xs
xsm
sm
md
lg

คลายล็อกรอบ16ต.ค.จับจ่ายเพิ่ม2พันล./วัน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



หอการค้า ประเมินคลายล็อกรอบใหม่ เริ่ม 16 ตุลาคมนี้ จะมีการจับจ่ายใช้สอยเพิ่มขึ้น 1,000 ถึง 2,000 ล้านบาทต่อวัน แนะรัฐออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศเพิ่มเติม เพราะรายได้ท่องเที่ยวจากต่างประเทศปีนี้ คงมีไม่มาก และยังไม่ช่วยพลิกฟื้นเศรษฐกิจไทยได้

นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ประเมินผลจากการผ่อนคลายมาตรการรอบวันที่ 16 ตุลาคมนี้ เบื้องต้น จะมีการจับจ่ายใช้สอยเพิ่มขึ้นประมาณ 1,000-2,000 ล้านบาทต่อวัน เพราะมีทั้งผ่อนคลายกิจการและขยายเวลาเปิดดำเนินการ ซึ่งทำให้ความเสียหายทางเศรษฐกิจที่เกิดจากการระบาดของโควิด-19 ลดลง

โดยเมื่อเดือนสิงหาคม ที่สถานการณ์ระบาดรุนแรง การล็อกดาวน์ทำให้มีความเสียหายทางเศรษฐกิจ เดือนละ 3-4 แสนล้านบาท และเดือนกันยายน ที่มีการผ่อนคลายกิจกรรมทางเศรษฐกิจเพิ่มเติม ทำให้เศรษฐกิจกระทบเหลือ 1-2 แสนล้านบาทต่อเดือน และรอบนี้ เมื่อมีการจับจ่ายใช้สอยเพิ่มขึ้น ความเสียหายก็ลดลงเหลือประมาณ 40,000-70,000 ล้านบาทต่อเดือน

นายสนั่น กล่าวด้วยว่า เมื่อวานนี้(14ต.ค.) คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน หรือ กกร.เข้าร่วมประชุม ศบค. หารือประเด็นเปิดประเทศด้วย ซึ่งภาคเอกชน มองว่า การที่รัฐบาลประกาศความชัดเจนเรื่องเปิดประเทศ เป็นสัญญาณที่ดี ให้ทุกภาคส่วนได้เตรียมความพร้อม การบริหารจัดการในการลดความเสี่ยงได้ดียิ่งขึ้น เพื่อให้เศรษฐกิจเดินหน้าและอยู่ร่วมกับการระบาดที่สามารถจัดการได้ ซึ่ง กกร.มีข้อเสนอเพิ่มเติมไปยังภาครัฐ คือ

1. การสื่อสารขั้นตอนการเดินทางเข้าประเทศไทยที่ชัดเจน ตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง รวมถึงการเดินทางภายในประเทศไทย จากจังหวัดหนึ่ง ไปอีกจังหวัดหนึ่ง และมีหน่วยงานเจ้าภาพที่ชัดเจน เพื่อให้เกิดความเข้าใจ สามารถปฏิบัติได้ตรงกันทุกหน่วยงาน

2. การเปิดสถานประกอบการ ควรเปิดกิจการอย่างต่อเนื่อง เพื่อฟื้นเศรษฐกิจในพื้นที่ และควรมีมาตรฐานเดียวกันตามโซนความเสี่ยง พร้อมสร้างความเชื่อมั่นให้กับคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ ว่า จะมีการกระจายวัคซีนได้อย่างทั่วถึงภายในสิ้นปีนี้ ซึ่งภาคเอกชนพร้อมสนับสนุนการกระจายฉีดวัคซีนเพิ่มเติม ทั้งเข็ม 2 และเข็ม 3

3. ส่งเสริมการใช้ระบบและมาตรฐานสากลที่ได้รับการยอมรับ เพื่อใช้ติดตามและลดความเสี่ยงสำหรับนักเดินทางเข้ามาในประเทศ ภาครัฐ ควรดูแลระบบฐานข้อมูลกลางของระบบ Digital health pass ที่นำมาใช้เก็บข้อมูล ตรวจสอบ และเปิดกว้างให้เอกชน สามารถเชื่อมต่อระบบได้ เพื่อให้เกิดความสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย สามารถรองรับปริมาณนักเดินทางได้มากขึ้น

4. การท่องเที่ยวจากต่างประเทศในปีนี้ อาจจะยังไม่สามารถช่วยพลิกฟื้นเศรษฐกิจไทยได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้นภาครัฐ ควรมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศเพิ่มเติม เป็นตัวช่วยในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ควบคู่ไปกับการรักษาการจ้างงาน ซึ่งข้อเสนอต่างๆเหล่านี้ ภาคเอกชน พร้อมเข้าไปร่วมผลักดันกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ประเทศไทย กลับมาฟื้นตัวได้ชัดเจนในปีหน้า


กำลังโหลดความคิดเห็น...