xs
xsm
sm
md
lg

สคร.จี้รสก.ที่เบิกจ่ายล่าช้า เร่งเบิกงบลงทุนเพื่อลดผลกระทบจากโควิด

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



สคร.รายงานยอดเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจ มิ.ย.63 อยู่ที่ 1.25 แสนล้านบาท หรือ 85% ของการเบิกจ่ายสะสม พร้อมเร่งรัดรัฐวิสาหกิจที่เบิกจ่ายล่าช้า เร่งเบิกงบลงทุน เพื่อลดผลกระทบทางเศรษฐกิจจากสถานการณ์โควิด - 19

นายประภาศ คงเอียด ผู้อำนวยการ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่า สคร. ได้ติดตามการเบิกจ่ายงบลงทุนในปี 2563 ของรัฐวิสาหกิจ 44 แห่ง ที่ สคร. กำกับดูแล โดย ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2563 มีผลการเบิกจ่ายงบลงทุนสะสม จำนวน 125,458 ล้านบาท หรือคิดเป็น 85% ของแผนการเบิกจ่ายสะสม โดยรัฐวิสาหกิจที่มีงบลงทุนขนาดใหญ่และสามารถเบิกจ่ายได้ตามเป้าหมายกำหนด ได้แก่ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) บมจ. ปตท.(PTT) และการไฟฟ้าทั้ง 3 แห่ง

นายประภาศ กล่าวว่า สถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ส่วนใหญ่ส่งผลกระทบกับการเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจในโครงการที่จำเป็นต้องใช้บุคลากรและการนำเข้าอุปกรณ์จากต่างประเทศ ซึ่ง สคร.ได้กำกับดูแลรัฐวิสาหกิจอย่างใกล้ชิดมากขึ้น และเร่งให้เบิกจ่ายเร็วขึ้น (Front-loaded) เพื่อลดผลกระทบข้างต้น เช่น การเร่งรัดการเบิกจ่ายเงินล่วงหน้าให้กับผู้รับจ้าง การจ่ายค่าชดเชยของโครงการลงทุนต่างๆ ให้กับประชาชน ซึ่งการเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจก็จะสามารถช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้อีกทางหนึ่งด้วย

ด้านนางสาวปิยวรรณ ล่ามกิจจา รองผู้อำนวยการ สคร. รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านพัฒนารัฐวิสาหกิจ รายงานผลเบิกจ่ายงบลงทุนสะสมของรัฐวิสาหกิจ 44 แห่ง แบ่งเป็นการเบิกจ่ายของรัฐวิสาหกิจปีงบประมาณ 34 แห่ง จำนวน 71,325 ล้านบาท หรือคิดเป็น 72% ของแผนการเบิกจ่ายงบลงทุนสะสม 9 เดือน (ต.ค.62-มิ.ย.63) และการเบิกจ่ายของรัฐวิสาหกิจปีปฏิทิน 10 แห่ง จำนวน 54,133 ล้านบาท หรือคิดเป็น 112% ของแผนการเบิกจ่ายงบลงทุนสะสม 6 เดือน (ม.ค.-มิ.ย.63)

มีโครงการลงทุนขนาดใหญ่ ที่สามารถเบิกจ่ายได้เกินกว่าเป้าหมาย เช่น โครงการปรับปรุงระบบส่งไฟฟ้าภาคใต้ตอนล่างและภาคตะวันตกของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.)

โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรม-มีนบุรี และโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต ของ รฟม. และแผนปรับปรุงและขยายระบบจำหน่ายพลังไฟฟ้าของการไฟฟ้านครหลวง

ส่วนโครงการลงทุนขนาดใหญ่ที่เบิกจ่ายได้ต่ำกว่าเป้าหมาย เช่น โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ระยะที่ 1 (ช่วงกรุงเทพมหานคร-นครราชสีมา) ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.)

โครงการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิของ บมจ.ท่าอากาศยานไทย (AOT) และโครงการทางพิเศษสายพระราม 3-ดาวคะนอง-วงแหวนรอบนอกตะวันตกของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นโครงการเดิม ที่ดำเนินการล่าช้าต่อเนื่องมาโดยตลอด
กำลังโหลดความคิดเห็น...