xs
xsm
sm
md
lg

ถอด 8 บทเรียน ทำไม “ไต้หวัน” คุมโควิด-19 อยู่หมัด

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ไต้หวันคุมโควิด-19 อยู่หมัด ทั้งๆที่เกาะไต้หวันอยู่ใกล้จีนแผ่นดินใหญ่ ห่างเพียง 81 ไมล์ กลายเป็นปรากฎการณ์ผนึกกำลังเหนียวแน่นระหว่างรัฐบาลและประชาชน ชนิดที่หลายประเทศรวมทั้งไทย ต้องเรียนรู้ก่อนทุกอย่างจะสาย

ถอด 8 บทเรียนไต้หวันชนะโควิด-19

1. ใช้มาตรการเชิงรุก ป้องกันการระบาดครั้งใหญ่

ไต้หวันอยู่ใกล้จีน การพูดภาษาเดียวกันทำให้ไต้หวันรับรู้แต่ต้นว่ามี “โรคปอดอักเสบรุนแรง” กำลังระบาดในอู่ฮั่น วันที่ 31 ธ.ค.62 วันเดียวกับที่จีนแจ้งองค์การอนามัยโลก ว่า พบผู้ป่วยโรคปอดบวมที่ไม่รู้จักหลายราย ศูนย์ควบคุมโรคไต้หวันจึงสั่งให้ จนท.ตรวจสอบผู้โดยสารในเที่ยวบินจากอู่ฮั่นทันที ไต้หวันส่งทีมผู้เชี่ยวชาญไปจีนแผ่นดินใหญ่ ทำภารกิจค้นหาข้อเท็จจริง เมื่อ 12 มค.63 จากนั้นเริ่มให้โรงพยาบาลในไต้หวันทำ “การทดสอบและรายงานผลผู้ติดเชื้อ” วิธีนี้ช่วยให้รัฐบาลสามารถระบุตัวผู้ติดเชื้อและติดตามผู้ป่วย รวมถึงแยกทุกคนที่เกี่ยวข้อง ทำให้ป้องกันไวรัสไม่ให้แพร่กระจายในชุมชนได้ การวางแผนเตรียมรับมือนี้ เกิดขึ้นนาน ก่อนที่ไต้หวันจะพบผู้ป่วยติดเชื้อครั้งแรก เมื่อวันที่ 21 ม.ค.63

2. ตั้งศูนย์บัญชาการรวดเร็ว-เด็ดขาด

ไต้หวันเปิดศูนย์บัญชาการกลางการแพร่ระบาดของโรค หรือ CDC อย่างรวดเร็ว ในวันที่ 20 ม.ค.63 ออกมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วออกมาตรการใหม่ๆ 3-4 มาตรการต่อวัน หากนโยบายเดิมยังไม่ดีพอ ศูนย์บัญชาการนี้ไม่เพียงแค่ตรวจสอบและยืนยันผู้ติดเชื้อและกลุ่มเสี่ยงเท่านั้น แต่ยังทำงานร่วมกับกระทรวงและรัฐบาลท้องถิ่น เพื่อประสานงานทั่วไต้หวัน จัดสรรงบประมาณ ระดมบุคลากร รวมถึงให้คำปรึกษา เพียง 5 วัน หลังได้รับการยืนยันผู้ติดเชื้อรายแรก ไต้หวันสั่งห้ามการเดินทางจากอู่ฮั่นก่อนหน้าประเทศอื่นๆ จากนั้นควบคุมการเดินทางเข้าออกเกาะ อนุญาตเฉพาะคนไต้หวันเดินทางกลับภูมิลำเนาได้

3. ใช้เทคโนโลยีตรวจจับและติดตามผู้ติดเชื้อ

ไต้หวันเลือกใช้เทคโนโลยีต่อสู้กับไวรัส มีเครื่องตรวจจับอุณหภูมิจำนวนมากติดตั้งไว้ที่สนามบิน ผู้โดยสารสามารถสแกน QR code รายงานประวัติการเดินทาง รวมถึงอาการสุขภาพของตนเองแบบออนไลน์ ข้อมูลนั้นจะถูกส่งตรงไปยังศูนย์ CDCผู้เดินทางจากพื้นที่เสี่ยง จะถูกกักบริเวณในบ้าน 14 วัน แม้ว่าจะไม่ป่วย ผู้ถูกกักบริเวณจะถูกติดตามโดยการแชร์ตำแหน่งบนโทรศัพท์มือถือ ใครหลบหนีจะมีโทษปรับหนัก การใช้เทคโนโลยีช่วยให้ไต้หวันระบุอย่างรวดเร็วว่าใครเป็นผู้ติดเชื้อ ใครได้รับเชื้อติดต่อไป จากนั้นจึงเข้าตรวจโรคและให้กักตัวที่บ้านพร้อมค้นหน้าผู้ติดเชื้อรายใหม่เชิงรุก ด้วยการตรวจซ้ำกับกลุ่มเสี่ยงที่เคยตรวจไปแล้วแต่ไม่พบเชื้อ

4. ความพร้อมหน้ากากอนามัย

ไต้หวันสั่งห้ามผู้ผลิตส่งออกหน้ากากได้อย่างรวดเร็ว นำระบบปันส่วนมาใช้ และกำหนดราคา เพื่อป้องกันการขึ้นราคาและการกักตุน ตั้งสายการผลิตใหม่ และส่งทหารไปยังโรงงานต่างๆ อย่างมีนัยสำคัญ

5. สื่อช่วยให้ข้อมูลแก่ประชาชน

รัฐบาลไต้หวันขอให้สถานีโทรทัศน์และวิทยุ ประกาศข้อมูลทุกชั่วโมงว่าไวรัสแพร่กระจายอย่างไร ความสำคัญของการล้างมือ การสวมหน้ากาก หลักการคือ เมื่อข้อมูลมีความโปร่งใส่ ผู้คนมีความรู้ ความตื่นตระหนกของประชาชนจะลดลง

6. ประชาชนร่วมมือ

ประชาชนร่วมมือกับสิ่งที่รัฐบาลออกมาตรการต่างๆ พ่อแม่ชาวไต้หวันมากกว่า 95% ใช้เครื่องวัดอุณหภูมิของลูกหลานที่บ้าน แล้วรายงานให้โรงเรียนทราบก่อนเด็กจะมาถึงโรงเรียน ประชาชนมีความรับผิดชอบต่อสุขภาพของตัวเองและส่วนรวม

7. ทุกอาคารสถานที่ช่วยกัน

อาคารสำนักงานทุกแห่ง โรงเรียน ศูนย์กีฬาชุมชน จะตรวจสอบอุณหภูมิและป้องกันไม่ให้คนมีไข้เข้ามาในพื้นที่ อพาร์ตเมนต์ อาคารที่อยู่อาศัย ติดตั้งเจลล้างมือ ทั้งในและนอกลิฟต์

8. ประกันสุขภาพครอบคลุม

การทำประกันสุขภาพทำให้ชาวไต้หวันไม่กลัวที่จะไปโรงพยาบาล หากใครสงสัยว่าติดไวรัสจะไปโรงพยาบาลทันทีเพื่อรับการตรวจ ผู้ป่วยสามารถรับการตรวจฟรี และหากถูกบังคับให้ต้องกักตัว 14 วัน จะได้รับค่าอาหาร ที่พัก และค่ารักษาพยาบาล ดังนั้นจึงไม่มีใครหลีกเลี่ยงการไปพบแพทย์ เพราะไม่มีเงิน



กำลังโหลดความคิดเห็น...