xs
xsm
sm
md
lg

FTA ดันส่งออกมังคุดไทย5เดือนปีนี้โต16%

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เผย ตลาด จีน ,อาเซียน, ฮ่องกง ที่ไทยมี FTA ด้วย ช่วยดันส่งออก “มังคุด” ราชินีผลไม้ไทย 5 เดือนแรกปีนี้ ขยายตัว 16% มูลค่ากว่า 290 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มองแนวโน้มสดใส แนะใช้โอกาสขยายตลาดกับประเทศ ที่ไทยมี FTAควบคู่ไปกับการรักษามาตรฐาน

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า จากการติดตามการส่งออก “มังคุด” หรือราชินีแห่งผลไม้ไทย ในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2563 (ม.ค.-พ.ค.) พบว่า ขยายตัว 16 % จากช่วงเดียวกันของปี 2562 โดยมีมูลค่าส่งออกถึง 290 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แม้ยังอยู่ในช่วงสถานการณ์วิกฤติโควิด-19 ก็ตาม โดยมีจีน อาเซียน และฮ่องกง เป็นตลาดส่งออกสำคัญ มีส่วนแบ่งตลาดรวมกันถึง 99 % ของการส่งออกทั้งหมด

แบ่งเป็นการส่งออกไปจีนมูลค่า 213 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 19% , ส่งออกไปอาเซียน มูลค่า 65 ล้านดอลลาร์ฯ ขยายตัว 4 % (มีเวียดนามเป็นตลาดส่งออกหลักในอาเซียน ส่วนแบ่งตลาด 94% ของการส่งออกไปอาเซียน) ,ส่งออกไปฮ่องกง 10 ล้านดอลลาร์ฯ ขยายตัว 171 % ซึ่งไทยมีความตกลงการค้าเสรี หรือ FTAกับทั้ง 3 ประเทศ

นางอรมน กล่าวเพิ่มเติมว่า FTA เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้การส่งออกมังคุดไปตลาดโลกเพิ่มขึ้น โดยปัจจุบันประเทศคู่ FTA ของไทย 14 ประเทศ คือ จีน ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ สิงคโปร์ อินโดนีเซีย บรูไน ฟิลิปปินส์ เวียดนาม เมียนมา อินเดีย ชิลี เปรู และฮ่องกง ได้ยกเลิกการเก็บภาษีนำเข้ามังคุดจากไทยแล้ว

เหลือเพียง 4 ประเทศ ที่ยังคงเก็บภาษีนำเข้า ได้แก่ เกาหลีใต้ (อัตราภาษีนำเข้า 24)% ,กัมพูชา มาเลเซีย และลาว (อัตราภาษีนำเข้า 5% ) และเมื่อเปรียบเทียบสถิติมูลค่าการส่งออกมังคุดไทยสู่ตลาดโลกในปี 2562 กับปี 2535 ซึ่งเป็นปี ก่อนที่ความตกลง FTAฉบับแรกของไทยกับอาเซียนจะมีผลบังคับใช้ พบว่า มูลค่าการส่งออกเพิ่มสูงขึ้นถึง 53,468% โดยเฉพาะจีนขยายตัว 125,504% เมื่อเทียบกับปี 2545 อาเซียนขยายตัว 100% เมื่อเทียบกับปี 2535

สอดคล้องกับสถิติในปี 2562 ที่มังคุด เป็นหนึ่งในสินค้าที่ผู้ประกอบการไทยขอใช้สิทธิประโยชน์จาก FTAในการส่งออกเป็นอันดับต้นๆ โดยเฉพาะภายใต้ความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-จีน และส่งผลให้ไทย ครองแชมป์ผู้ส่งออกมังคุดของโลกในปีเดียวกัน

อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า ปัจจุบันผู้บริโภคหันมาบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพมากขึ้นเพื่อให้ร่างกายแข็งแรงและมีภูมิคุ้มกันต่อโรค ประกอบกับข้อได้เปรียบของผลไม้ไทย ที่ได้รับสิทธิประโยชน์ภายใต้ FTA จึงถือเป็นโอกาสทองที่เกษตรกรและผู้ประกอบการไทยจะขยายการส่งออกผลไม้ต่างๆ ของไทยไปยังต่างประเทศได้เพิ่มขึ้น ควบคู่กับการรักษามาตรฐานสินค้าให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล พัฒนาคุณภาพการผลิตตามความต้องการของตลาดที่ปัจจุบันนิยมผลไม้ปลอดสารพิษหรือเกษตรอินทรีย์ รวมทั้งสร้างเอกลักษณ์ด้วยการพัฒนาสร้างตราสินค้า หรือแบรนด์ของผลไม้เป็นของตนเอง เพื่อสร้างความแตกต่างจากผลไม้ของประเทศอื่นเพื่อผลักดันให้ผลไม้ไทยครองใจผู้บริโภค


กำลังโหลดความคิดเห็น...