xs
xsm
sm
md
lg

นายกฯแจงพ.ร.ก.กู้เงินไม่กระทบหนี้สาธารณะ

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



นายกฯ แจงพ.ร.ก.กู้เงิน 3 ฉบับมีความจำเป็นต้องแก้ปัญหาและเยียวยาผลกระทบโควิด-19 ย้ำไม่กระทบหนี้สาธารณะ และไม่ขัดวินัยการเงินการคลัง ด้านผู้นำฝ่ายค้าน ดักคออย่าแบ่งเค้กชิงผลประโยชน์ หรือใช้เพื่อสร้างฐานคะแนนเสียง

ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 25 ปีที่ 2 ครั้งที่ 1 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) เป็นพิเศษ ซึ่งในการประชุมวันนี้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรีได้เข้าร่วมประชุมด้วย โดยมีวาระสำคัญเรื่องด่วนการพิจารณาพระราชกำหนด 3 ฉบับ ได้แก่ พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ.2563 2.พระราชกำหนดการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบวิสาหกิจ ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ.2563 และ 3.พระราชกำหนดการรักษาเสถียรภาพของระบบการเงินและความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ พ.ศ. 2563 โดยคณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ


นายกรัฐมนตรี ได้เสนอต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรถึงหลักการและเหตุผลในการตราพระราชกำหนด 3 ฉบับ ว่า เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับคืนกลับมาสู่ประเทศ รัฐบาลจึงมีความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องแก้ไขสถานการณ์และหยุดยั้งการระบาดของโรคระบาดโควิด-19 เพื่อสร้างความพร้อมด้านสาธารณสุขของประเทศ เพื่อเยียวยาเกษตรกรและผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบในการประกอบอาชีพจากมาตรการควบคุมและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรค โดยรัฐบาลจะต้องใช้เงินในการดำเนินการดังกล่าวจำนวน 1 ล้านล้านบาทซึ่งไม่อาจดำเนินการได้ตามปกติหรือใช้การกู้เงินของรัฐบาลที่บังคับใช้อยู่ในปัจจุบันได้ จึงต้องมีการออกพระราชกำหนดเพื่อดูแลและฟื้นฟูเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโควิด-19

ทั้งนี้ นายกฯยืนยันว่า การกู้เงินภายใต้พระราชกำหนดไม่กระทบต่อหนี้สาธารณะและกฎหมายวินัยการเงินการคลังของรัฐ ซึ่งเมื่อรวมการก่อหนี้ในครั้งนี้แล้วมีอัตราการก่อหนี้ สาธารณะต่ออัตราการเติบโตของเศรษฐกิจในประเทศ หรือ จีดีพี อยู่ที่ 57.6% ซึ่งถือว่าไม่เกินกรอบการก่อหนี้สาธารณะคงค้างต่อจีดีพีที่กำหนดไว้ว่าหนี้สาธารณะต้องไม่เกินกรอบ 60% ของจีดีพี ซึ่งยืนยันว่ารัฐบาลสามารถบริหารจัดการในการชำระหนี้ได้ และยืนยันว่าการตราพระราชกำหนดครั้งนี้เป็นความจำเป็นเร่งด่วนที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้


ด้าน นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้นำฝ่ายค้าน และ ส.ส. เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ได้ลุกขึ้นอภิปรายช่วงหนึ่งว่า ภายใต้สถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ตนเองขอชื่นชมและแสดงความยินดีต่อความสำเร็จต่อการป้องกันการระบาดของโควิด-19 ในประเทศไทย ด้วยความร่วมมือและการเสียสละของพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคนที่ช่วยกันปฏิบัติตามการแนะนำด้านสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด และขอชื่นชมบุคลากรสาธารณสุข และระบบสาธารณสุขที่เข้มแข็งของไทย แต่ในความสำเร็จนั้น ก็แฝงด้วยความผิดพลาดของการบริหารจัดการภายใต้ภาวะวิกฤติ

