xs
xsm
sm
md
lg

ครม.ศก.อนุมัติแพ็คเกจกระตุ้นศก.บรรเทาพิษโควิด-19

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ครม.เศรษฐกิจ อนุมัติแพคเกจเยียวยาผลกระทบไวรัสโควิด-19 ครอบคลุมผู้ได้รับผลกระทบทุกกลุ่ม รวมทั้งการแจกเงินให้ผู้มีรายได้น้อย เดือนละ 1,000 บาท 2 เดือน เตรียมเสนอ ครม.ใหญ่ สัปดาห์หน้า

นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แถลงภายหลังการประชุมคณะกรรมการรัฐมนตรีเศรษฐกิจ ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีกลาโหม เป็นประธานเห็นชอบตามที่กระทรวงการคลังเสนอ เป็นมาตรการชุดที่ 1 เพื่อลดผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจ จากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยให้ความช่วยเหลือแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มผู้ประกอบการ และกลุ่มประชาชน

โดยในส่วนของประชาชน จะแจกเงิน ให้3 กลุ่มคือ ผู้มีรายได้น้อย ,กลุ่มอาชีพอิสระ และเกษตรกร เดือนละ 1,000 บาท เป็นเวลา 2 เดือน รวมได้คนละ 2,000 บาท คาดว่าจะเริ่มแจกในเดือนเมษายน ผ่านระบบพร้อมเพย์ ส่วนวีธีการ ,จำนวนผู้ที่ได้รับเงิน ต้องรอผลสรุปอีกครั้ง และจะนำข้อสรุปทั้งหมดเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรีชุดใหญ่ในสัปดาห์หน้า ซึ่งมาตรการเหล่านี้ เป็นชุดมาตรการระยะสั้น ที่มีความจำเป็นและเห็นผลรวดเร็ว เพื่อประคองสถานการณ์ไม่ให้เกิดวิกฤติ

ในส่วนของผู้ประกอบกอบการ มีมาตรการทางการเงิน 4 มาตรการ คือ 1. สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำช่วยหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากโควิด ทั้งทางตรงและทางอ้อม 2. พักเงินต้น ผ่อนภาระดอกเบี้ย ขยายเวลาชำระหนี้ของแบงก์รัฐ

3. ธนาคารแห่งประเทศไทย ผ่อนคลายมาตรการทางการเงิน เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ และ4. มาตราการการเงิน เป็นสินเชื่อจากกองทุนประกันสังคม นำมาปล่อยกู้ดอกเบี้ยอัตราพิเศษ

มาตรการภาษี 4 มาตรการ คือ 1.มาตรรการคืนสภาพคล่อง ลดภาษีหัก ณ ที่จ่าย 2.มาตรการภาษีลดภาระดอกเบี้ย ให้เอสเอ็มอีนำดอกเบี้ยจ่ายมาหักลดหย่อนภาษี
3.มาตรการส่งเสริมการจ้างงงาน ให้เอสเอ็มอีนำรายจ่ายค่าจ้างลูกจ้างในธุรกิจเอสเอ็มอีหักรายจ่ายได้ 3 เท่า และ 4.กระทรวงการคลังจะเร่งคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม(VAT) ภายในประเทศ โดยยื่นแบบทางอินเตอร์เน็คคืนภายใน 15 วัน ยื่นกับกรมสรรพากรคืนภายใน 45 วัน

นอกจากนี้ ยังมีมาตรการอื่นๆ เช่น มาตรการลดค่าน้ำ ค่าไฟ ซึ่งกระทรวงมหาดไทย ,กระทรวงพลังงาน จะไปพิจารณาเพิ่มเติม และพิจารณาลดเงินสมทบประกันสังคม ซึ่งหน่วยงานที่รับผิดชอบจะไปพิจารณา ,มาตรการเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้จ่ายงบประมาณปี 2563 โดยกระทรวงการคลังจะปรับปรุงขั้นตอนจัดซื้อจัดจ้าง ให้เบิกจ่ายสะดวก คล่องตัวขึ้น รวมทั้งมาตรการสร้างความเชื่อมั่นในระบบตลาดทุน โดยให้กองทุนรวมเพื่อส่งเสริมการออมระยะยาว(SSF) สามารถตั้งกองทุนที่ลงทุนในหลักทรัพย์จดทะเบียน มากกว่า 65% เพื่อให้ประชาชนเข้าไปซื้อกองทุนได้จนถึงเดือนมิถุนายนนี้


กำลังโหลดความคิดเห็น...