xs
xsm
sm
md
lg

ธนาคารโลก คาดพิษโควิดฉุดGDPไทย-10.4ถึง-8.3%

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ธนาคารโลก ประเมินเศรษฐกิจไทยปีนี้ จะติดลบ 8.3% จากผลกระทบโควิด กรณีเลวร้ายสุด อาจติดลบถึง 10.4% หากมีระบาดรอบ 2 และปัจจัยเสี่ยงทางการเมือง คาดว่า ต้องใช้เวลาฟื้นฟู 2- 3 ปี จึงจะกลับมาขยายตัวได้ตามปกติ

ธนาคารโลก รายงานเศรษฐกิจเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก (EAP )ฉบับใหม่ เป็นการวิเคราะห์ผลกระทบด้านเศรษฐกิจ ที่เกิดจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 พบว่า โควิด อาจทำให้เศรษฐกิจในภูมิภาค โตเพียง 0.9% ในปี 2563 ซึ่งเป็นอัตราขยายตัวต่ำที่สุดในรอบ 53 ปี นับตั้งแต่ปี 2510 และคาดว่าเศรษฐกิจจีนจะขยายตัวเพียง 2% ในปีนี้

สำหรับประเทศไทย นายเกียรติพงศ์ อริยปรัชญา นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส ธนาคารโลกประจำประเทศไทย เปิดเผยว่า ธนาคารโลก มองเศรษฐกิจไทยปีนี้ ติดลบ 8.3% และในกรณีย่ำแย่ที่สุด คาดว่าจะติดลบสูงถึง 10.4% หากมีความเสี่ยงจากการกลับมาระบาดรอบ 2 และโควิดในต่างประเทศ ที่ยังมีจำนวนมาก ซึ่งกระทบการส่งออกของไทย

นอกจากนี้ ประเทศไทย ยังมีปัจจัยเสี่ยงด้านอื่น ทั้งความไม่แน่นอนทางการเมือง ,การชุมนุมประท้วงของกลุ่มต่างๆ ,ปัญหาแก้รัฐธรรมนูญ รวมทั้งปัญหาภัยธรรมชาติ ที่จะส่งผลให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวช้า

ธนาคารโลก ประเมินเศรษฐกิจไทยปี 2564 จะขยายตัว 4.9% หากเป็นกรณีที่แย่สุด คาดว่าเศรษฐกิจไทยปีหน้า ก็จะยังขยายตัวได้ 3.5% โดยต้องติดตามการดำเนินนโยบายภาครัฐ โดยเฉพาะด้านการลงทุน ที่ยังล่าช้า จะทำอย่างไรให้นโยบาย เดินไปข้างหน้าและมีความต่อเนื่อง

รายงานธนาคารโลก ระบุด้วยว่า ความยากจนในภูมิภาคนี้ มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 20 ปี โดยมีประชากรจานวน 38 ล้านคน ที่คาดการณ์ว่าจะยังตกอยู่ในความยากจน หรือต้องกลับไปอยู่ในความยากจนซึ่งเป็นผลมาจากโรคระบาด (อ้างอิงจากเส้นแบ่งความยากจนของระดับรายได้กลาง-สูงที่ 5.50 ดอลลาร์ต่อวัน) เนื่องจากเหตุการณ์โควิด-19 รัฐบาลของประเทศต่างๆ ในภูมิภาค EAP ได้กาหนดให้มีการใช้เกือบ 5 % ของ GDP โดยเฉลี่ยเพื่อปรับปรุงระบบสาธารณสุข ช่วยเหลือครัวเรือนเพื่อให้เกิดการบริโภคอย่างต่อเนื่อง และช่วยธุรกิจให้รอดพ้นจากการล้มละลาย

ขณะที่หลายประเทศ พบว่า เป็นสิ่งที่ยากในการขยายโครงการการคุ้มครองทางสังคม ที่มีอยู่อย่างจำกัด เนื่องจากก่อนหน้านี้ ประเทศเหล่านี้ ใช้จ่ายน้อยกว่า 1 % ของ GDP และการให้ความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องจะสร้างแรงกดดันให้กับฐานรายได้ของรัฐ 
 วิคตอเรีย กวากวา รองประธานธนาคารโลกประจาภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก กล่าวว่า โควิด-19 ไม่เพียงแต่กระทบกลุ่มคนยากจนอย่างหนักหน่วงที่สุด แต่ยังสร้าง “คนจนกลุ่มใหม่”ขึ้นมา ภูมิภาคนี้ต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายต่างๆ อย่างที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อน และรัฐบาลกาลังเผชิญกับทางเลือกที่ยาก “แต่ยังมีทางเลือกของนโยบายที่ชาญฉลาด ที่จะช่วยลดการเกิดสถานการณ์ที่ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น การลงทุนในการตรวจคัดกรอง ,ความสามารถในการติดตาม และการขยายการให้ความคุ้มครองทางสังคมอย่างต่อเนื่องเพื่อช่วยเหลือคนจนและผู้ที่อยู่นอกระบบ  
รายงานแจ้งเตือนว่า หากไม่มีการดำเนินการเพื่อรับมือในรูปแบบที่หลากหลาย โรคระบาด อาจทำให้การเติบโตของภูมิภาคน้อยลง ในช่วงทศวรรษหน้าคิดเป็น 1 % ต่อปี ซึ่งกระทบต่อครัวเรือนที่ยากจนมากที่สุด โดยรับรู้ได้จากระดับการเข้าถึงการให้บริการสาธารณสุข การศึกษา งาน และเงิน อยู่ในระดับที่ต่ำลง




กำลังโหลดความคิดเห็น...