xs
xsm
sm
md
lg

FETCOเผยผลสำรวจดัชนีเชื่อมั่นนักลงทุนพ.ย.ปรับลดสู่เกณฑ์ร้อนแรง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



สภาธุรกิจตลาดทุนไทย เกาะติดสถานการณ์ “โอมิครอน” มั่นใจไทย ควบคุมได้ คาดหวังการฟื้นตัวของเศรษฐกิจหลังเปิดประเทศ และการฉีดวัคซีน ช่วยกระตุ้นตลาดทุน

สภาธุรกิจตลาดทุนไทย รายงานดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน (FETCO Investor Confidence Index) ผลสำรวจในเดือนพฤศจิกายน 2564 พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนในอีก 3 เดือนข้างหน้า อยู่ที่ระดับ 135.16 ปรับลดลง 19.9% จากเดือนก่อนหน้า ที่อยู่ในเกณฑ์ “ร้อนแรงอย่างมาก” มาอยู่ในเกณฑ์ "ร้อนแรง"

นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย กล่าวว่า ปัจจัยฉุดความเชื่อมั่นนักลงทุนมากที่สุด คือ ความกังวลสถานการณ์ระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ รองลงมา คือ สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศและการไหลออกของเงินทุน ส่วนปัจจัยสนับสนุน คือ นักลงทุนคาดหวังการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศมากที่สุด รองลงมาคือแผนการฉีดวัคซีนเพื่อคลี่คลายสถานการณ์โควิด และการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว

ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย บอกด้วยว่า สาเหตุที่วันนี้(7ธ.ค.)ตลาดหุ้นไทย ปรับตัวสูงขึ้น ทั้งที่มีการตรวจพบผู้ติดเชื้อโควิดสายพันธุ์ “โอมิครอน”รายแรกในไทย น่าจะเหมือนกับนักลงทุนในตลาดหุ้นทั่วโลก ที่คลายกังวลสายพันธุ์ “โอมิครอน” ที่ผู้เชี่ยวชาญ ระบุว่า ไม่น่ากังวล ระดับอาการไม่รุนแรง และยังไม่มีการเสียชีวิต ซึ่งยังเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามใกล้ชิด โดยเฉพาะวัคซีนที่มีอยู่ในปัจจุบัน มีประสิทธิภาพเพียงพอที่จะควบคุมการระบาดหรือไม่

นอกจากนี้ ต้องติดตามปัจจัยด้านแรงกดดันอัตราเงินเฟ้อ จากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ,แนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางในหลายประเทศ ส่วนปัจจัยในประเทศที่ต้องติดตาม คือ แผนการป้องกัน ควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดภายในประเทศให้อยู่ในวงจำกัด ,มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจใหม่ๆจากภาครัฐ ซึ่งจะส่งผลต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ

ส่วนดัชนีคาดการณ์อัตราดอกเบี้ย (Interest Rate Expectation Index) เดือนธันวาคม 2564 ผลจากดัชนีสะท้อนการคาดการณ์ของตลาดที่คงมุมมองเช่นเดียวกับครั้งที่แล้ว ว่า กนง. จะรักษาอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 0.5% ในการประชุมเดือนธันวาคมนี้ ส่วนดัชนีคาดการณ์อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 5 และ 10 ปี ณ สิ้นไตรมาส 4 มีแนวโน้มไม่เปลี่ยนแปลงจากการสำรวจเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2564 โดยผู้ตอบแบบสอบถามมีความเห็นผสมผสานทั้งในส่วนที่คาดว่าอัตราผลตอบแทนจะปรับตัวสูงขึ้นจากการปรับลดคิวอีของธนาคารกลางสหรัฐ และแรงกดดันจาก Supply พันธบัตรรัฐบาลที่มากขึ้นในขณะที่บางส่วนคาดว่าอัตราผลตอบแทนอาจทรงตัวหรือลดลงจากระดับปัจจุบันจากความกังวลเรื่องไวรัสสายพันธุ์ใหม่ซึ่งอาจทำให้เกิดภาวะ risk-off และทำให้อัตราผลตอบแทนอาจปรับลดลง


กำลังโหลดความคิดเห็น