xs
xsm
sm
md
lg

"พุทธิพงษ์" ยันปิดกลุ่มเพจรอยัลลิสต์ฯตามกฎหมาย

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



"พุทธิพงษ์" ยืนยันปิดกลุ่มรอยัลลิสต์มาร์เก็ตเพลส ทำตามกฎหมายไม่กลั่นแกล้างทางการเมือง เตรียมทนายศึกษาข้อมูลหากเฟซบุ๊กฟ้องไทย

ที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอีเอส นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม แถลงข่าวชี้แจงกรณีที่เฟซบุ๊กเตรียมดำเนินการทางกฎหมายกับรัฐบาลไทย หลังถูกขอให้เฟซบุ๊กบล็อกหรือปิดกั้นการเข้าถึงกลุ่ม RoyalistMarketplace หรือ รอยัลลิสต์มาร์เก็ตเพลส ว่า ขอยืนยันว่าการดำเนินการทั้งหมดเป็นไปตามกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมของประเทศไทยโดยขณะนี้ศาลมีคำสั่งให้ปิดกลุ่ม และบัญชีที่เข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติ หรือ พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์พ.ศ. 2560 ทั้งเฟซบุ๊ก ยูทูป รวมถึงแพลตฟอร์มอื่นๆ ที่มีเนื้อหาที่มีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ตั้งแต่วันที่ 4 สิงหาคม ที่ผ่านมา โดยมีเฟซบุ๊กจำนวน 661 รายการ ยูทูป 289 รายการ ทวิตเตอร์ 69 รายการ และเว็บไซต์อื่นๆ 5 รายการ รวม 1,024 รายการ ขณะเดียวกัน เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม ที่ผ่านมา ทางดีอีเอสได้ส่งหนังสือแจ้งเตือนผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตและผู้ให้บริการบนแพลตฟอร์มสังคมออนไลน์ จำนวน 1,276 ยูอาร์แอล ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่ายังอยู่ระหว่างดำเนินการตามคำสั่งศาล 33 คำสั่ง ของช่วงเดือนเมษายน-มิถุนายน 2563 จำนวน 1,129 ยูอาร์แอล โดยมีกำหนด 15 วัน ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 27 ที่จะต้องทำการปิดเว็บไซต์ดังกล่าว ส่วนจะเป็นการปิดออกจากระบบหรือปิดการเข้าถึงเฉพาะในประเทศไทยนั้นขึ้นอยู่กับการวิเคราะห์ของเฟซบุ๊ก


ทั้งนี้ ขอยืนยันว่า การดำเนินการดังกล่าวไม่ได้เป็นการกลั่นแกล้งบุคคลใด ซึ่งหากประชาชนแสดงความคิดเห็นในเรื่องการเมืองหรือเรื่องอื่นที่ไม่เข้าข่ายความผิดตามกฎหมายก็เป็นสิ่งที่สามารถทำได้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ไม่ได้ดำเนินคดีเฉพาะการหมิ่นสถาบันเท่านั้น แต่หากมีการหมิ่นประมาทผู้อื่น การหลอกลวง ฉ้อโกง แชร์ลูกโซ่ การพนันออนไลน์ หรือความผิดอื่น เจ้าหน้าที่ก็ดำเนินการทั้งหมดไม่มีข้อยกเว้น ซึ่งที่ผ่านมาก็มีการเอาผิดกับเพจที่กระทำการผิดกฎหมายตามลักษณะดังกล่าวมาแล้ว ขณะเดียวกัน ทางกระทรวงยังมีมาตรการเชิงรุก เพื่อป้องกันการใช้โซเชียลมีเดียที่หวังผลสร้างความปั่นป่วนทางการเมืองอีกด้วย ส่วนผู้ที่มีความเห็นต่างทางการเมืองและรู้สึกว่าตนเองถูกคุกคามในโซเชียลมีเดียก็สามารถมาร้องทุกข์กับกระทรวงได้ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ส่วนกรณีที่เฟซบุ๊กจะดำเนินการทางกฎหมายกับรัฐบาลไทยเนื่องจากมองว่าการบล็อกดังกล่าว เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนสากล และปิดกั้นการแสดงความคิดเห็นนั้น ตนเองยังไม่เห็นหนังสือชี้แจงอย่างเป็นทางการจากเฟซบุ๊ก แต่มั่นใจว่าเฟซบุ๊กจะไม่ดำเนินการทางกฎหมายกับไทย เพราะที่ผ่านมาเฟซบุ๊กให้ความร่วมมือในการปิดกั้นกลุ่มที่มีเนื้อหาผิดกฎหมายมาแล้ว จึงแสดงให้เห็นว่าทางเฟซบุ๊กก็เคารพกฎหมายของไทย แต่หากจะมีการฟ้องร้องเกิดขึ้นจริง กระทรวงก็มีทีมกฎหมายเพื่อศึกษาข้อมูลและพร้อมต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรม


สำหรับกลุ่ม "รอยัลลิสต์มาร์เก็ตเพลส-ตลาดหลวง" ซึ่งถูกตั้งขึ้นมาใหม่นั้น เป็นสิทธิ์ของแอดมินที่สามารถตั้งขึ้นได้ แต่หากกระทำผิดกฎหมาย ก็จะดำเนินการเหมือนเดิม ส่วนประชาชนทั่วไปหากโพสต์หรือแชร์ข้อมูลที่เข้าข่ายความผิดตามกฎหมายก็ต้องถูกดำเนินคดี แต่หากเป็นเพียงสมาชิกในกลุ่มดังกล่าวก็ยังไม่ถือว่ามีความผิดแต่อย่างใด ซึ่งขอย้ำว่าการปิดกลุ่มรอยัลลิสต์มาร์เก็ตเพลสไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเมืองและไม่ใช่การกลั่นแกล้งทางการเมือง โดยไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือต่างประเทศ หากทำผิดก็ไม่สามารถละเว้นได้ เนื่องจากต้องใช้มาตรฐานเดียวกันในการบังคับใช้กฏหมาย ขอยืนยันว่าการปิดกลุ่มไม่มีการเลือกปฏิบัติ และไม่กังวลว่าการปิดกลุ่มรอยัลลิสต์มาร์เก็ตเพลสจะส่งผลให้มีผู้มาร่วมชุมนุมทางการเมืองเพิ่มขึ้น เพราะมีผู้ติดตามเพจจำนวนมาก เพราะการปิดกลุ่มรอยัลลิสต์ฯ เป็นสิ่งที่ทำตามกฎหมายโดยได้ดำเนินการมาก่อนหน้านี้แล้ว ซึ่งจำนวนสมาชิกในกลุ่มหรือผู้ติดตามไม่ได้เป็นปัจจัยที่ทำให้ดีอีเอสตัดสินใจปิดเพจหรือกลุ่มนั้นๆ แต่เรามองถึงเนื้อหาที่ปรากฏเป็นหลักว่าเข้าข่ายผิดกฎหมายหรือไม่

ส่วนกรณีที่ทางเฟซบุ๊กประกาศว่าอาจพิจารณาการตั้งสำนักงานในประเทศไทยและถอนการลงทุนจากไทยนั้น มองว่าบริษัทข้ามชาติทุกแห่งต่างก็ตัดสินใจอย่างรอบคอบก่อนที่จะเข้ามาลงทุนในประเทศไทย ซึ่งก่อนจะเข้ามา เปิดสำนักงานใน ประเทศไทยก็ต้องศึกษาบริบท และระเบียบทางสังคมมาก่อน ตนเองไม่สามารถห้ามได้หากเฟซบุ๊กจะตัดสินใจเช่นนั้น และเชื่อว่าหากกฏหมายไทยไม่ศักดิ์สิทธิ์คงไม่มีบริษัทข้ามชาติเข้ามาลงทุน โดยเหตุการณ์นี้จะทำให้โลกรู้ว่าประเทศไทยดูแลผู้มาลงทุนภายใต้กระบวนการกฏหมายอย่างเท่าเทียมกันและไมได้ละเมิดสิทธิของใคร


กำลังโหลดความคิดเห็น...