ถือว่าสุดยอดแล้ว

สำราญ – ก็ถือว่าเยอะ ก็เหมือน เสธ.หนั่นประเมินน่ะ คุณเสนาะตอนนี้มีอยู่ประมาณ 20 เสียงก็ทำอะไรไม่ได้ในเชิงของการเมืองนะ แต่โอเคในเชิงที่บั่นทอนนายกฯนี่ มันก็ไม่แน่ มันแล้วแต่ว่าพูดเรื่องอะไร แล้วพูดอย่างไร

คำนูณ – คนเดียวก็มีผล

สำราญ – คนเดียวก็มีผล อย่างท่านพูดเรื่องของ 90 วันนี่ เอาอธิปไตยไปขังคุกนี่ ถึงแม้คนที่ไม่เห็นด้วยกับการปลดล็อก 90 วันนี่ แต่คำว่าเอาอธิปไตยไปขังคุกนี่ บางทีมันได้ใจแล้วมันโดนในอีกมิติหนึ่งนะ ก็จับตามองกันต่อไปว่า ประการแรกคุณคำนูณ วันที่ 15 มิถุนายนนี้นี่ คุณเสนาะก็ดี คุณประมวล รุจนเสรีที่ถูกมองว่าเป็นกุนซือคุณเสนาะก็ตามนี่ จะตัดสินใจอย่างไรในเรื่องของรัฐธรรมนูญวาระสอง หรือวาระสามในวันที่ 1 กรกฎาคมก็ตามนะครับ เรื่องอภิปรายคุณสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจในปลายๆเดือนนี้นี่ กลุ่มวังน้ำเย็น คุณเสนาะ เทียนทอง คุณประมวลนี่จะโหวตให้ไหม หรือว่าจะมีท่าทีอย่างไร คือมันมีจังหวะจะโคนให้เล่นเยอะ เราก็ต้องจับตามองกันให้เป็นเรื่องๆไปนะ ก็น่าสนใจ

สโรชา – แต่มันเป็นไปไม่ได้ใช่ไหม ถ้าเกิดว่าในแง่ของการอภิปรายไม่ได้ในเรื่องของการไม่ไว้วางใจ เพราะว่าไม่ถึง 125 เป็นไปได้ไหมว่ากลุ่มนี้ของคุณเสนาะนี่ จะมาลงชื่อ

สำราญ – ก็ผมดูแล้วเขาคงไม่เซ็น แล้วฝ่ายค้านเขาประกาศแล้วว่าไม่เอา ฝ่ายค้านค่อนข้างชัดเจน ผ่านค้านก็ไม่อยากมานัวเนียกับฝ่ายคุณเสนาะด้วย ว่าอย่างนั้นเถอะ กลุ่มคุณอภิสิทธิ์ กลุ่มประชาธิปัตย์นะ

สโรชา – ก็ยังถือว่าเป็นพรรครัฐบาลอยู่

สำราญ – แต่ประเด็นของเรื่องคือมันเปิดออฟชั่น เปิดเวทีให้คุณเสนาะนี่ได้เล่น ได้แสดงจุดยินแบบคล้ายๆว่า ถึงแม้จะแพ้ในพรรคแต่ต้องการชัยชนะในความเห็นของชาวบ้าน ได้ชนะใจประชาชนว่าอย่างนั้น

คำนูณ – จริงๆแล้วถ้าจะพูด ถ้าจะวิเคราะห์กันถึงที่สุดแล้วนี เกมที่คุณเสนาะเล่นอยู่นี่มันเป็นเกมใหญ่มากๆ เกมใหญ่กว่าเรื่องในสภาเยอะ เพราะว่าถ้าจะดูคำอภิปรายแบบชนิดคำต่อคำ ประโยคต่อประโยคของคุณเสนาะ เทียนทองแล้วนี่จะเห็นได้ว่าสุดยอด คือเป็นการเรียบเรียงปรัชญาการเมือง หลักการ

