xs
xsm
sm
md
lg

กพท.ประเมินอุตสาหกรรมการบิน ฟื้นภายใน 3-5 ปี

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



กพท.ประเมินอุตสาหกรรมการบิน กลับสู่ภาวะปกติได้อีกครั้ง ภายใน 3-5 ปีข้างหน้า ขึ้นอยู่กับมาตรการภาครัฐ และการพัฒนาวัคซีน ด้านผู้ประกอบการธุรกิจสายการบิน ยอมรับวิกฤติโควิด รุนแรงกว่าทุกครั้ง ทำให้ต้องหยุดบิน 100% และต้องปรับตัวอย่างมาก


สถาบันการบินพลเรือน (สบพ.) รัฐวิสาหกิจสังกัดกระทรวงคมนาคม ในฐานะเป็นหน่วยงานผลิตและพัฒนาบุคลากรการบินเพื่อสนับสนุนและพัฒนากิจการการบินของประเทศ ร่วมกับ บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) ได้จัดงานเสวนา “เตรียมพร้อมอุตสาหกรรมการบินสู่ยุค New Normal” ขึ้น ในรูปแบบการเสวนาออนไลน์ Live สด ผ่านทาง Facebook : สถาบันการบินพลเรือน เพื่อสร้างการรับรู้เกี่ยวกับสถานการณ์ของอุตสาหกรรมการบินของไทย และเรียกความเชื่อมั่นให้บุคลากรการบินและผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน

ดร.จุฬา สุขมานพ ผู้อำนวยการ สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย(กพท.) กล่าวว่า ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรมการบินเติบโตมาโดยตลอด แต่ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้ธุรกิจการบินต้องหยุดชะงัก ซึ่งคาดการณ์ว่าภายใน 3-5 ปีข้างหน้าจะกลับมาสู่ภาวะปกติได้อีกครั้ง ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับมาตรการ ของทางภาครัฐ และการพัฒนาวัคซีน ซึ่งหากสามารถพัฒนาได้เร็วโอกาสการกลับมาฟื้นตัวก็ทำได้เร็วเช่นกัน

ดังนั้นภาคอุตสาหกรรมการบิน ต้องเตรียมความพร้อมอยู่ตลอดเวลาหากเปิดประเทศเมื่อไหร่ ก็ต้องพร้อมกลับมาให้บริการได้ทันที ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลก็พร้อมที่จะให้การช่วยเหลือ และหามาตรการเยียวยาให้ ทุกหน่วยสามารถกลับมาดำเนินงานต่อได้ ขณะเดียวกันในภาคธุรกิจการบินยังมีความต้องการบุคลากรอยู่ ซึ่เชื่อว่า บุคลากรการบินในอนาคต เช่น นักบิน และอาชีพอื่นๆ จะไม่ได้ต้องการคนที่มีความรู้พื้นฐานด้านการบินในเฉพาะสาขาอาชีพเท่านั้น แต่ต้องมีพื้นฐานหลายๆอย่างที่เราเรียกว่า Multi skill และในอีก 2-3 ปีข้างหน้า การเรียนการสอนของสถาบันการบินพลเรือน จะต้องปรับเปลี่ยนไปเพื่อให้เข้ากับสถานการณ์อนาคต มีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับหลายภาคส่วน เพื่อส่งเสริมสนับสนุนซึ่งกันและกัน ซึ่งเหมือนกับสถานการณ์ตอนนี้ ที่เราเห็นว่าทุกภาคส่วนต่างให้ความร่วมมืออย่างดี จนทำให้ประเทศของเราได้รับการยอมรับในการควบคุม โรคโควิด-19 จากทั่วโลก

กัปตัน เดชิศร์ เจริญวงศ์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่อาวุโส สายงานปฏิบัติการ บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า จากประสบการณ์ของสายการบินที่ผ่านมา เราเคยพบเรื่องโรคระบาดมาหลายครั้ง แต่ครั้งนี้ ถือเป็นสถานการณ์การที่รุนแรงที่สุด คือ หยุดบินไป 100% เราต้องปรับตัวอย่างมาก เพราะมีข้อจำกัด ทั้งด้านกฎระเบียบด้านการบิน เศรษฐกิจ ด้านสาธารณสุข เมื่อไหร่ที่เครื่องบินหยุดบิน มีพนักงาน ทุกภาคส่วนที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งต้องยอมรับว่าอาจมีการลดจำนวนลงบ้าง

