xs
xsm
sm
md
lg

สรท.คงเป้าส่งออกปี63ลบ10% ห่วงโควิดรอบ2,ต้นทุนโลจิสติกส์ ตัวฉุด

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



สภาผู้ส่งออก ระบุ “โควิด” ยังเป็นปัจจัยเสี่ยงหลักต่อการส่งออกของไทย หวังคำสั่งซื้อช่วงปีใหม่ หนุนยอดส่งออกทั้งปี 2563 ติดลบไม่เกิน 10% พร้อมวอนภาครัฐ จริงจังแก้ปัญหาต้นทุนโลจิสติกส์ที่พุ่งสูงขึ้น กระทบความสามารถในการแข่งขัน

สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย หรือ สภาผู้ส่งออก (สรท.) รายงานสถานการณ์ส่งออกไทย 7 เดือนปีนี้ (ม.ค.-ก.ค.63) มีมูลค่า133,162ล้านดอลลาร์สหรัฐ ติดลบ7.72% เมื่อหักทองคำ,น้ำมันและอาวุธยุทธปัจจัย จะติดลบ 9.02% ส่วนการนำเข้า มีมูลค่า119,118ล้านดอลลาร์ฯ ติดลบ14.69 % ส่งผลให้ประเทศไทย ยังเกินดุลการค้า14,044ล้านดอลลาร์ฯ

นางสาว กัณญภัค ตันติพิพัฒน์พงศ์ ประธานสภาผู้ส่งออก กล่าวว่า สภาผู้ส่งออก ยังคงเป้าส่งออกไทยทั้งปี 2563 จะติดลบ 10 % โดยมีปัจจัยสนับสนุน จากการส่งออกสินค้ากลุ่มอาหาร เช่น อาหารกระป๋อง ไก่สดแช่เย็นแช่แข็ง และสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับ WORK FROM HOME

ส่วนปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวัง คือ การแพร่ระบาดของโควิด-19 รอบ 2 , ความผันผวนของค่าเงินบาท ,ราคาน้ำมัน ,ปัญหาภัยแล้ง

นอกจากนี้ สภาผู้ส่งออก เตรียมเสนอให้ภาครัฐแก้ปัญหาต้นทุนด้านโลจิสติกส์อย่างจริงจัง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เพราะขณะนี้ต้นทุนโลจิสติกส์ระหว่างประเทศพุ่งขึ้นถึง 30% ส่วนต้นทุนโลจิสติกส์ในประเทศเพิ่มขึ้น 25.7% โดยเฉลี่ยต้นทุนโลจิสติกส์ของผู้ประกอบการอยู่ที่ระดับ 13.6% ขณะที่ยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาโลจิสติกส์ของภาครัฐ ซึ่งจัดทำโดยสภาพัฒน์ มีแผนลดต้นทุนโลจิสติกส์ ให้เหลือ 12% ภายในปี 2564

นายคงฤทธิ์ จันทริก ผู้อำนวยการบริหาร สภาผู้ส่งออก กล่าวว่า ปัญหาต้นทุนด้านโลจิสติกส์ เป็นปัจจัยหนึ่งที่นักลงทุนต่างประเทศ นำมาใช้ประกอบการตัดสินใจว่าจะลงทุนในประเทศใด ซึ่งต้นทุนด้านนี้ของไทยในปัจจุบัน สูงกว่าประเทศอื่น ซึ่งสภาผู้ส่งออก ได้จัดทำแนวทางลดต้นทุนโลจิสติกส์ ให้ที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน และ รัฐบาล พิจารณา ประกอบด้วย
1.แก้ไขความสูงของรถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์สำหรับบรรจุสิ่งของขนาด High Cube (HC) และรถบรรทุกรถยนต์ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 18 เป็น 4.6 เมตร

2.เร่งรัดการทำสัญญาสัมปทานสถานีบรรจุและคัดแยกสินค้ากล่อง (ไอซีดีลาดกระบัง) ตลอดจนเชื่อมโยงข้อมูลระหว่าง ไอซีดีลาดกระบัง และ SRTO ให้การบริการรับส่งสินค้าในรูปแบบตู้สินค้า ในการขนส่งอย่างมีความต่อเนื่อง และปรับปรุงอสังหาริมทรัพย์ บำรุงรักษาพื้นที่ภายในโครงการ ลงทุนจัดหาเครื่องจักร อุปกรณ์ แรงงาน และสาธารณูปโภค ให้มีความพร้อมสำหรับรองรับปริมาณตู้คอนเทนเนอร์ที่เพิ่มขึ้น