สโรชา – ก็เตรียมๆมาแล้วใช่ไหมคะ

คำนูณ – คงเตรียมครับ คงไม่ได้อ่าน ก็ถือว่าคือถ้าย้อนไปนะ ตั้งแต่คราวจดหมายถึงคุณสุชน ชาลีเครือ ให้ยับยั้งการทูลเกล้าถวายชื่อคุณวิสุทธิ์ มนตริวัตเป็นผู้ว่าการ สตง.นี่ เห็นว่าเป็นคือมีเป้าหมายนะครับ ก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณเสนาะในฐานะเป็นจิ๊กซอร์ตัวสำคัญตัวหนึ่ง เปิดออกมาแล้วมันจะมีจิ๊กซอร์ตัวอื่นๆออกมาในช่วงจากนี้ไป จนถึงก่อนปิดสมัยประชุมหรือไม่นะครับ

สโรชา – ก็คงจะต้องติดตามกันต่อไปนะคะ เหลือเวลาอีกประมาณไม่ถึง 5 นาที จะเรื่องซีทีเอ็กซ์พอไหม

คำนูณ – ซีทีเอ็กซ์ก็คือ ผมว่านะความจริงเรื่องหนึ่ง แต่ว่าการยอมรับของผู้คนก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ถ้าสังเกตดูทั้งหมดแล้วนี่ คนไม่ค่อยเชื่อ อย่าหาว่าเราสรุปเอาเองเลย ดูจากผลสำรวจความคิดเห็นของสำนักต่างๆก็จะเห็นว่า ผู้คนไม่เชื่อแล้วแม้แต่คำของรัฐบาลเองนี่ ก็พูดไม่เต็มปากเต็มคำว่ามันบริสุทธิ์ มันสุจริต เพียงแต่บอกว่ายังไม่พบ ก็จะต้องตรวจสอบกันต่อไปอะไรประมาณนี้นะครับ ก็โดยรวมๆแล้วนี่ก็ต้องถือว่า รัฐบาลกำลังเผชิญวิกฤติศรัทธาจากประชาชนอยู่ จะกู้คืนได้อย่างไรนี่น่าจะเป็นโจทย์สำคัญ ท่านนายกฯท่านก็คงคิดว่าจะกู้คืนได้ด้วยการทำงานหนัก ขนาดเวลาจะนอนยังไม่มี ท่านบอกอย่างนั้นนะ แล้วตอนนี้ก็อยู่ที่ภาคเหนือนะครับ

สโรชา – แต่ท่านชอบดูละคร ที่แน่ๆจากเรื่องทั้งหมดที่ได้ติดตามในช่วงนี้ ทราบดีว่าท่านนายกฯคงจะชอบดูละคร เพลิงพายุ

สำราญ – จบหรือยังนี่

สโรชา – ดิฉันไม่ได้ดูค่ะ ขอสารภาพ แต่ว่าก็เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่สังคมวิพากษ์วิจารณ์เหมือนกัน สำหรับเพลิงพายุ

สำราญ – ก็ซีทีเอ็กซ์มันเป็นรายะเอียดเยอะนะ แต่ว่าปัญหาอย่างที่คุณคำนูณว่า ว่ามันเป็นเรื่องของความเชื่อแล้วตอนนี้ คือกดดันทั้งคู่แหละผมมองนะ ฝ่ายค้านถ้าข้อมูลไม่ดี ไม่เจ๋งจริงก็ลำบากเหมือนกัน คือถ้ารู้ไม่มากกว่าสื่อมวลชนนี่ก็แย่เหมือนกันนะ แต่ว่ารัฐบาลนั่นคือแย่อยู่แล้ว ปัญหาว่าคุณสุริยะก็คงจะสอบได้แหละโดยการยกมือนี่ผ่านอยู่แล้ว สบาย แต่ว่าโดยชาวบ้านเขาคิดอย่างไรก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง คือชาวบ้านเขาอยากเห็นการอภิปราย สวนดุสิตโพลสำรวจมาหลังสุดเมื่อวานนะครับ 73% เขาอยากเห็นการอภิปรายเกิดขึ้น คือคนมันอยากน่ะ อยากเห็นนะครับ อยากเห็นการตรวจสอบว่าอย่างนั้นเถอะ

คำนูณ – คือคุณสุริยะนี่แกมีกรรม เอ่ยชื่อมา เห็นหน้ามานี่ ผู้คนนี่เชื่อไปแล้วว่าเป็นอย่างหนึ่ง อย่าให้ผมพูดเลยว่าเชื่ออย่างไร คือที่มาแกมาจากพรรคกิจสังคมยุคคุณมนตรี พงศ์พานิช อันนั้นคุณมนตรีก็เป็นบรรพบุรุษของปฏิบัติการทางการเมืองต่างๆนานาในลักษณะนี้ ว่ากันงั้นเถอะ แล้วคุณสุริยะเอง เวลาแกชี้แจง แกตอบปัญหา แก้อภิปรายนี่แกพูดไม่เป็น