อย่างไรก็ตาม ในหลายๆ ครั้งของรัฐบาลไม่มีประสิทธิภาพในการจัดหาหน้ากากอนามัยและการขาดแคลนชุดป้องกันการติดเชื้อ หรือ PPE สำหรับบุคลากรทางการแพทย์ ความสับสนในมาตรการกักตัวผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ การสั่งปิดกิจการในพื้นที่กรุงเทพมหานครก่อนประกาศมาตรการเยียวยาให้ชัดเจน ความล่าช้าและการเยียวยาที่ไม่ทั่วถึงและรวดเร็ว ความล่าช้าในการยกเลิกการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และความล่าช้าในการคลายล็อกให้กับระบบเศรษฐกิจของประเทศ ตนเห็นว่าประเทศที่ประสบความสำเร็จที่แท้จริงไม่ใช่ประเทศที่หยุดการระบาดได้บนซากปรักหักพังของเศรษฐกิจประเทศ และไม่ใช่ประเทศที่ปล่อยการระบาดรุนแรงจนยืดเยื้อกระทบต่อชีวิตประชาชนและเศรษฐกิจของประเทศ แต่เป็นประเทศที่สามารถสร้างความสมดุลให้การระบาดอยู่ในภาวะควบคุมได้และประคองเศรษฐกิจให้ยืนอยู่ได้ในวันที่โลกมีวัคซีน


นอกจากนี้ รัฐบาลต้องระลึกไว้เสมอว่า เงินกู้จำนวนมหาศาลนี้ ประชาชนทั้งประเทศต้องร่วมกันชดใช้ ฉะนั้นจึงจำเป็นต้องถูกนำไปใช้ด้วยความรับผิดชอบ และเป็นประโยชน์ต่อประชาชนโดยแท้จริง ไม่ใช่การแบ่งเค้กชิงผลประโยชน์ การใช้เพื่อสร้างฐานคะแนนเสียง การเอื้อประโยชน์ต่อพวกพ้องผ่านโครงการต่างๆ พ.ร.ก. ทั้ง 3 ฉบับ ให้อำนาจฝ่ายบริหารไว้สูงมาก แต่การตรวจสอบการใช้จ่ายเงินมีเพียงการตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ เพียงไม่กี่คน ตรวจสอบเงินจำนวนมหาศาล โดยไม่ต้องรายงานการใช้จ่ายต่อฝ่ายนิติบัญญัติ จึงมีความจำเป็นที่ ส.ส. จะต้องร่วมกันตรวจสอบให้การใช้เงินก้อนนี้เป็นไปอย่างสุจริตและมีประสิทธิภาพสูงสุด ป้องกันไม่ให้เป็นการตีเช็คเปล่า ให้รัฐบาลใช้เงินโดยตามอำเภอใจ จนอาจส่งผลเสียต่อประเทศ


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการประชุมสภาฯเพื่อพิจารณา พ.ร.ก. ทั้ง 3 ฉบับวันนี้ เปิดให้สมาชิกทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านอภิปรายเรียงตามลำดับ ซึ่งบรรยากาศโดยรวมการอภิปรายเป็นไปอย่างเรียบร้อย มีการนั่งประชุมแบบเว้นระยะห่าง และมีมาตรการการคัดกรองตั้งแต่ประตูทางเข้าอาคารรัฐสภา โดยวัดอุณหภูมิด้วยเครื่องเทอร์โมสแกน ก่อนติดสติกเกอร์ และล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ก่อนเข้ารัฐสภาทุกคน หากไม่ได้สวมหน้ากากอนามัยจะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าในอาคารได้เด็ดขาด นอกจากนี้ ยังมีการนำหน้ากากอนามัยมาแจกจ่ายให้สื่อมวลชนประจำรัฐสภาด้วย เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19
กำลังโหลดความคิดเห็น...