xs
xsm
sm
md
lg

คลัง คาดโควิด ฉุด GDP ไทยต่ำสุด Q2 ก่อนฟื้น Q3

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



กระทรวงการคลัง ประเมินเศรษฐกิจไทย ได้รับผลกระทบจากโควิด หนักสุดในช่วงไตรมาส 2 ผลจากมาตรการล็อคดาวน์ โดยช่วงนี้ต้องประคองภาคธุรกิจและประชาชนให้ผ่านพ้นวิกฤติไปให้ได้ ก่อน จะออกมาตรการกระตุ้น

นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง หรือ สศค. บอกว่า สถานการณ์โควิด-19 ส่งผลกระทบเศรษฐกิจไทย ตั้งแต่ปลายไตรมาสแรกของปี ซึ่งเป็นช่วงที่เริ่มล็อกดาวน์ ดังนั้น ไตรมาสแรก จึงติดลบไม่มาก และจะได้รับผลกระทบมากที่สุดในไตรมาส2 โดยเฉพาะเดือนเมษายนที่มีการปิดกิจกรรมเศรษฐกิจตลอดทั้งเดือน และคาดว่า จะเริ่มฟื้นตัวไตรมาส3 และ 4 หากโควิดคลี่คลาย และภาครัฐรับมือได้ดีขึ้น ทำให้ธุรกิจกลับมาเดินต่อได้ตามปกติ ซึ่งในภาวะที่ไม่ปกตินี้กระทรวงการคลัง จะไม่แถลงตัวเลขเศรษฐกิจ โดยให้ยึดตัวเลขของสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นหลัก

ผู้อำนวยการ สศค. บอกว่า การปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของคณะกรรมการนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย เหลือ 0.50% เป็นการดำเนินนโยบายการเงิน ที่สอดคล้องกับนโยบายการคลัง เพราะขณะนี้เศรษฐกิจไม่สามารถขยายตัวได้ตามที่คาด ดังนั้นการดำเนินนโยบายการเงินและการคลังต้องสอดคล้องกัน ส่วนเศรษฐกิจจะสามารถฟื้นตัวแบบตัวU หรือV นั้น ยังเร็วไปที่จะตอบ แต่ขณะนี้ ต้องประคองภาคธุรกิจและประชาชนให้ผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปให้ได้ และให้ล้มน้อยที่สุด เมื่อเศรษฐกิจกลับมาฟื้นตัว ภาคธุรกิจและประชาชนจะเป็นฟันเฟืองให้เศรษฐกิจขยายตัวต่อไปได้

ส่วนความคืบหน้าการช่วยเหลือเยียวยาประชาชนกลุ่มเปราะบาง 3 กลุ่ม คือ กลุ่มเด็กแรกเกิด ,กลุ่มผู้สูงอายุ และกลุ่มผู้พิการ ขณะนี้ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) เสนอแผนให้คณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ตาม พ.ร.ก.1 ล้านล้านบาท พิจารณาแล้ว หากคณะกรรมการกลั่นกรองฯ เห็นชอบ จะเร่งเสนอคณะรัฐมนตรี พิจารณาในสัปดาห์หน้าทันที เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปด้วยความรวดเร็ว

เบื้องต้น พม.ส่งรายชื่อมาให้ทั้งหมด 13 ล้านราย หากได้รับการอนุมัติ กระทรวงการคลังจะส่งรายชื่อกลุ่มคนเป้าหมายทั้ง 3 กลุ่ม ตรวจสอบว่า เคยได้รับการเยียวยาจากโครงการ “เราไม่ทิ้งกัน” ,การเยียวยาเกษตรกร และประกันสังคมหรือไม่ เพื่อตรวจสอบความซ้ำซ้อน ก่อนจ่ายเงินช่วยเหลือต่อไป
และยืนยันด้วยว่า กระทรวงการคลัง คงไม่มีมาตรการ “เราไม่ทิ้งกัน”รอบ 2 เพราะที่ผ่านมารัฐบาลมีแนวทางช่วยเหลือกลุ่มอื่นๆ ครบเกือบทั้งหมดแล้ว
กำลังโหลดความคิดเห็น...