สำราญ – ขนาดรู้ข้อสอบนะ

สโรชา – เดี๋ยวกลับมาคุยกันได้ไหมประเด็นนี้ เพราะว่าเดี๋ยวเราต้องไปฟังข่าวต้นชั่วโมง เดี๋ยวกลับมาคุยกันต่อ เรื่องของคุณสุริยะนิดนึง แล้วก็ไปต่อประเด็นของข่าวต่างประเทศ ซักครู่เดียวค่ะ

***************************************************************

สโรชา – กลับมาสู่ช่วงสุดท้ายของก่อนจะถึงวันจันทร์ค่ะ เมื่อซักครู่นี้ทิ้งท้ายกันไว้นิดนึงค่ะ สำหรับการอภิปรายคุณสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจค่ะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมที่น่าจะมีขึ้นในเดือนนี้ คงจะปลายๆเดือนนี้ เมื่อซักครู่นี้คุณคำนูณบอกว่าพูดไม่เก่ง ก็เลยอาจจะชี้แจงไม่ค่อยเคลียร์หรือคะ

คำนูณ – คุณสำราญบอกว่าคราวที่แล้วเรียกว่ารู้โจทย์ก่อน รู้ข้อสอบก่อน รู้ว่าฝ่ายค้านเขาจะอภิปรายว่ายังไง ก็ยังตอบไม่ได้

สำราญ – คุณสุริยะหลายเรื่องไง แต่ว่าประเด็นที่คุณอภิสิทธิ เวชชาชีวะอภิปรายคือเรื่องถนนเส้นหนึ่งในภาคตะวันออก คือไม่กี่ร้อยล้าน 400-500 ล้านนี่นะ ตรงนี้นี่พอดูเบื้องหลังแล้วคุณสุริยะรู้ข้อสอบ แต่ว่าการพูดที่ไม่เก่ง

สโรชา – ก็ยังไม่ค่อยโดนใจคนฟังเท่าไหร่

คำนูณ – คือการอภิปรายครั้งนี้ มันจะเป็นการอภิปรายที่เหนื่อยยากแสนสาหัส เพราะว่าที่ผ่านมานี่ชั่วๆดีๆมันยังเป็นการอภิปรายในช่วงที่ กระแสของรัฐบาลมันยังอยู่ในช่วงกระแสสูง ขาขึ้นมากนะครับ คุณสุริยะก็ยังเหนื่อย แต่เที่ยวนี้นี่เป็นการอภิปรายในยามที่เกิดวิกฤติศรัทธากับรัฐบาล และเป็นการอภิปรายเดี่ยว เป้าหมายเดี่ยว คุณสุริยะจะเหนื่อยมาก ซึ่งบรรยากาศนี่ก็น่าจะทำให้ประชาชน ผมคาดว่านะ น่าจะทำให้ประชาชนเบื่อหน่าย แล้วอาจจะเลยเถิดไปพอสมควรแหละ เพราะว่า 1. คุณสุริยะเป็นเลขาธิการพรรค เรียกว่าเป็นกระเป๋าสตางค์ให้ ส.ส.จำนวนไม่น้อย เมื่อโดนเดี่ยวแบบนี้นี่ เข้าใจว่าก็จะต้องมีคนปกป้องอย่างชนิดที่เรียกว่าไข่ในหินน่ะ คงต้องลุกขึ้นตอบโต้ ลุกขึ้นขวาง ลุกขึ้นทำให้ฝ่ายค้านเสียสมาธิอะไรกันสารพัดน่ะ เราก็จะเห็น ซึ่งบางทีมันอาจจะทำให้ได้ผลในทางตรงกันข้ามก็ได้นะครับ

สำราญ – คือถ้ารัฐบาลประท้วงมากนะ ชาวบ้านก็รำคาญ แต่ผมคิดว่าไทยรักไทยก็คงจะคิดเหมือนกัน ว่าประท้วงมากนี่คือมันเสียการเมืองนะบางทีนะ คือประเด็นเที่ยวอภิปรายเพราะมันอภิปรายไม่ใช่ประเด็นข้อกล่าวหาทุจริตนะ ไม่ใช่กล่าวหาว่าคุณสุริยะทุจริต แต่กล่าวหาว่าคุณสุริยะบริหารบกพร่อง ผิดพลาด ทำให้เกิดการทุจริตตรงนี้นะ แต่ฝ่ายค้านคงนำสืบเก่งแหละ

