xs
xsm
sm
md
lg

พณ.แจง"ไอ้ไข่วัดเจดีย์"มีลิขสิทธิ์ ห้ามละเมิด 11 ผลงาน

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



กระทรวงพาณิชย์ ระบุ วัดเจดีย์ จ.นครศรีธรรมราช จดลิขสิทธิ์ผลงานเกี่ยวกับ “ไอ้ไข่” ไว้กับกรมทรัพย์สินทางปัญญา 11 ผลงาน หากมีผู้ใดทำซ้ำ ดัดแปลง อาจเข้าข่ายละเมิดลิขสิทธิ์

นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ชี้แจงกรณี “ไอ้ไข่เด็กวัดเจดีย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช” ที่มีผู้นิยมสักการะ ขอโชคลาภซึ่งโด่งดังอยู่ในขณะนี้ ทำให้มีบุคคลอ้างชื่อ “ไอ้ไข่”ไปเปิดเป็นวัดไอ้ไข่สาขาต่างๆ และจัดทำวัตถุให้เช่าบูชา จนมีเสียงเรียกร้องในผลงานลิขสิทธิ์ “ไอ้ไข่” เด็กวัดเจดีย์

เบื้องต้น ได้รับแจ้งจากกรมทรัพย์สินทางปัญญา ว่า วัดเจดีย์ จ.นครศรีธรรมราช แจ้งผลงานลิขสิทธิ์ “ไอ้ไข่เด็กวัดเจดีย์” กับกรมทรัพย์สินทางปัญญา 11 ผลงาน โดยเมื่อปี 2551 จำนวน 10 ผลงาน และแจ้งเพิ่มอีก 1 ผลงาน ในปี 2563 ซึ่งหากมีข้อพิพาท หรือ เรียกร้องสิทธิ์ผลงานลิขสิทธิ์ “ไอ้ไข่เด็กวัดเจดีย์” สามารถดำเนินการผ่านกระบวนการไกล่เกลี่ยและระงับข้อพิพาทด้านทรัพย์สินทางปัญญาได้ ขณะเดียวกัน กระทรวงพาณิชย์ จะใช้โอกาสนี้ สร้างความเข้าใจและตระหนักรู้เรื่องทรัพย์สินทางปัญญาให้กับประชาชนด้วย

นาย ทศพล ทังสุบุตร อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา บอกว่า ฐานข้อมูลลิขสิทธิ์ของกรมทรัพย์สินทางปัญญา ระบุว่า วัดเจดีย์ จ.นครศรีธรรมราช แจ้งผลงานเกี่ยวกับ “ไอ้ไข่”ทั้งสิ้น 11 ผลงาน คือ ผ้ายันต์ 4 ผลงาน แจ้งเป็นศิลปกรรมประเภทงานจิตรกรรม ,รูปหล่อ 3 ผลงาน และเหรียญ 3 ผลงาน แจ้งเป็นศิลปกรรมประเภทงานประติมากรรม และล่าสุด แจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์ในปี 2563 เพิ่มอีก 1 ผลงาน ในประเภทงานวรรณกรรม หนังสือ “ไอ้ไข่เด็กวัดเจดีย์”

ตามหลักกฎหมายลิขสิทธิ์ จะให้สิทธิแต่เพียงผู้เดียว แก่เจ้าของลิขสิทธิ์ในการทำซ้ำ ,ดัดแปลง, เผยแพร่ต่อสาธารณชน ,ให้เช่า, โอน หรืออนุญาตให้ผู้อื่นใช้งานอันมีลิขสิทธิ์ การกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งแก่งานอันมีลิขสิทธิ์ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์ จึงเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์

กรณี “ไอ้ไข่” ที่แจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์ โดยวัดเจดีย์ ในฐานะเป็นนิติบุคคล หากเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ ตามที่รับแจ้ง ก็จะได้รับการคุ้มครองงานลิขสิทธิ์ เป็นเวลา 50 ปี นับแต่สร้างสรรค์ผลงาน

หากมีการกระทำที่เข้าข่ายละเมิดลิขสิทธิ์ อาจจะต้องพิจารณารายละเอียดแต่ละกรณี เพราะจะมีรายละเอียดปลีกย่อยที่ต้องนำมาพิจารณาแตกต่างกันไป และหากมีการฟ้องร้อง ต้องนำสืบข้อเท็จจริงจากทั้ง 2 ฝ่าย โดยศาลจะเป็นผู้พิจารณาชี้ขาดต่อไป

กรมทรัพย์สินทางปัญญา มีบริการไกล่เกลี่ย และระงับข้อพิพาทด้านทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อเป็นอีกทางเลือกในการแก้ไขปัญหาข้อพิพาท และยุติปัญหา โดยไม่ต้องเข้าสู่กระบวนการของศาล โดยสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ www.ipthailand.go.th หรือ ติดต่อที่ กองกฎหมาย กรมทรัพย์สินทางปัญญา โทร 02 547 5029
กำลังโหลดความคิดเห็น...