xs
xsm
sm
md
lg

พาณิชย์ ช่วยเกษตรกรนมโคและผลิตภัณฑ์ บรรเทาวิกฤติโควิด

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



กระทรวงพาณิชย์ วางแนวทางช่วยเกษตรกร ผู้ประกอบการนมโคและผลิตภัณฑ์ แนะพัฒนานวัตกรรมยืดอายุสินค้า เพิ่มช่องทางออนไลน์ เจาะตลาดทั้งในและต่างประเทศ พร้อมกระตุ้นใช้เอฟทีเอ เพิ่มแต้มต่อ การแข่งขันช่วงวิกฤติโควิด-19

นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ สอบถามปัญหาและความต้องการของเกษตรกรและผู้ประกอบการนมโคและผลิตภัณฑ์ เพื่อเร่งหามาตรการช่วยเหลือในช่วงวิกฤติการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เช่น การเพิ่มช่องทางการค้าออนไลน์ การจับคู่ธุรกิจ และการหาตลาดทั้งในและต่างประเทศ ทั้งนี้ ได้รับรายงานว่า สินค้านมโคและผลิตภัณฑ์นมโคแปรรูปของไทยยังคงเป็นที่ต้องการของประเทศในภูมิภาคอาเซียน เนื่องจากเชื่อมั่นในคุณภาพสินค้า และกระบวนการผลิตของไทย

ด้านนางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า ได้จัดประชุมผ่านระบบทางไกล (VDO Conference) เพื่อหารือกับเกษตรกรและผู้ประกอบการโคนมแปรรูปที่เข้าร่วมโครงการ “จัดทัพโคนมไทย บุกตลาดต่างประเทศด้วย FTA” รวมถึงผู้เชี่ยวชาญจากกรมปศุสัตว์ และเครือข่ายสหกรณ์โคนม เมื่อวันที่ 15 เมษายน ที่ผ่านมา เพื่อประเมินผลกระทบของสินค้านมและผลิตภัณฑ์นมโคจากวิกฤตไวรัสโควิด-19 และแนะช่องทางการตลาดให้เหมาะสมกับความต้องการภายในประเทศ โดยเบื้องต้นพบว่า ยอดจำหน่ายสินค้านมในประเทศลดลง เนื่องจากผู้บริโภคลดการจับจ่ายใช้สอย ในขณะที่การส่งออกไปตลาดจีนก็ชะลอตัว ส่วนตลาดเพื่อนบ้าน กัมพูชา และเมียนมา ยังมีความต้องการและสามารถส่งออกได้

นอกจากนี้ ที่ประชุม เสนอแนะให้เกษตรกรและผู้ประกอบการนมโคและผลิตภัณฑ์ ให้ความสําคัญกับการวิจัยพัฒนานวัตกรรมของสินค้านมและผลิตภัณฑ์ เช่น การยืดอายุนมและผลิตภัณฑ์ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้บริโภคและผู้จัดจำหน่าย รวมถึงอาจนำน้ำนมดิบไปผลิตเป็นสินค้าอื่นควบคู่กับการผลิตเป็นนมพาสเจอไรส์ นม UHT หรือนมแปรรูปในรูปแบบทั่วไป อาทิ การแปรรูปน้ำนมดิบเป็นชีส เคิร์ด (Curd) หรือเนย ซึ่งสามารถนำไปประกอบอาหารทดแทนโปรตีนได้

ซึ่ง กรมฯ จะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมพัฒนาธุรกิจการค้า และกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่ายทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะช่องทางออนไลน์ รวมถึงการเพิ่มความต้องการบริโภคนมและผลิตภัณฑ์ภายในประเทศให้มากขึ้น เช่น รณรงค์ดื่มนมทุกวัน

อาเซียน ถือเป็นตลาดส่งออกสินค้านมและผลิตภัณฑ์นมโคที่สำคัญของไทย มีสัดส่วนการส่งออกถึง 86 % ของการส่งออกนมทั้งหมด โดยในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2563 พบว่า การส่งออกสินค้านมและผลิตภัณฑ์นมโคไปตลาดอาเซียนยังสามารถขยายตัวได้ดี ตลาดที่ขยายตัวมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ กัมพูชา ขยายตัว 22 %มูลค่าส่งออก 45.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เมียนมา ขยายตัว 19% มูลค่าส่งออก 19.4 ล้านดอลลาร์ฯ ฟิลิปปินส์ ขยายตัว 15 % มูลค่าส่งออก 17.8 ล้านดอลลาร์ฯ สปป.ลาว ขยายตัว 12% มูลค่าส่งออก 15.6 ล้านดอลลาร์ฯ และสิงคโปร์ ขยายตัว 13.5 % มูลค่าส่งออก 13.5 ล้านดอลลาร์ฯ

ทั้งนี้ ผลจากการที่ไทย ทำเอฟทีเอ 13 ฉบับ ทำให้ปัจจุบันสินค้านมและผลิตภัณฑ์ของไทยไม่ต้องเสียภาษีนำเข้า ใน 14 ประเทศคู่เอฟทีเอ ได้แก่ อาเซียน จีน ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ชิลี และฮ่องกง มีเพียง 4 ประเทศ คือ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย และเปรู ที่ยังคงเก็บภาษีนำเข้าสินค้านมและผลิตภัณฑ์บางรายการ ดังนั้น เกษตรกรและผู้ประกอบการจึงควรใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) เพิ่มแต้มต่อเพื่อแข่งขันในตลาดเหล่านี้
กำลังโหลดความคิดเห็น...