คำนูณ – กฎเกณฑ์นี่มันเป็นประเด็นที่จะก่อให้เกิดการตีความ ซึ่งต่างฝ่ายต่างก็ต้องตีความเข้าข้างตัวเอง และก็ก่อให้เกิดการประท้วงอะไรกันวุ่นวายไป จริงอยู่แหละ ไทยรักไทยก็รู้ว่าประท้วงมากก็เสียการเมือง แต่ถ้าไม่ประท้วงเลยนี่จะเสียคนเอา

สำราญ – ก็อยู่ที่ว่าจะประท้วงแค่ไหนถึงจะพองามนะ คือตอนนี้ก็คือดูถูกชาวบ้านไม่ได้ ความรู้สึกทั่วไปนี่ผมคิดว่า ถ้าไทยรักไทยยังโง่งมงายอยู่อีก แล้วก็หลงใหลได้ปลื้มเกินกว่าเหตุก็สมควร

คำนูณ – มันจะมี ส.ส.จำนวนหนึ่งนะ ไม่ใช่เฉพาะไทยรักไทยหรอก ประชาธิปัตย์ก็ด้วย ยามประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล เอ่ยชื่อมา 1 2 3 4 5 ... เราจะรู้ว่าขึ้นมานี่อยากจะถีบทีวีทิ้งเลย ไทยรักไทยก็มีอย่างนี้ 1 2 3 4 5 ... นี่นะ คือชีวิตนี้มันทำอะไรไม่เป็นหรือ

สโรชา – อยู่เพื่อขัดจังหวะ

คำนูณ – อยู่เพื่อขัดจังหวะนิดๆหน่อยๆก็เอานะ คือก็อยากจะเตือนไว้นะ ว่าบรรยากาศยุคนี้ ขณะนี้นี่คนเขาจ้องอยู่นะ

สำราญ – แต่ถ้าพูดอย่างเป็นธรรมก็ให้ความเป็นธรรมเขาจี๊ดเดียวก็คือ เขาก็เปลี่ยนไปนิดหน่อยนะ ส.ส.นี่คือรู้ว่าชาวบ้านไม่ได้โง่ ไม่ได้กินหญ้า แต่ถึงขนาดที่รู้บางทีมันอดไม่ได้ไง

คำนูณ – มันเป็นความจำเป็น

สำราญ – บางทีนิสัยถาวรมันออกมาไง

คำนูณ – มันทำอะไรอย่างอื่นไม่เป็นน่ะ ความรู้ความอ่านอะไรไม่มี เป็นอยู่อย่างเดียว

สโรชา – ก็คือเห็นว่าท่าทีแย่แล้ว ออกอาการไม่ดีแล้ว ช่วยประวิงเวลาซักเล็กน้อยอะไรประมาณนั้น

คำนูณ – คือการเป็นทหารนี่มันก็ต้องแสดงฝีมือให้ปรากฏ แต่พวกนี้เขาเรียกว่าทหารเลว พวกลูกหาบ

สำราญ – มันก็ต้องดูอย่างฟุตบอลนี่ ถ้าเกิดปล่อยให้อลงกรณ์ พลบุตร หรือศิริโชค โสภาเลี้ยงเดี่ยวลูกนี้ ซัดเข้าประตูแน่นี่ ตรงนั้นจะเกิดแบบที่ว่า ก็เลยต้องทำฟาล์ว

คำนูณ – ที่น่ากลัวอีกอย่างคืออะไรรู้ไหม กรรมการ กรรมการนี่จะน่ากลัวกว่าพวกทหารเลวอีก

สำราญ – เอาน่ะ ยังไม่ถึงเวลา อย่าไปกลัวเกินเหตุ

คำนูณ – คือคนบางคนนี่นะ ยังไม่ถึงเวลามันก็แสดงสันดานออกมา พอถึงเวลาเข้าจริงๆมันจะหนักหนาสาหัสขนาดไหน