3.เลื่อนการบังคับใช้ประกาศการท่าเรือฯ เรื่องกำหนดอัตราค่าภาระของเรือชายฝั่ง (ท่าเทียบเรือ  A) ท่าเรือแหลมฉบัง ลงวันที่ 27 พฤศจิกายน 2561 และ ประกาศการท่าเรือฯ เรื่องให้เรือชายฝั่งที่รับตู้สินค้าขาเข้าที่ท่าเรือแหลมฉบังดำเนินการ บรรทุกตู้สินค้าลงเรือ (Loading Container) ณ ท่าเทียบเรือชายฝั่ง (ท่าเทียบเรือ A) ลงวันที่ 19 มิถุนายน 2563 และกำหนดนโยบายลดต้นทุนการขนส่งชายฝั่งให้สามารถแข่งขันกับการขนส่งรูปแบบอื่น

4.พิจารณายกเว้นการเรียกเก็บค่า Cargo Dues สำหรับเรือ Barge ที่ขนส่งสินค้าตู้คอนเทนเนอร์ขาเข้า ระหว่างท่าเรือแหลมฉบัง ผ่านร่องน้ำสันดอนเจ้าพระยาเข้าไปขนถ่าย หรือส่งมอบ ณ ท่าเรือเอกชน หรือท่าเรืออนุญาตที่ตั้งอยู่ในบริเวณอาณาเขตท่าเรือกรุงเทพ และขอให้พิจารณาหลักเกณฑ์ในการจัดกลุ่มประเภทของสินค้าที่ต้องชำระค่า Cargo Dues และกำหนดอัตราเรียก เก็บสำหรับสินค้าแต่ละกลุ่มให้สอดคล้องกับสัดส่วนต้นทุนของสินค้าเพื่อลดต้นทุนการนำเข้าและการผลิตสินค้าเพื่อจำหน่ายในประเทศและการส่งออก

5.แก้ไขเงื่อนเวลาตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2560 มาตรา 102, 103 เรื่องถ่ายลำ ผ่านแดน ให้ของถ่ายลำหรือผ่านแดนสามารถอยู่ในราชอาณาจักรได้เป็นเวลา 60 วัน และขอให้แก้ไขบทลงโทษให้สินค้าที่ไม่สามารถส่งออกจากราชอาณาจักรภายในระยะเวลาที่กำหนดเป็นของตกค้างตามกฎหมายศุลกากรแทนการตกเป็นของแผ่นดิน

6.ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่ง เพื่อเร่งรัดการดำเนินโครงการภายใต้กระทรวงคมนาคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสำหรับยกระดับประสิทธิภาพโลจิสติกส์ แบ่งเป็น 
- ทางบก เช่น โครงการศูนย์เปลี่ยนถ่ายรูปแบบการขนส่งสินค้า โครงการศูนย์การขนส่งชายแดน และโครงการพัฒนาสถานีขนส่งสินค้าภูมิภาค 

- ทางเรือ เช่น โครงการพัฒนาเทคโนโลยีและสารสนเทศเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของระบบการขนส่งทางน้ำ โครงการพัฒนา Port Community System (PCS) โครงการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกสงขลา แห่งที่ 2 โครงการศึกษาทบทวนโครงสร้างรายการค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการขนส่ง ทางทะเลและอัตราค่าธรรมเนียม อาทิ ค่า Terminal Handling Charge (THC) รวมถึงใช้อำนาจตาม พระราชบัญญัติ ราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 ในการกำกับกำหนดให้ค่าบริการขนส่งสินค้าทางทะเลระหว่างประเทศทั้งระบบเป็นบริการควบคุมและดูแลมิให้มีการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายที่ไม่สมเหตุสมผล 

- ทางราง เช่น เร่งรัดการดำเนินโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ระยะที่ 2 ช่วงขอนแก่น -หนองคาย โครงการก่อสร้างสถานีบรรจุและแยกสินค้ากล่อง แห่งที่ 2 (ICD 2) 

- ทางอากาศ เช่น การเตรียมความพร้อมเครื่องมือในการตรวจเอ็กซเรย์สินค้าในท่าอากาศยานนานาชาติให้สอดคล้องกับมาตรการ Air Cargo Security 2021 โดย International Civil Aviation Organization (ICAO) รวมถึงการจัดหาเครื่องบินขนส่งสินค้าทางอากาศ (Freighter) เพื่อให้บริการประจำเส้นทางและสามารถตอบสนองความต้องการของตลาด 

- อื่นๆ เช่น โครงการศึกษาสำรวจความต้องการการเดินทาง (Travel Demand Survey) และปรับปรุงฐานข้อมูลการเคลื่อนย้ายสินค้า เพื่อการวางแผนระบบขนส่งของประเทศ และการส่งเสริมการพัฒนาระบบการเชื่อมโยงข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะการพัฒนาระบบ National Single Window (NSW) ให้เป็น Single Submission อย่างสมบูรณ์




กำลังโหลดความคิดเห็น...