xs
xsm
sm
md
lg

พณ.ปรับปีฐานเงินเฟ้อ ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



กระทรวงพาณิชย์ ปรับปีฐานเงินเฟ้อและดัชนีราคาผู้ผลิต ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ เริ่มเผยแพร่อย่างเป็นทางการ 5 กุมภาพันธ์ 2564

นาง พิมพ์ชนก พิตต์ฟีลด์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า ในเดือนมกราคม 2564 นี้ สนค. จะเริ่มต้นการคำนวณดัชนีราคาผู้บริโภค หรืออัตราเงินเฟ้อ และดัชนีราคาผู้ผลิต โดยใช้ปีฐานใหม่ ซึ่งปกติต้องปรับทุก 4-5 ปี โดยรอบนี้ได้กำหนดรายละเอียดให้ตอบโจทย์พฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่ด้วย

ดัชนีราคาผู้บริโภคหรือเงินเฟ้อ ได้ปรับโดยใช้ปีฐาน 2562 ซึ่งเป็นปีที่สำนักงานสถิติแห่งชาติจัดทำการสำรวจสภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือนทั่วประเทศเสร็จ และเป็นปีที่ยังไม่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จึงมั่นใจว่าเป็นปีฐานที่เหมาะสม

ส่วนดัชนีราคาผู้ผลิต จะใช้ตาราง Input-Output ของสศช. ปี 2558 เป็นฐานเพราะเป็นข้อมูลล่าสุด โดยการปรับปีฐานของดัชนีทั้ง 2 ชุด มีการปรับปรุงที่สำคัญหลายมิติ ทั้งในเชิงโครงสร้าง ความครอบคลุม และวิธีการจัดทำ อีกทั้งยังคำนึงถึงการเชื่อมโยงและบูรณาการกับเครื่องชี้วัดเศรษฐกิจของหน่วยงานอื่นเพื่อให้ผู้ใช้สามารถใช้ประโยชน์จากเครื่องชี้วัดเหล่านี้ได้อย่างเต็มที่และมีประสิทธิภาพ

ผู้อำนวยการ สนค. กล่าวว่า การปรับการคำนวณอัตราเงินเฟ้อใหม่ปีนี้ มีประเด็นที่สำคัญ เช่น ครอบคลุมครัวเรือนที่มีรายได้ 6,987 – 50,586 บาทต่อเดือน (จากเดิม 12,000 – 62,000 บาท) หรือคิดเป็น 71 % ของครัวเรือนทั่วประเทศ (จากเดิม 29% ) รวมค่าใช้จ่ายไม่เป็นตัวเงินเพิ่มขึ้นเป็น42.19 % (จากเดิม 30% ) ลดสัดส่วนครัวเรือนในกรุงเทพฯ และปริมณฑลลงเป็น 22 % (จากเดิม 42% )

ปรับรายการสินค้าและบริการในตะกร้าเงินเฟ้อให้ทันสมัยและสอดคล้องกับพฤติกรรมทั้งในปัจจุบันและแนวโน้มในอนาคต โดยเฉพาะยุคโควิด สุขภาพนิยม และสังคมผู้สูงอายุ โดยจะมีจำนวนสินค้าและบริการทั้งสิ้น 430 รายการ (จากเดิม 422 รายการ) ประกอบด้วยสินค้าจำนวน 341 รายการ และบริการจำนวน 89 รายการ โดยมีรายการสินค้าและบริการใหม่ๆ เช่น หน้ากากอนามัย อาหารจากธัญพืช ผลิตภัณฑ์เปลี่ยนสีผม ผลิตภัณฑ์รองพื้น ค่าอาบน้ำและตัดแต่งขนสัตว์ ค่าเบี้ยประกันอัคคีภัย ยาขับลม ยาหม่อง ยาหอม โดยปรับน้ำหนัก (weight) ของการบริโภคแต่ละรายการให้สอดคล้องกับโครงสร้างจากสำนักงานสถิติฯ


นอกจากดัชนีราคาผู้บริโภคชุดทั่วไปทั้งประเทศแล้ว ยังมีการปรับเงินเฟ้อของกลุ่มนอกเขตเทศบาล ชุดผู้มีรายได้น้อย และชุดรายจังหวัดให้สอดคล้องกับวิธีการคำนวณและปีฐานใหม่ด้วย โดยเงินเฟ้อชุดผู้มีรายได้น้อยจะปรับมาใช้นิยามของนโยบายรัฐบาล คือ เป็นครัวเรือนที่มีรายได้ไม่เกิน 100,000 บาท/คน/ปี หรือไม่เกิน 22,665 บาทต่อครัวเรือน/เดือน หรือ 8,333 บาท/คน/เดือน (เฉลี่ยครัวเรือนละ 2.72 คน) เพื่อให้สามารถติดตามพฤติกรรมการใช้จ่ายของกลุ่มผู้มีรายได้น้อยได้ชัดเจนขึ้น อันจะเป็นประโยชน์ต่อการกำหนดนโยบายช่วยเหลือของรัฐบาลต่อไป

สำหรับดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ได้เปลี่ยนจากปีฐาน 2553 เป็นปีฐาน 2558 (ใช้ข้อมูลน้ำหนักโครงสร้างจากตาราง I/O ของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ) โดยมีการปรับปรุงที่สำคัญ ได้แก่ การปรับโครงสร้างหมวด/หมู่/รายการสินค้า โดยเฉพาะหมวดผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ให้มีความสอดคล้องกับการจัดประเภทมาตรฐานอุตสาหกรรมของประเทศไทย (TSIC) เพื่อให้ผู้ใช้บริการได้รับประโยชน์เพิ่มขึ้นในการนำข้อมูลดัชนีราคาผู้ผลิตไปใช้ในการวิเคราะห์ กำหนด และวางแผนนโยบายด้านการค้าร่วมกับเครื่องชี้วัดด้านอุตสาหกรรมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งได้ปรับปรุงรายการสินค้าและสัดส่วนความสำคัญของสินค้าให้มีความทันสมัยตามโครงสร้างการผลิตของประเทศในปัจจุบันและแนวโน้มในอนาคต ส่งผลให้ดัชนีราคาผู้ผลิต ปีฐาน 2558 มีจำนวนรายการสินค้าทั้งสิ้น 501 รายการ

นาง พิมพ์ชนก กล่าวด้วยว่า การปรับปรุงปีฐานของทั้งสองดัชนีในครั้งนี้ ได้หารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาอย่างต่อเนื่องตลอดปี 2563 ทั้งในด้านวิธีการคำนวณ การคัดเลือกสินค้าและบริการลงตะกร้าการคำนวณ และการกำหนดขอบเขตกลุ่มตัวอย่าง จึงมั่นใจว่า เครื่องชี้วัดด้านราคาชุดนี้ จะสะท้อนพฤติกรรมการบริโภคและการผลิตได้ดียิ่งขึ้น อีกทั้งยังจะเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญของการบูรณาการเครื่องชี้วัดเศรษฐกิจของประเทศในระดับโครงสร้าง เพื่อให้ผู้ใช้สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างสะดวกและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยดัชนีปีฐานใหม่ทั้งสองชุด จะเริ่มเผยแพร่อย่างเป็นทางการในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2564
กำลังโหลดความคิดเห็น...