xs
xsm
sm
md
lg

ท่านรองฯ หัวใจหล่อ! “พ.ต.ท.วีระ นุชศิลป์” เลิกงานไม่ยอมพัก “ร้องเพลงเปิดหมวก” หาเงินซื้อหมวกกันน็อคแจกเด็ก

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


รายการ ฅนจริงใจไม่ท้อ วันเสาร์ที่ 28 กันยายน 2562 ที่ผ่านมา พาคุณผู้ชมไปรู้จัก “พ.ต.ท.วีระ นุชศิลป์” ตำรวจผู้มากความสามารถด้านดนตรี และใช้พรสวรรค์ที่มีทำสิ่งดีเพื่อสังคม ด้วยการร้องเพลงเปิดหมวก ช่วยเหลือผู้ยากไร้-เดือดร้อน ซื้อหมวกกันน็อคแจกเด็กโรงเรียนต่างๆ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยระหว่างนั่งมอเตอร์ไซค์ไป-กลับโรงเรียน



ชีวิตของตำรวจ ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ลำพังงานในหน้าที่ก็มากมายจนอาจหาเวลาส่วนตัวหรือเพื่อครอบครัวได้ยาก แต่ตำรวจหนุ่มท่านนี้ “พ.ต.ท.วีระ นุชศิลป์” รอง ผกก.ป.สภ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา ผู้มีพรสวรรค์ด้านดนตรี ยอมอุทิศเวลาหลังเลิกงานในแต่ละวัน ใช้พรสวรรค์ของตน ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม ด้วยการ “ร้องเพลงเปิดหมวก” เพื่อนำเงินที่ได้รับบริจาคไปซื้อหมวกกันน็อคแจกเด็กตามโรงเรียนต่างๆ ด้วยเห็นว่า เด็กๆ เกือบ 100% ไม่มีหมวกกันน็อคใส่ขณะนั่งซ้อนมอเตอร์ไซค์ของพ่อแม่ไป-กลับโรงเรียน

นอกจากร้องเพลงเปิดหมวก เพื่อซื้อหมวกกันน็อคแจกเด็กแล้ว ท่านรองฯ วีระ ยังเคยร้องเพลงเปิดหมวกเพื่อนำเงินไปช่วยเหลือเด็กกำพร้า-เด็กด้อยโอกาส, ร้องเพลงให้ผู้ป่วยในโรงพยาบาลฟังเพื่อคลายเครียด, ร้องเพลงเปิดหมวก นำเงินสมทบโครงการ “ก้าวคนละก้าว” ของพี่ตูน บอดี้สแลม เพื่อช่วยเหลือโรงพยาบาลต่างๆ, ร้องเพลงเปิดหมวกช่วยน้ำท่วม, ร้องเพลงเปิดหมวกช่วยเหลือเหยื่อแผ่นดินไหวที่เนปาล เป็นต้น

“ตอนนี้ผมรับผิดชอบงานป้องกันปราบปรามกับงานจราจร ที่หลักๆ มีตั้งด่านกวดขันวินัยจราจร มีจับกุมคนที่ไม่ใส่หมวกกันน็อค ขับรถย้อนศร ตอนเย็นๆ ค่ำๆ มีตั้งด่านตรวจจับเกี่ยวกับอาวุธปืนกับยาเสพติด ทางตำรวจภูธร จ.พระนครศรีอยุธยาจะเน้นเกี่ยวกับอาวุธปืนกับยาเสพติด” พ.ต.ท.วีระ นุชศิลป์” รอง ผกก.ป.สภ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา

“ท่านรองฯ เป็นคนดี อัธยาศัยดี ไม่ถือตัว เป็นขวัญใจประชาชน ทำเพื่อประชาชน” แม่ค้าในตลาดเผยความรู้สึกต่อท่านรองฯ วีระ

อยากเป็นตำรวจตั้งแต่เด็ก ต้องสอบถึง 3 ครั้งกว่าจะติด!

“สอบโรงเรียนนายร้อยตำรวจ โรงเรียนเตรียมทหารตอน ม.4 ไม่ติด สอบตอน ม.5 ก็ไม่ติด เพราะไม่ได้อ่านหนังสือ ยังเน้นเฮฮาอยู่ พอเหลือโอกาสสอบได้อีกครั้งเดียวตอน ม.6 ถ้าเกินจากครั้งนี้ ก็จะอายุเกินแล้ว เขาจะไม่รับแล้ว คราวนี้จะมาเฮฮามากไม่ได้แล้ว ต้องตั้งใจมุ่งมั่นเอาให้ได้ เลยพยายามอ่านหนังสือ เน้นอ่านช่วงปิดเทอม 2 เดือน เราไม่ได้ไปไหนเลย อยู่แต่ในบ้านอย่างเดียว กินข้าวก็อ่านหนังสือไปด้วย ตื่นมาก็อ่านๆ ทำอะไรก็อ่าน นอกจากตอนนอนอย่างเดียวไม่ได้อ่าน”

ในที่สุด ความมุ่งมั่นและพยายาม ก็ทำให้ท่านรองฯ วีระ เดินถึงฝันในการเป็น “ตำรวจ” แถมเป็นตำรวจที่เก่งด้านดนตรีและร้องเพลงไพเราะอีกด้วย

