xs
xsm
sm
md
lg

พิษไวรัส ฉุดหุ้นไทยดิ่งแรงเกือบ 60 จุด

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ดัชนีหุ้นไทย ร่วงแรงเกือบ 60 จุด จากความกังวลสถานการณ์ระบาดไวรัสโควิด-19 ซึ่งเป็นไปตามทิศทางตลาดหุ้นทั่วโลก

บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันนี้ (24ก.พ.) ร่วงแรงตลอดทั้งวัน โดยเฉพาะช่วงบ่าย SETลดลงแรงถึง 59.53 จุด หรือ ลดลง 3.98% มาอยู่ที่ระดับต่ำสุดของวันที่ระดับ 1,435.56จุด ซึ่งเป็นระดับปิดตลาดวันนี้ ด้วยมูลค่าซื้อขาย 76,431 ล้านบาท ปัจจัยหลักจากความกังวลการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 นอกประเทศจีน โดยเฉพาะเกาหลีและอิตาลีที่ มีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้น และกังวลผลกระทบทางเศรษฐกิจ จากการที่สายการบินต่างๆ ยกเลิกเที่ยวบินมายังภูมิภาคเอเชีย

นายภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) บอกว่า ตลาดหุ้นทั่วโลก กังวลการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสไวรัสโควิด-19 จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกรุนแรงกว่าที่คาดไว้ หลังจากแนวโน้มการแพร่กระจายของเชื้อมีมากขึ้น ทำให้ดัชนีของแทบทุกประเทศปรับตัวลง และย้ำว่า ไม่มีปัจจัยใดที่เกิดขึ้นจากไทยโดยตรง ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นล้วนเป็นปัจจัยมหภาค

ส่วนธุรกิจที่ได้รับผลกระทบนั้น เป็นธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวและการส่งออกเป็นหลัก ด้านหลักทรัพย์ ที่ได้รับผลกระทบอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรม Commerce Energy และFood โดยยอมรับว่า ตลาดหุ้นไทยปีนี้ ต้องเผชิญกับปัจจัยที่ท้าทายมากมาย ทั้งเหตุการณ์ในประเทศและต่างประเทศที่มีความรุนแรง ทั้งความไม่สงบในอิหร่านสงครามการค้าจีน-สหรัฐ โอเปกส่งสัญญาณลดกำลังการผลิตน้ำมัน การพิจารณางบประมาณประจำปี 2563 และไวรัสโควิด-19 ที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อสูงขึ้น ซึ่งยังไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าสถานการณ์จะยืดเยื้อยาวนานขนาดไหน

แต่สิ่งที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ พยายามทำขณะนี้ คือ บริหารจัดการให้การทำงานของตลาดหุ้นไทยเดินหน้าต่อไปได้ โดยจะพยายามทำให้ผลกระทบของเรื่องดังกล่าวน้อยที่สุดเท่าที่ทำได้ และยังไม่มีความจำเป็นจะต้องใช้มาตรการ Circuit Breaker หรือ หยุดการซื้อขายเป็นการชั่วคราวแต่อย่างใด

นาย ภากร ย้ำว่า พื้นฐานตลาดหุ้นไทยยังแข็งแกร่ง ดูจากการออก IPO ที่ยังออกมาต่อเนื่อง ขณะที่ปัจจัยลบที่กระทบตลาดช่วงนี้ เป็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทั่วโลก ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงตลาดหุ้นไทยตลาดเดียว พร้อมเสนอแนะนักลงทุนว่า วิธีที่ดีที่สุดขณะนี้ คือ กระจายความเสี่ยง มองทุกวิกฤติ จะมีโอกาสเสมอ และอย่าเชื่อ Fake News มากนัก ขอให้ใช้วิจารณญาณในการรับฟังและวิเคราะห์ข้อมูลให้รอบด้าน


กำลังโหลดความคิดเห็น...