xs
xsm
sm
md
lg

เอกชนโยนถาม กรมการค้าภายใน หน้ากากหายไปไหน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



บริษัทเอกชนผู้ผลิตหน้ากากอนามัยย้ำส่งสินค้ากว่า 4 แสนชิ้น ในราคาต่ำกว่าชิ้นละ 2 บาทให้องค์กรเภสัชเท่านั้นตามเงื่อนไข หากถามหน้ากากอนามัยหายไปไหนให้สอบถามโดยตรงกับกรมการค้าภายใน

พลเอก วิทวัส รชตะนันทน์ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน มอบหมายให้ พันโท เทพจิต วีณะคุปต์ ผู้อำนวยการสำนักสอบสวน 4 สำนักงานผู้ตรวจการแผนดิน ,ร้อยตำรวจเอกพงศกร มีพันธุ์ เจ้าหน้าที่สอบสวน ลงพื้นที่ บริษัท ไทยฮอสพิทอล โปรดักส์ จำกัด ซึ่งเป็นโรงงานผู้ผลิตหน้ากากอนามัยรายใหญ่ย่านปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีที่นายศรีสุวรรณ จรรยา ได้ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อผู้ตรวจการแผ่น ถึงการผลิตและการกักตุนสินค้า และราคาสินค้าที่สูงขึ้น

โดย นายไพศาล จารุรักษา ผู้จัดการโรงงาน (เสื้อขาว) เปิดเผยว่า ปัจจุบันทางบริษัทเป็นบริษัทส่งออกเครื่องมือการแพทย์รวมทั้งหน้ากากอนามัย โดยส่งออก ในประเทศ 10% หรือประมาณ 1,000,000 ชิ้น ให้กับโรงพยาบาลเป็นหลักทั้งรัฐบาลและเอกชน ส่งออกต่างประเทศ 90% หรือ ประมาณ 12,000,000- 13,000,000 ต่อเดือน เผื่อส่งออกต่างประเทศ ซึ่งเป็นบริษัทลูกค้า อาทิ อเมริกา เยอรมัน ญี่ปุ่น ออสเตรีย เป็นต้น ภายใต้ BOI แต่เงื่อนไขจาก กรมการค้าภายในห้ามส่งออกในปัจจุบันจึงต้องผลิตวันประมาณ 400,000 ชิ้น เพื่อส่งให้องค์การเภสัชกรรม ซึ่งหากวันไหนผลิตได้มากกว่า 400,000 ชิ้นแจ้ง กับกรมการค้าภายใน เพื่อขออนุญาตส่งเพิ่มเติม อย่างเช่น เดือน กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาสามารถส่งให้กับกรมการค้าภายใน ได้ถึง 1,000,000 ชิ้น


สำหรับราคาจากเดิมต่อชิ้น จำหน่ายในราคาต่อชิ้นประมาณ 0.9 ถึง 1.20 บาท แต่ปัจจุบันราคาต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว จึงไม่สามารถจำหน่ายราคาปัจจุบันได้ ซึ่งราคาหน้าโรงงานจำหน่ายไม่เกิน ชิ้นละ 2 บาท ถึงประชาชนได้ไม่เกิน 2.50 บาท
ซึ่งปัจจุบันต้องจำหน่ายให้แก่องค์การเภสัชฯ ตามเงื่อนไขของกรมการค้าภายใน จึงทำให้ไม่สามารถส่งสินค้าให้กับลูกค้าของบริษัทได้แล้ว หากถามว่า หน้ากากอนามัยหายไปไหนหมด ให้ไปตรวจสอบกับกรมการค้าภายใน พร้อมยืนยันว่าส่งสินค้าให้กับกรมการค้าภายในต่ำกว่าราคา 2 บาท


ส่วนวัตถุดิบ จะเป็นการนำเข้าจากประเทศจีนเป็นหลักในส่วนของสปันบอนด์ ส่วนผ้ากรองจะซื้อมาจากประเทศไต้หวัน ซึ่งอนาคตประเทศไทยอาจจะไม่ได้สั่งวัตถุดิบจากต่างประเทศแล้ว เนื่องจากราคาเพิ่มสูงขึ้นกว่า 10 เท่า แต่ทั้งนี้ทางบริษัทก็มีการประสานซื้อไปยังประเทศอินโดนีเซียและประเทศอื่นๆ เพื่อทดแทน

ด้าน นายชิณวัฒน์ มธุรพร รองประธานบริหาร (เสื้อเทา). ยืนยันว่าปัจจุบันยังสามารถผลิต ไม่ต่ำกว่าวันละ 400,000 จนถึงเดือนเมษายน แต่หากต้องเพิ่มการผลิตมากกว่าเดิมอาจจะไม่สามารถทำได้ เนื่องจากวัสดุมีราคาสูงถึง 10 เท่า และยังต้องใช้เงินสดซื้อ ซึ่งบริษัทตนเองนำเข้าส่งออกในฐานะผู้ผลิต โดยการว่าจ้าง เมื่อมีการซื้อวัตถุดิบภายใต้ BOI จะต้องมีการผลิตและส่งขายออกไป แต่ปัจจุบันย้ำว่าบริษัทสามารถผลิตส่งให้องค์การเภสัชฯ เท่านั้น

พร้อมเปิดเผยกรณีที่ว่า ทำไมทางบริษัทกักสินค้าไว้กว่า 10 ล้านชิ้น ว่า ขณะนี้ ยังมีสินค้าสต๊อกกว่า 10,000,000 ชิ้นในบริษัทจริง แต่เป็นสินค้ามี่ไม่สามารถใช้งานได้ในประเทศไทย เพราะสินค้าติดลิขสิทธิ์ต่างประเทศ อีกทั้งยังไม่สามารถส่งออกได้ เนื่องจากติดปัญหาควบคุมการส่งออก และปัจจุบันทางบริษัทยังไม่กล้าที่จะยกเลิกการผลิตหน้ากากที่ต้องใช้ส่งออก เนื่องจากกระทบปัญหาการว่าจ้างงานพนักงานในบริษัท
พร้อมย้ำว่าหน้าที่ของบริษัทเพียงผลิตสินค้าเพื่อส่งให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามเงื่อนไขในปัจจุบัน หากถามว่าหน้ากากอนามัยหายไปไหนให้สอบถามไปยังกรมการค้าภายในโดยตรง












กำลังโหลดความคิดเห็น...