xs
xsm
sm
md
lg

BEST Express ช่วยคนตกงานจากพิษโควิด ร่วมงานจัดส่งพัสดุ

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



BEST Express สนองนโยบายรัฐ ด้วยการช่วยเหลือผู้ประสบภัยโควิด ที่ถูกเลิกจ้าง เข้ามาร่วมงานจัดส่งพัสดุกับ BEST เปลี่ยนวิกฤติการจัดการจำนวนพัสดุมหาศาล ให้เป็นโอกาสแก่บุคคลทั่วไปได้มีงานทำ

BEST Express (เบสท์ เอ็กซ์เพรส) หนึ่งในแบรนด์ผู้ให้บริการ รับ-ส่ง พัสดุด่วนทั่วไทย ไปไหน ไปกัน Everywhere, with you ของบริษัท เบสท์ โลจิสติกส์ เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด ภายใต้การดำเนินการของ BEST Inc. (เบสท์ อิงช) บริษัทแม่ ผู้นำด้านโลจิสติกส์และซัพพลายเชนอัจฉริยะแบบครบวงจร หนึ่งในสามธุรกิจโลจิสติกส์ยักษ์ใหญ่ จากประเทศจีน ที่มีทั้งหมด 8 กลุ่มธุรกิจใหญ่ทั้งในประเทศจีนและทั่วโลก ชี้แจงแผนงานในช่วงครึ่งหลังปี 2563 จากสถานการณ์โควิ-19 ทำให้ BEST Express เห็นช่องทางการทำการตลาดมากขึ้น นอกจากการทำการตลาดเพื่อสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักแล้ว BEST Express ยังเน้นทำตลาดในเชิง CSR เพิ่มขึ้น ในฐานะที่เป็นธุรกิจด้านบริการ จึงต้องมุ่งเน้นการช่วยเหลือเพื่อสังคมมากขึ้นตามไปด้วย

สำหรับกิจกรรมการตลาดในครึ่งปีหลังนี้ ได้วางแผนการตลาดให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตใหม่ในคอนเซปต์ “BEST Road New Life (ขนส่งวิถีชีวิตใหม่ในสไตล์ New Normal)” กับแคมเปญช่วยเหลือผู้ประสบภัยโควิด “การเลิกจ้างงาน” โดยเปลี่ยนวิกฤติการจัดการจำนวนพัสดุมหาศาล ให้เป็นโอกาสแก่บุคคลทั่วไป เข้ามาร่วมงานจัดส่งพัสดุกับ BEST Express ผ่านแคมเปญ CSR “แค่มีรถ ก็ส่งพัสดุกับ BEST Express ได้”

โครงการนี้เปิดโอกาสให้ผู้ที่มีรถยนต์ ไม่ว่าจะเป็นรถแบบไหน ก็มาร่วมส่งพัสดุกับBEST Expressได้ เป็นโครงการที่ช่วยรองรับการจัดการกับปริมาณพัสดุที่เพิ่มขึ้นได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังช่วยสร้างรายได้ให้ผู้ที่ตกงานในช่วงวิกฤติโควิดครั้งนี้ด้วย

ก่อนหน้านี้ ในช่วงสถานการณ์โควิด และช่วงหลังโควิดกับยุค New Normal ทำให้ผู้บริโภค เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมจาก ออฟไลน์ (Offline) สู่ออนไลน์ (Online) มากขึ้น ซึ่งทำให้มูลค่า E-Commerce และ Volume การส่งพัสดุ โตแบบก้าวกระโดดถึง 3 เท่า ทำให้ต้นทุนค่าจัดส่งพัสดุลดลง ขณะเดียวกัน BEST Express ได้ขยาย HUB ศูนย์กระจายสินค้า ,เพิ่มรถขนส่งพัสดุขนาดใหญ่ เพื่อเดินทางข้ามจังหวัดเพิ่มขึ้น ซึ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายการบริหารจัดการภายในองค์กร ทำให้ต้นทุนค่าขนส่งลดลง 

และด้วยมูลค่า E-Commerce และ Volume การส่งพัสดุเติบโตอย่างมหาศาล ทาง BEST Express จึงปรับราคาค่าส่งพัสดุด่วนใหม่ครั้งใหญ่ทั่วประเทศ เริ่มต้นที่ 25 บาท (ปกติ 30 บาท) เพื่อส่งเสริมให้พ่อค้าแม่ค้า ค้าขายออนไลน์เพิ่มขึ้น รวมทั้งกระตุ้นการรับรู้ สร้างการจดจำภาพลักษณ์ของแบรนด์ในวงกว้าง ด้วยราคาที่คุ้มค่าต่อการใช้บริการส่งพัสดุทั่วไทย ไปไหน ไปกัน ทำให้ผู้ใช้บริการมีทางเลือกมากขึ้น

นอกจากนี้ BEST Express ยังมีจุดเด่นการให้บริการพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ ทั้งกลุ่ม B2B หรือ B2C และกลุ่มลูกค้าทั่วไปในการส่งพัสดุกับ เจ้าแรก การให้บริการ “BEST Booking กดเรียก BEST Express เข้ารับพัสดุถึงหน้าบ้าน ฟรี! ไม่มีขั้นต่ำ ผ่าน BEST Application หรือ Line Official Account: : @BESTExpressTH” และบริการไฮเทคแจ้งเตือนสถานะพัสดุอัตโนมัติด้วยระบบ Automatic Tracking System ผ่าน Line Official Account สะดวกสบายเป็นมิตรต่อการเรียกใช้บริการ

ปัจจุบัน BEST Express มีศูนย์บริการสาขาแฟรนไชส์ทั้ง 4 ประเภท คือ 1. First Station (แฟรนไชส์หลัก: ขารับและขากระจายพัสดุ ดูแลรับผิดชอบทั้งจังหวัดหรือเขต อยู่ภายใต้การดูแลของ BEST สำนักงานใหญ่) 2. Sub Station (แฟรนไชส์รอง: ขารับและขากระจายพัสดุ ดูแลพื้นที่อำเภอและแขวง อยู่ภายใต้การดูแลของแฟรนไชส์หลัก)

3. Shop (ช้อป: รับพัสดุเพียงอย่างเดียว อยู่ภายใต้การดูแลของแฟรนไชส์หลัก) 4. Drop Point (จุดรับพัสดุ: อยู่ภายใต้การดูแลของแฟรนไชส์หลัก) รวม 500 สาขา ครอบคลุมอยู่ทั่วประเทศ โดยภายในสิ้นปีนี้ จะขยายเพิ่มอีก 800 สาขา และขยายต่ออีก 2,000 สาขาในอีก 2 ปีข้างหน้า หรือ ในปี 2565 ตอกย้ำการเป็นแบรนด์ขนส่งพัสดุด่วนทั่วไทย ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด ติดอันดับ 1ใน 5 ของแบรนด์ขนส่งพัสดุด่วน แถวหน้าของประเทศไทย ภายในระยะเวลา 1 ปี


กำลังโหลดความคิดเห็น...