แต่อย่างไรก็ตาม ในอุตสาหกรรมการบิน ก็ยังต้องการคนอยู่ เพราะเมื่อถึงเวลาต้องใช้แล้ว เราต้องพร้อมบินเสมอ โดยเฉพาะบุคลากรการบินที่มีความสำคัญอย่างมาก ฉะนั้นแล้วเมื่อเกิดสถานการณ์แพร่ระบาดของโรค สิ่งที่เราให้ความสำคัญที่สุดคือความปลอดภัยของพนักงานของเรา เรามีการทำตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข เช่น การให้พนักงาน work from home การเรียนออนไลน์ เป็นต้น ฉะนั้นสำหรับน้องๆ หรือท่านที่สนใจที่จะเข้ามาทำงานในอุตสาหกรรมการบินยังสามารถเข้ามาได้ สำหรับอาชีพที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมการบินยังถือเป็นอาชีพที่ยังมีความต้องการ จึงยังเป็นโอกาสสำหรับคนที่อยากเรียน เช่น นักบิน หากรักที่จะทำการบินแล้วก็ต้องไม่หยุดที่จะเดินตามความฝันต่อไปให้ได้

คุณน้ำฝน บุณยะวัฒน์ รองผู้ว่าการด้านนโยบายและแผน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การปิดประเทศ ทำให้นักท่องเที่ยวที่เป็นกระแสหลักของเราคือนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่มีอยู่ประมาณ 65% หายไป และตอนนี้ก็ยังไม่สามารถที่จะบอกได้ว่าเราจะเปิดประเทศได้เมื่อไหร่ ฉะนั้นแล้วสิ่งที่เราทำได้ตอนนี้คือ การกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ เพื่อให้เศรษฐกิจขับเคลื่อนได้ และช่วยเหลือผู้ประกอบการกว่า 4.4 ล้านคน ให้ยังคงดำรงอยู่ โดยมีโครงการต่างๆ ออกมากระตุ้นให้คนไทยเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ ภายใต้ความเชื่อมั่น และให้ความสำคัญด้านความปลอดภัยไม่น้อยไปกว่าด้านเศรษฐกิจ สื่อสารและทำให้คนเราไทยเราเกิดความรู้สึกร่วมที่อยากจะเดินทางอย่างปลอดภัย สร้างความภูมิใจว่าเมื่อเกิดวิกฤต คนไทยเราช่วยเหลือกัน ออกมาเที่ยวเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ ให้คนต่างชาติเห็นและเชื่อมั่นประเทศของเรา จนทำให้ประเทศไทยเราจะยังคงเป็นจุดหมายปลายทางที่ใฝ่ฝันของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกต่อไป

พญ.วราลักษณ์ ตังคณะกุล รองผู้อำนวยการสำนักโรคติดต่อทั่วไป หัวหน้ากลุ่มโรคติดต่อระหว่างประเทศ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ประเทศไทย มีความสามารถในการรับมือและควบคุมโรคได้เป็นอย่างดี เรามีกลยุทธ์ในการป้องกันและสร้างความปลอดภัยเพื่อลดผลกระทบจากโรคโควิดอยู่ 6 กลยุทธ์สำคัญ เรียกว่า 6C Strategy เช่น การเฝ้าระวัง ติดตาม ตรวจหา การสื่อสาร มาตรการทางกฎหมายและการมีส่วนร่วมต่าง ๆ การร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศในการควบคุมคนเข้าประเทศ รวมถึงธุรกิจการบินเองที่ มีมาตรการป้องกันคนก่อนเข้าประเทศอย่างเข้มงวด ทำให้ประเทศไทย ถป้องกันการแพร่ระบาดได้เป็นอย่างดี จึงเป็นโอกาสดี ที่เราจะนำจุดแข็งด้านนี้ มาพัฒนาต่อ โดยตั้งเป้าให้ไทยเป็นศูนย์ด้านสุขภาพ ที่จะเปิดต้อนรับคนต่างประเทศเข้ามาท่องเที่ยวต่อไปในอนาคต ซึ่งจะส่งผลให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวและธุรกิจการบินของไทย กลับมาเติบโตได้อีกครั้ง








กำลังโหลดความคิดเห็น...