xs
xsm
sm
md
lg

MPI ก.ค.โต3.12% ส่งสัญญาณภาคอุตฯ ทยอยฟื้น

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม เดือนกรกฎาคม บวก 3.12% ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 สะท้อนภาคอุตสาหกรรมไทย ผ่านจุดต่ำสุดแล้ว และทยอยฟื้นตัว ขณะที่ยอดทั้งปียังติดลบ 9 ถึง ลบ 8% จากผลกระทบอย่างหนักของโควิด-19 ในช่วงครึ่งปีแรก



สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม หรือ สศอ. รายงานดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) เดือนกรกฎาคม2563 ติดลบ14.69% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่หากเทียบกับเดือนก่อนหน้า จะเป็นบวก3.12% โดยขยายตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 3 สอดคล้องกับการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม ที่ทยอยฟื้นตัว แต่ผลกระทบที่เกิดขึ้นอย่างหนักในช่วงครึ่งปีแรก ทำให้ยอดทั้งปียังติดลบ สศอ. จึงปรับลดเป้า MPI ปีนี้ เหลือลบ 9 ถึง ลบ 8% จากเดิมที่คาดไว้ที่ลบ 7 ถึง ลบ 6% ส่วนจีดีพีภาคอุตสาหกรรม ลดเหลือ ลบ 9 ถึง ลบ 8 % จากเดิมคาดไว้ที่ ลบ 6.5 ถึง ลบ 5.5 %

นายทองชัย ชวลิตพิเชฐ ผู้อำนวยการ สศอ. มอง แนวโน้มเศรษฐกิจภาคอุตสาหกรรมไทยค่อย ๆ ฟื้นตัว หลังจากภาครัฐคลายล็อกกิจกรรมเศรษฐกิจ ที่ขณะนี้กลับมาเปิดดำเนินการแล้วเกือบทั้งหมด

เมื่อพิจารณาดัชนีการส่งสินค้า และดัชนีแรงงานอุตสาหกรรม มีแนวโน้มติดลบน้อยลงเรื่อย ๆ โดยในบางอุตสาหกรรม โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร มีคำสั่งซื้อจากต่างประเทศเพิ่มขึ้น ผลจากภาวะการหยุดผลิตในประเทศ ที่มีการแพร่ระบาดโควิด-19 จึงเปลี่ยนคำสั่งซื้อมายังไทย ส่งผลให้นักลงทุนเริ่มปรับแผนการผลิต โดยให้ความสำคัญกับการกระจายความเสี่ยง จึงเป็นโอกาสที่ไทย จะได้รับประโยชน์ เพราะเป็นประเทศ ที่ควบคุมการแพร่ระบาด ได้ดี

ผู้อำนวยการ สศอ. กล่าวว่า อุตสาหกรรมหลักที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น ส่วนใหญ่เป็นอุตสาหกรรมที่สามารถตอบสนองต่อความต้องการในปัจจุบัน เช่น อุตสาหกรรมอาหาร (ไม่รวมน้ำตาล) ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 2.70 % }อุตสาหกรรม เคมีภัณฑ์ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 0.70 % ในขณะที่อุตสาหกรรมหลักอื่น ๆ ก็เริ่มกลับมาเพิ่มกำลังการผลิตอีกครั้ง เช่น อุตสาหกรรมรถยนต์ ที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนมิถุนายนที่24.50% หลังผู้ประกอบการ เริ่มกลับมาเปิดสายการผลิตครบทุกค่ายรถแล้ว

สำหรับอุตสาหกรรมหลักที่ยังคงขยายตัวดีในเดือนกรกฎาคม ได้แก่
เบียร์ ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 24.96% เนื่องจากผู้ประกอบการได้เร่งผลิตเพื่อชดเชยในช่วงล็อกดาวน์ที่ไม่สามารถผลิตได้อย่างเต็มที่ รวมถึงได้รับคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นหลังกิจการร้านค้า ร้านอาหารและสถานบันเทิงกลับมาเปิดกิจการได้อีกครั้ง

ปุ๋ยเคมี ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 48.23% โดยในปีก่อนได้เกิดภัยแล้ง ส่งผลให้มีความต้องการใช้น้อย ในขณะที่ปีนี้ฝนตกต่อเนื่องในหลายพื้นที่ เกษตรกรสามารถเพาะปลูกข้าวได้ตามปกติจึงมีความต้องการใช้เพิ่มขึ้น

อาหารสัตว์สำเร็จรูป ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 9.68 % จากผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยงและอาหารปลาเป็นหลัก เนื่องจากความต้องการมีการเติบโตขึ้นต่อเนื่อง

เครื่องใช้ในครัวเรือน ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 19.00 % จากผลิตภัณฑ์ตู้เย็น เตาอบไมโครเวฟ และกระติกน้ำร้อน เนื่องจากผู้บริโภคมีความกังวลเรื่องการแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้ใช้เวลาอยู่บ้านมากขึ้นและให้มีความต้องการสินค้าในกลุ่มนี้มากขึ้น รวมถึงการส่งออกที่เพิ่มขึ้นหลังจากคลายล็อกดาวน์ในประเทศคู่ค้าสำคัญโดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้าน และประเทศในภูมิภาคเอเชียอย่างญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกา

น้ำมันปาล์ม ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 14.53 % จากผลิตภัณฑ์น้ำมันปาล์มดิบและบริสุทธิ์ เนื่องจากสภาพอากาศฝนตกต่อเนื่องส่งผลให้ปาล์มน้ำมันมีเปอร์เซ็นต์ดีและสกัดน้ำมันได้ปริมาณเพิ่มขึ้น รวมถึงความต้องการใช้น้ำมัน (ไบโอดีเซล) และการใช้น้ำมันปาล์มสำหรับการบริโภคมีเพิ่มขึ้น
กำลังโหลดความคิดเห็น...