xs
xsm
sm
md
lg

ราชกิจจาฯประกาศยุบ บตท.ให้โอนกิจการไปควบรวมกับ ธอส.

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ราชกิจจาฯ ประกาศ พ.ร.บ.ยุบเลิก บตท. โอนกิจการเข้า ธอส.เดินหน้าตามพันธกิจ “ทำให้คนไทยมีบ้าน”

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ประกาศ พระราชบัญญัติยุบเลิกบรรษัท ตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย พ.ศ. 2563 ซึ่งมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

โดยหลักการของพระราชบัญญัติดังกล่าวคือ ให้ยุบเลิกบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย(บตท.) และโอนกิจการ ทรัพย์สิน สิทธิ หนี้สิน ทุน และภาระผูกพันของ บตท. ให้แก่ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เพื่อทำหน้าที่บริหารจัดการธุรกรรมที่เหลืออยู่ของ บตท. ต่อไป

และยังกำหนดให้ บตท. ยังคงตั้งอยู่ตราบเท่าเวลาที่จำเป็นเพื่อดำเนินการตามพระราชบัญญัติดังกล่าว หรือดำเนินการอื่นใดที่ค้างอยู่ให้แล้วเสร็จ แต่ไม่เกิน 270 วัน นับแต่วันที่พระราชบัญญัติดังกล่าวมีผลใช้บังคับ

พระราชบัญญัติฉบับนี้ยังมีสาระสำคัญส่วนอื่น เช่น กำหนดให้พนักงาน บตท. ที่ประสงค์ไปปฏิบัติงานกับ ธอส. ต้องแสดงความจำนงเป็นหนังสือต่อผู้บังคับบัญชาภายใน 60 วัน นับแต่พระราชบัญญัตินี้บังคับใช้ และให้ ธอส. รับโอนพนักงาน บตท. ไปดำรงตำแหน่งที่เหมาะสมกับความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ของแต่ละคนต่อไป

ส่วนพนักงาน บตท. ที่ไม่แสดงความจำนงไปปฏิบัติงานกับ ธอส. ให้ถือว่าเป็นการออกจากงานเพราะเลิกจ้างโดยไม่ใช่ความผิดของพนักงาน

นายกมลภพ วีระพละ รองกรรมการผู้จัดการ กลุ่มงานการเงินและบัญชี ธอส. ในฐานะประธานคณะกรรมการกำกับการควบรวมกิจการของ บตท.เข้ากับ ธอส. กล่าวว่า การยุบเลิก บตท. และให้ ธอส. บริหารจัดการธุรกรรมที่เหลืออยู่ของ บตท. ต่อไปตามพระราชบัญญัติดังกล่าวนั้น เกิดขึ้นตามนโยบายของกระทรวงการคลังโดยสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ได้นำเสนอร่างพระราชบัญญัติยุบเลิกดังกล่าวแก่คณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 และผ่านกระบวนการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา

ก่อนที่จะประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 23 กันยายน 2563

การดำเนินการครั้งนี้ ถือเป็นการเพิ่มศักยภาพในการดำเนินกิจการให้กับ ธอส. มากยิ่งขึ้น เพราะ ธอส. และ บตท. ต่างดำเนินธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับสินเชื่อที่อยู่อาศัยเป็นหลัก จึงเชื่อว่าจะนำจุดแข็งของทั้ง 2 หน่วยงาน มาร่วมกันสนับสนุนพันธกิจของ ธอส. “ทำให้คนไทยมีบ้าน” ด้วยการนำความเชี่ยวชาญของ บตท. ในด้านการออกตราสารทางการเงินที่มีสินเชื่อที่อยู่อาศัยหนุนหลัง มาออกเป็นหุ้นกู้ หรือ Mortgage-Backed Securities : MBS มาเป็นส่วนหนึ่งในการปรับให้อายุของหนี้สินและสินทรัพย์ (Maturity Mismatch) ให้มีความสัมพันธ์กันได้ยิ่งขึ้น

นำไปสู่การปล่อยสินเชื่อในระยะยาวให้กับประชาชน สามารถสนับสนุนนโยบายของภาครัฐ เกิดประโยชน์กับเศรษฐกิจโดยรวมและประเทศชาติ

