xs
xsm
sm
md
lg

BAY หั่น GDP ปี 63 เหลือ 1.5% เดิม 2.5% จากพิษไวรัส งบช้า ภัยแล้ง

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ปรับลดเป้าจีดีพีไทยปี63 เหลือ 1.5% จากเดิมคาดไว้ที่ 2.5% จากผลกระทบงบฯปี63ล่าช้า,การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และภัยแล้ง

นายสมประวิณ มันประเสริฐ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงานวิจัยและหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) กล่าวว่า ฝ่ายวิจัยเศรษฐกิจ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ปรับลดประมาณการณ์อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) ไทย รอบแรกในปี 2563 เหลือขยายตัว 1.5% จากเดิมที่คาดว่าจะขยายตัว 2.5% โดยปัจจัยที่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ 3 ด้าน คือ 1. ความล่าช้าของ พ.ร.บ. งบประมาณปี 63 ซึ่งทำให้รัฐบาลคาดว่าน่าจะเริ่มเบิกจ่ายได้ภายในสิ้นเดือน มี.ค.นี้ หรืออย่างเร็วสุดในกลางเดือน มี.ค.นี้

ทั้งนี้ ความล่าช้าเกือบสองไตรมาสในการเบิกจ่ายงบประมาณปี 63 ที่จะสิ้นสุดเดือน ก.ย.63 โดยเฉพาะงบลงทุน ทำให้มีการปรับลดมูลค่าการลงทุนของโครงการด้านโครงสร้างพื้นฐานลง 1.51 แสนล้านบาท คิดเป็น 0.9% ของ GDP อีกทั้ง ความล่าช้าของการงบประมาณไม่เพียงจะส่งผลกระทบต่อการเลื่อนการลงทุนของภาครัฐเท่านั้น แต่ยังมีผลเชิงลบต่อการลงทุนภาคเอกชน และความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและภาคธุรกิจ ซึ่งอาจซ้ำเติมกิจกรรมทางเศรษฐกิจในประเทศที่ซบเซาอยู่แล้ว

2. การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (ไวรัสโควิด-19) มีผลกระทบของต่อเศรษฐกิจในวงกว้าง โดยคาดว่าจะทำให้การเติบโตของ GDP ไทยต่ำกว่าประมาณการเดิม 0.4% โดยเฉพาะในช่วงครึ่งปีแรกของปี 63 เศรษฐกิจจะได้รับผลกระทบจากการหยุดชะงักของห่วงโซ่การผลิต การท่องเที่ยวซบเซา และผลกระทบต่อรายได้

จากการศึกษาพบว่า ผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวจะแตะระดับสูงสุดในไตรมาส 1/63 ในขณะที่ผลกระทบต่อการหยุดชะงักของห่วงโซ่การผลิตจะสูงสุดในไตรมาส 2/63 โดยคาดว่าการส่งออกจะลดลง 0.8% จากประมาณการเดิม การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จะทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวลดลง 30.8% และ 13.1% ในช่วง 2 ไตรมาสแรกของปี 63 ตามลำดับ โดยภาพรวมคาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติหดตัว 4-5% ในปี 63

3.ปัญหาภัยแล้งที่รุนแรงกว่าคาดจะส่งผลกระทบต่อ GDP ในปีนี้ลดลงจากประมาณการเดิม 0.3% ปัญหาภัยแล้งมีแนวโน้มลากยาวถึงเดือน พ.ค. ปริมาณน้ำที่ลดลงจะส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ซึ่งนอกจากจะส่งผลกระทบต่อภาคเกษตรกรรมแล้ว ยังกระทบการผลิตในภาคอุตสาหกรรมและภาคธุรกิจผ่านความเชื่อมโยงของห่วงโซ่อุปทานด้วย
ผลกระทบจาก 3 ปัจจัยข้างต้น มองว่าส่งผลให้เศรษฐกิจไทยในช่วงไตรมาส 1/63 ติดลบ 0.75% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และติดลบ 1.5% จากไตรมาส 4/62 และคาดว่าไตรมาส 2/63 จะฟื้นตัวกลับมาเล็กน้อย ซึ่งคาดว่าจะเติบโต 0.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเติบโต 1.3% จากไตรมาส 1/63

นายสมประวิณ กล่าวว่า ยังต้องติดตามมาตรการกระตุ้นทั้งด้านการเงิน การคลัง เพื่อประคับประคองเศรษฐกิจ และช่วยขับเคลื่อนกลไกทางการเงินให้พยุงเศรษฐกิจไปได้ในภาวะที่เครื่องยนต์อื่นๆ ยังไม่สามารถทำงานได้ดีและความมั่นใจของประชาชนลดลง

ฝ่ายวิจัยเศรษฐกิจ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เชื่อว่า ประเทศไทย มีปัจจัยพื้นฐานเข้มแข็ง จากเงินทุนสำรองระหว่างประเทศที่แข็งแกร่ง , หนี้สาธารณะอยู่ระดับต่ำ ทำให้นโยบายการคลัง ยังมีความสามารถในการเข้าช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้มาก


กำลังโหลดความคิดเห็น...