สำราญ – อาจจะไม่อย่างที่เราคิดก็ได้

สโรชา – เขาอาจจะเปลี่ยนไปก็ได้

คำนูณ – นั่นแสดงว่าปาฏิหาริย์มีจริง

สำราญ – มันก็มีการเปลี่ยนไปเยอะแล้ว 2 นัดหลังผมดูการประชุมนะ เปลี่ยนไปเยอะ

สโรชา – ก็ไม่ค่อยมีนะ ก็มีบ้างพอเป็นกระษัย แต่พูดต้องให้เครดิตเขานิดนึงว่ามีน้อยกว่าเดิมนะคะ มีคุณผู้ชมบอกว่า ส.ส.อยากออกทีวีนี่ ถึงลุกขึ้นมาประท้วงบ่อยๆ

คำนูณ – เห็นด้วยครับ

สำราญ – อันนี้จริง เป็นเรื่องธรรมดา

สโรชา – คือแค่อยากมีส่วนร่วมอะไรอย่างนี้ใช่ไหม ซักนิดนึงอะไรประมาณนั้นนะคะ คุณผู้ชมจากบุรีรัมย์บอกว่านักการเมืองก็เลวร้ายพอกัน เมื่อไม่ประสบผลประโยชน์ตามที่ตัวเองต้องการ ก็ออกมาแบบนี้ คุณอำพล จากสกลนครค่ะ บอกว่าไม่ชอบกลุ่มที่ต่อรองผลประโยชน์ อยู่ที่ไหนก็มีปัญหา จากตากบอกว่าคุณเสนาะอยู่พรรคไหนก็มีปัญหาทุกครั้ง จากภูเก็ตค่ะ ถามว่าระหว่างเป็นหัวหน้าหมา กับหางราชสีห์ คุณเสนาะจะเลือกเป็นอะไร คุณเสนาะควรคิดได้แล้ว
จากสระบุรีค่ะ บอกว่าคุณเสนาะซึ่งเป็นพรรครวมมิตรควรออกมาเล่นกับนายกฯ เพื่อให้นายกฯรู้ว่าประเทศไทยไม่ใช่ของนายกฯทักษิณ คุณประเสริฐจากขอนแก่นค่ะ บอกว่าทุกวันนี้พิธีกรต้องการแก้รัฐธรรมนูญใช่ไหม ไม่เห็นพิธีกรท่านไหนคัดค้านการแก้รัฐธรรมนูญ เดี๋ยวอ่านให้จบนะคะ เดี๋ยวค่อยกลับมาว่ากันอีกทีหนึ่ง คุณผู้ชมรายการบอกว่า นายกฯออกมาพูดว่า ถ้าชี้แจงไม่ได้ก็ต้องปรับออก แสดงว่านายกฯมีความคิดที่จะปรับคุณสุริยะออกใช่หรือไม่ โดยอาจให้คุณสุริยะออกไปนั่งรองนายกฯแทนรัฐมนตรีคมนาคม แต่ไม่ว่าจะตำแหน่งไหน นายกฯก็ไม่เอานายทุนใหญ่ออกมาจาก ครม.อยู่ดี
คุณกิตติพงษ์ค่ะ แสดงความคิดเห็นในเรื่องของซีทีเอ็กซ์นะคะ บอกว่าไม่มีหรอกในโลกนี้ ที่จำเลยของสังคมจะมาตั้งคณะกรรมการตรวจสอบตัวเอง คุณวิลาสินีจากศรีสะเกษค่ะ บอกว่าถ้าน้องใหม่ไม่สามารถรับการกดดันจากการรับน้อง จบมาเจอการกดดันจากสังคมกว้างกว่านี้จะรับได้อย่างไร จะฝ่าฟันไปได้อย่างไร ควรจะมีการชี้แนะเด็กว่าสังคมที่ดีและไม่ดีเป็นอย่างไร จะกลับไปนิดนึงนะคะ ในส่วนที่ว่าพิธีกรนี่ต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญใช่ไหม ชี้แจงนิดนึงไหมคะ