ที่ผ่านมา ธอส. ได้ประสานงานกับ บตท. อย่างใกล้ชิด เพื่อให้การดำเนินการครั้งนี้ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยให้ความสำคัญกับการดูแลผู้ปฏิบัติงานและลูกค้าของทั้ง 2 องค์กรอย่างเท่าเทียม และทั้ง 2 หน่วยงานจะร่วมกันดำเนินการทุกอย่างที่เกี่ยวข้องให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลา 270 วันนับแต่วันที่พระราชบัญญัติดังกล่าวมีผลใช้บังคับต่อไป

นายกมลภพ กล่าวว่า ด้วยความแข็งแกร่งของ ธอส. ในปัจจุบัน ซึ่ง ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2563 ธนาคารมียอดสินเชื่อคงค้างรวม 1,256,305 ล้านบาท สินทรัพย์รวม 1,300,881 ล้านบาท และอัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS Ratio) ยังอยู่ที่ระดับแข็งแกร่งโดย ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2563 อยู่ที่ 15.26% ซึ่งสูงกว่าอัตราเงินกองทุนขั้นต่ำที่กำหนดโดยธนาคารแห่งประเทศไทย ทำให้เชื่อว่า การควบรวมกิจการกับ บตท. ในครั้งนี้ แม้อาจทำให้ธนาคารมีต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นด้วยจำนวนบุคลากรที่เพิ่มขึ้นประมาณ 90 อัตรา และการตั้งสำรองจากกรณีหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้(NPL) ซึ่ง ณ ปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 2,600 ล้านบาท จากพอร์ตสินเชื่อรวมกว่า 14,000 ล้านบาท

แต่ในขณะเดียวกันกิจการหรือธุรกรรมต่าง ๆ ของ บตท. จะมีส่วนช่วยให้ ธอส. มีรายได้จากการดำเนินธุรกิจ ฐานลูกค้า และสินทรัพย์รวมที่เพิ่มมากขึ้นได้เช่นกัน

นายกรพล ชินพัฒน์ รักษาการผู้จัดการ บตท.ชี้แจงว่า บตท. ก่อตั้งขึ้นตามพระราชกำหนดบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย พ.ศ. 2540 ด้วยทุนประเดิมจากกระทรวงการคลัง 1,000 ล้านบาท ซึ่งในปี 2540 เป็นช่วงที่สถาบันการเงินส่วนใหญ่ประสบปัญหาการ ขาดสภาพคล่องอย่างรุนแรง

บตท. จึงมีหน้าที่หลักในการเข้าไปช่วยสนับสนุนสภาพคล่องและลดภาระในการดำรงอัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS Ratio) ด้วยการรับซื้อสินเชื่อที่อยู่อาศัยจากสถาบันการเงินเพื่อนำมาเข้าสู่กระบวนการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ (Securitization) โดยการออก MBS ซึ่งเป็นการ ช่วยพัฒนาตลาดตราสารหนี้ และตลาดทุน รวมถึงเป็นการสนับสนุนการพัฒนาภาคอสังหาริมทรัพย์ในทางอ้อม

โดย ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2563 บตท. มีสินทรัพย์รวม 15,339 ล้านบาท อัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS Ratio) อยู่ที่ 16% และมีตราสารหนี้โครงการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์คงค้างที่เป็นหุ้นกู้มีหลักประกันจำนวน 9,455.33 ล้านบาท

การที่ บตท.เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของ ธอส.ครั้งนี้ จะเกิดประโยชน์ต่อลูกค้า ประชาชน ภาคอสังหาริมทรัพย์ เศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ และจะไม่เกิดผลกระทบใด ๆ กับลูกค้าสินเชื่อบ้าน นักลงทุน และ คู่ค้า ของ บตท. เนื่องจากกฎหมายดังกล่าวเป็นการ โอนกิจการ ทรัพย์สิน สิทธิ หนี้สิน ทุน ภาระผูกพัน และบุคลากรของ บตท. ไปยัง ธอส.

สำหรับการติดต่อธุรกรรมกับ บตท. ยังสามารถติดต่อได้ผ่านช่องทางออนไลน์ที่ Line Official Account : @smc.or.th, Facebook : บรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย SMC, เว็บไซต์ www.smc.or.th, อีเมล contactcenter@smc.or.th

ส่วนลูกค้าของ ธอส. ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ (Call Center) โทร 0-2645-9000 หรือ Facebook Fanpage ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และเว็บไซต์ www.ghbank.co.th


กำลังโหลดความคิดเห็น...