xs
xsm
sm
md
lg

ตั้งคณะทำงานภาคเอกชน 5 กลุ่ม เยียวยาฟื้นฟู ศก.จากวิกฤติโควิด

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



คณะที่ปรึกษาด้านธุรกิจภาคเอกชน ใน ศบค. ตั้งคณะทำงาน 5 ชุด เกาะติดมาตรการลดผลกระทบโควิด ทั้ง 3 ระยะ เพื่อให้ความช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็ว และประเมินหากโควิด ยังยืดเยื้ออีก 3 เดือน คนตกงานพุ่ง 10 ล้านคน

นายทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการ สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ชี้แจงผลประชุมคณะที่ปรึกษาด้านธุรกิจภาคเอกชน ในศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ครั้งที่ 1 /2563 ตามคำสั่งของนายกรัฐมนตรี โดยมีตัวแทนจากองค์กรภาคเอกชน พร้อมกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม เห็นชอบให้ตั้งคณะทำงาน 5 ชุด

ประกอบด้วย กลุ่มที่ 1 กลุ่มมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft loan) มีประธานสมาคมธนาคารไทย รับผิดชอบ

กลุ่มที่ 2 กลุ่มมาตรการเพื่อการกลับมาเปิดธุรกิจใหม่ มีประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เป็นผู้ดูแล

กลุ่มที่ 3 กลุ่มมาตรการเพื่อธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) มีประธานสภาเกษตรกร ดูแล

กลุ่มที่ 4 กลุ่มมาตรการเพื่อภาคเกษตร มี ประธาน ส.อ.ท. เป็นผู้ดูแล

และกลุ่มที่ 5 กลุ่มมาตรการเพื่อการแก้ไขปัญหาด้วยดิจิทัล (Digital Solution) มีประธาน สภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย ดูแล

ทั้ง 5 กลุ่ม จะติดตามมาตรการเยียวยา ลดผลกระทบจากโควิด-19ที่รัฐบาล ทยอยออกมาก่อนหน้านี้ และข้อเสนอแนะเพิ่มเติม กลับมาเสนอคณะที่ปรึกษาด้านธุรกิจภาคเอกชน ใน ศบค.อีกครั้งในสัปดาห์หน้า เพื่อเสนอให้คณะรัฐมนตรี พิจารณาต่อไป เพื่อให้มาตรการช่วยเหลือได้ผลเป็นรูปธรรม

นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือ ส.อ.ท. บอกว่า เป็นห่วงกลุ่ม SMEs ที่ยังเข้าถึงสินเชื่อได้ยาก เพราะมาตรการที่ออกมา ยังไม่ค่อยชัดเจน อีกทั้งผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 บางส่วน ยังมีภาระจ่ายเงินเดือนค่าจ้างให้กับพนักงานลูกจ้างอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ยังไม่สามารถเปิดกิจการได้จึงต้องการให้ภาครัฐ เข้ามาแบ่งเบาภาระ ด้วยการช่วยจ่ายเงินเดือนให้แก่ลูกจ้างในอัตรา 50% ส่วนผู้ประกอบการจะรับผิดชอบ 25% ซึ่งกรณีนี้จะคิดจากฐานเงินเดือนที่ 15,000 บาท และพิจารณาความเป็นไปได้ ในการให้ผู้ประกอบการ SMEs ไม่ต้องชำระภาษีนิติบุคคลในระยะ 2 ปีนับจากนี้ เพราะส่วนใหญ่ขาดทุน

ด้านนายกลินท์ สารสิน ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ประเมินภาพรวมแรงงานจะตกงานจากสถานการณ์โควิด 7 ล้านคน และหากสถานการณ์ยืดเยื้อต่อไปอีก 2-3 เดือน โดยไม่มีมาตรการดูแลผู้ประกอบการเพิ่มเติม จะทำมีคนตกงานเพิ่มเป็น 10 ล้านคน พร้อมเสนอให้บางธุรกิจ กลับมาเปิดกิจการได้ เช่น ห้างสรรพสินค้า ร้านเสริมสวย แต่ต้องอยู่ภายใต้มาตรการควบคุม ป้องกันโรคที่เข้มงวด

นายปรีดี ดาวฉาย ประธานสมาคมธนาคารไทย ชี้แจงสาเหตุที่การปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ตามมาตรการเยียวยาภาครัฐ ที่ล่าช้า เพราะมีลูกค้าจำนวนมาก และมีเกณฑ์พิจารณาสินเชื่อ หลักประกัน ความสามารถการชำระคืนในอนาคตต เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหาย ซึ่งคณะทำงานจะเสนอแนวทางแก้ปัญหา เพื่อให้การปล่อยกู้ทำได้เร็วขึ้นในสัปดาห์หน้า

ด้านนายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานสภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย บอกว่า นอกจากมาตรการเยียวยาผลกระทบแล้ว คณะที่ปรึกษาด้านธุรกิจ ต้องเตรียมรองรับสถานการณ์ในอนาคตทุกด้านด้วย เพื่อฟื้นฟูหลังวิกฤติโควิด โดยเพาะการแก้ไขปัญหาด้วยดิจิทัล (Digital Solution)
กำลังโหลดความคิดเห็น...