คำนูณ – มันกว้างไปครับ ไม่ทราบว่าพูดประเด็นไหน ประเด็นที่เขากำลังแก้เรื่อง ป.ป.ช.อยู่ หรือว่าโดยรวมว่าไม่เห็นด้วยกับรัฐธรรมนูญฉบับนี้อะไรยังไงนะครับ คือผมเองนี่ผมไม่เห็นด้วยมาตลอดตั้งแต่ต้น ถ้าพูดถึงหลักการในเรื่องบังคับ สังกัดพรรคนะครับ ส่วนเรื่อง ป.ป.ช.นี่ผมคิดว่ามันเป็นความจำเป็นต้องแก้ไข เพราะว่าถ้าไม่แก้มันก็เดินหน้าต่อไปไม่ได้ เพียงแต่ว่าจะแก้กันประเด็นใดอย่างไรนี่ก็คงไม่มีเวลาพอจะพูดในรายละเอียด

สำราญ – เสริมนิดหน่อย ในเชิงข่าวจริงๆคงรับทราบกันแล้วนะ ประเด็นที่เป็นปัญหาว่า ที่ ดร.วิษณุถูกวิจารณ์หนักก็คือ ให้ใช้คำว่ากรรมการสรรหาที่มาจากพรรคการเมืองนะ ให้ใช้คำว่าผู้นำฝ่ายเสียงข้างมาก สุดท้ายเขาก็เปลี่ยนไปแล้ว เข้าใจว่าเปลี่ยนเป็นตัวแทนฝ่ายที่มีรัฐมนตรี กับตัวแทนฝ่ายที่ไม่มีรัฐมนตรี ไปโน่นเลย เดี๋ยวก็คงสนุกนะครับ

สโรชา – เขาบอกว่าเป็นคำพูดที่ใช้ในรัฐธรรมนูญใช่ไหมคะ ก็นำคำพูดนั้นมาใช้เลยแล้วกัน

สำราญ – แต่เรียนคุณประเสริฐนิดนึง เรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ถ้าถามว่าอยากให้แก้ไขหรือไม่ก็อยากครับ แต่ที่กำลังแก้นี่เป็นเรื่องเฉพาะหน้า เรานี่อยากให้แก้อย่างไรนี่ คือเป็นรายละเอียดนะครับ ว่ากันยาว เพราะว่ามันก็มีหลายจุด ดูกันแล้ว 7 ปี 8 เดือนแล้วนี่นะครับ มันก็มีหลายจุดที่ต้องแก้ไขนะ แต่ว่าก็ต้องว่ากันให้เป็นเรื่องเป็นราวนะ

สโรชา – เดี๋ยวไปเรื่องราวของต่างประเทศซักนิดนึง มีเวลาอยู่ประมาณไม่ถึง 10 นาทีนะคะ เรื่องที่เกิดขึ้นที่ค่อนข้างจะวุ่นวาย และอาจจะกลายเป็นประเด็นระหว่างประเทศไปได้ ก็คือเรื่องราวระหว่างออสเตรเลียและประเทศจีนนะคะ หลังจากที่มีเจ้าหน้าที่กงสุลจีนในกรุงซิดนีย์นี่ ชื่อว่า เฉิน หยง หลิน นะคะ อายุ 37 ปีเป็นอดีตเจ้าหน้าที่ในสถานกงสุลจีน ได้ออกมาเปิดเผยว่า ตอนนี้นี่รัฐบาลจีนมีสายลับอยู่ในออสเตรเลียนับพันคนเลย แล้วหลังจากที่เปิดเผยเรื่องนี้แล้วนี่ ก็ยื่นขอที่จะลี้ภัยทางการเมืองในออสเตรเลียนะคะ
โดยบอกว่าพวกบรรดานักสืบที่อยู่ในออสเตรเลียในขณะนี้ ที่จีนส่งเข้าไปนี่ก็เฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มต่อต้านรัฐบาลจีนในประเทศอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มฟาหลุนกง หรือว่ากลุ่มเรียกร้องสิทธิในทิเบตก็ตาม เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็ถือว่าเป็นประเด็นที่รุนแรงพอสมควร รัฐบาลจีนแน่นอนค่ะออกมาปฏิเสธเรียบร้อยแล้ว และในขณะเดียวกันนี่ออสเตรเลียในการยื่นขอลี้ภัยครั้งแรกนี่ ออสเตรเลียก็ได้ปฏิเสธไปเรียบร้อยแล้ว มีการยื่นครั้งที่สองค่ะ ซึ่งล่าสุดก็ได้ปฏิเสธอีกครั้งหนึ่ง
แต่ว่าเจ้าหน้าที่คนนี้ก็บอกว่า มันเป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องทางการค้าด้วย เพราะว่าจีนกับออสเตรเลียนี่มีการค้าระหว่างกันนับ 23000 ล้านเหรียญสหรัฐใน 1 ปีนะคะ เรียกว่าเป็นคู่ค้าอันดับ 1 ใน 3 ของออสเตรเลียทีเดียว เพราะฉะนั้นนี่ก็ถือว่าเป็นประเด็นทางการค้าด้วย ออสเตรเลียกำลังเจรจา FTA กับจีนด้วย เพราะฉะนั้นก็คงไม่อยากที่จะให้ประเด็นนี้เข้าไปเกี่ยวข้อง หรือทำให้การเจรจา FTA ครั้งนี้เสียหายเกินไป
แต่ว่าหลังจากที่นายเฉินได้ออกมาเปิดโปงเรื่องนี้แล้ว ก็มีเจ้าหน้าที่อีกคนหนึ่งค่ะ ชื่อว่านายหวง เฟิง จุนนะคะ เป็นอดีตเจ้าหน้าที่สำนักงานความมั่นคงของจีน ซึ่งได้นำวีซ่า ได้เดินทางมาออสเตรเลียด้วยวีซ่าการท่องเที่ยวนี่ และก็มีขอลี้ภัยในออสเตรเลียเช่นเดียวกัน โดยบอกว่าจริงอย่างที่นายเฉินพูดว่ามีนักสืบหรือว่าสายลับอยู่ในออสเตรเลียนับพันคนจริง โดยที่สายลับมีอยู่ 3 ประเภทที่จีนส่งมาก มีทั้งนักศึกษาที่พยายามจะไปคลุกคลีกับนักศึกษาจีนที่ศึกษาอยู่ในออสเตรเลีย เพื่อที่จะทราบความเคลื่อนไหวต่างๆ หรือแม้กระทั่งมีสายลับอาชีพบ้างก็มีนะคะ หรือว่าคนธรรมดานี่แหละที่เข้าไปอยู่ในแวดวงสังคมจีน เพื่อที่จะพยายามทราบความเคลื่อนไหวของฟาหลุนกงในประเทศออสเตรเลียด้วยนะคะ
แต่ว่ามีรายที่สามที่ได้ลี้ภัยทางการเมืองเรียบร้อยแล้ว ซึ่งก็ไม่เปิดเผยชื่อ ก็ได้บอกว่าสิ่งที่นายเฉิน แล้วก็สุภาพบุรุษอีกท่านหนึ่งพูดเป็นเรื่องจริงทั้งหมดเลย เพราะว่าเขานี่เคยทราบมาแล้ว เรื่องราวที่เกิดขึ้นนี่หลังจากที่บรรดานักสืบทั้งหลายแหล่สืบได้ข้อมูลอะไรนี่ ก็จะนำกลับไปที่สำนักงานความมั่นคงของประเทศจีน เพื่อที่จะไปกลั่นกรองและก็พิจารณากันอีกรอบหนึ่ง ตอนนี้นายเฉินก็พยายามที่จะคุยกับสถานทูตสหรัฐ ประจำออสเตรเลียเหมือนกัน ว่าพยายามจะช่วยได้หรือไม่ เพราะถือว่าก็มีหลักการพอสมควร และก็มีคนออกมาให้ความน่าเชื่อถือกับนายเฉินมากพอสมควร 1 นาทีก่อนจะจบรายการ สัปดาห์นี้ติดตามอะไร

คำนูณ – การเมืองก็เร่าร้อนครับ

สำราญ – ครม.สัญจรที่พะเยา นายกฯก็พยายามที่ทำงาน บอกว่าจัดความสำคัญเร่งด่วนแล้วนี่ เรื่องของคุณเสนาะก็เอาไว้ก่อน ตอนนี้ปัญหาบ้านเมืองเยอะ น้ำมันแพง เศรษฐกิจไม่ดี ความยากจน

สโรชา – จบรายการค่ะ หมดเวลาแล้วค่ะสำหรับก่อนจะถึงวันจันทร์ เดี๋ยวกลับมาพบกันใหม่ในวันอาทิตย์หน้าค่ะ สำหรับเราทั้ง 3 คนลาคุณผู้ชมไปเพียงเท่านี้ค่ะ สวัสดีค่ะ

**************************************************************

กำลังโหลดความคิดเห็น...