“จริงๆ ผมเริ่มชอบร้องเพลงตั้งแต่เด็กๆ ตั้งแต่ยังไม่เข้าโรงเรียน ผมจะร้องเพลงตามงานวันเด็ก พ่อกับแม่ก็ชอบให้ผมไปร้องเพลง สำหรับกีตาร์มาหัดเล่นตอนมัธยม ม.3 ตอนนั้นพี่ปู พงษ์สิทธิ์ คัมภีร์ กำลังดังมาก คนที่หัดเล่นกีตาร์จะใช้เพลงของพี่ปูเยอะ”

ประเดิมชีวิตตำรวจในพื้นที่ห่างไกล ทุรกันดาร แต่มองในแง่ดี ได้อยู่ที่ลำบาก ต่อไปจะย้ายไปอยู่ไหน ก็อยู่ได้

“ตอนนั้นไปเป็นพนักงานสอบสวน สบ1 เขาเรียกว่า เป็นร้อยเวรสอบสวน ตอนนั้นไปลงที่กิ่งอำเภอหนองฮี (จ.ร้อยเอ็ด) เป็นอำเภอที่อยู่ในทุ่งกุลาร้องไห้ เป็นถิ่นทุรกันดารเลย (ถาม-ไปเจอสภาพสมบุกสมบันพอสมควร?) ใช่ครับ ตรงนั้นก็ดี เราอยู่ตรงนั้นมาแล้ว จะย้ายไปที่ไหน เราก็สบายแล้ว เพราะเราเคยผ่านตรงนั้นมาแล้ว สุดๆ แล้ว”

ท่านรองฯ วีระ ผ่านชีวิตตำรวจมาหลาย สภ.หลายจังหวัดตามการโยกย้ายของสายงานตำรวจ บางจังหวัดอยู่ใกล้เพื่อนๆ ก็ไม่เหงา ไปมาหาสู่ ร้องเพลงให้เพื่อนฟังได้ แต่บางจังหวัดอยู่ห่างไกล ทำให้เหงาหนัก นั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นของการทำงานจิตอาสาด้วยการ “ร้องเพลงเปิดหมวก” ตามมา

“ตอนอยู่ที่พนมสารคาม (จ.ฉะเชิงเทรา) เป็น สวป.มันเกิดอาการเหงา ร้องเพลงที่บ้านเริ่มไม่สนุกแล้ว เราก็นึกก่อนว่าเราจะทำอะไร นึกๆ ลองเล่นดนตรีเปิดหมวกดู ตอนนั้นพยายามรวบรวมเงินซื้ออุปกรณ์มือสองที่ราคาไม่แพงมากก่อน ลองเล่นดนตรีเปิดหมวก แรกๆ ก็เล่นเพื่อนำเงินไปให้มูลนิธิเด็กด้อยโอกาส เด็กกำพร้าต่างๆ (ถาม-ตอนนั้นใส่เครื่องแบบร้องเพลงไหม?) ตอนนั้นยังไม่ได้ใส่”

เริ่มใส่ชุดตำรวจร้องเพลงเปิดหมวกช่วยชาวบ้านที่ประสบภัยน้ำท่วมที่ อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา

“พอดีมีเหตุการณ์น้ำท่วมที่ อ.พนมสารคาม ผมเลยขออนุญาต ผกก.ไปเล่นดนตรีเปิดหมวก เพื่อนำเงินไปช่วยเหลือชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่ของเราที่น้ำท่วม เขาออกมาไม่ได้ ผกก.ได้ยินผมไปเสนอโครงการ ท่านก็บอก ทำเลย เดี๋ยวพี่สนับสนุน ท่านสนับสนุนเงินมาซื้อลำโพงตู้หนึ่ง ให้ผมมาใช้ในการเล่นดนตรี วันนั้นเราใส่เครื่องแบบตำรวจไปเล่น ครั้งนั้นได้อยู่หมื่นหนึ่ง ชาวบ้านเห็นตำรวจ เขาก็สนใจกันมากขึ้น เห็นเขายิ้มแย้ม และมาขอถ่ายรูป เราก็ยิ่งมีความสุข”

ไม่ว่าย้ายไปอยู่จังหวัดใด ท่านรองฯ วีระ ยังคงอุทิศเวลาหลังเลิกงานร้องเพลงเปิดหมวกช่วยชาวบ้าน ซึ่งไม่เพียงช่วยคนไทยเท่านั้น แต่ครอบคลุมถึงมิตรประเทศที่ประสบภัยพิบัติด้วย

“หลังจากย้ายมาอยู่ที่ (สภ.กระทุ่มแบน) จ.สมุทรสาครแล้ว เกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวประเทศเนปาลพอดี ผมเลยไปเล่นดนตรีเปิดหมวกช่วยเหลือประเทศเนปาล ตอนแรกเล่นตามตลาดนัดก่อน แต่เริ่มจะมีชาวบ้านถ่ายรูปกันเยอะ แชร์ลงโซเชียล เลยเป็นที่โด่งดัง เป็นที่รู้จัก ผู้บังคับบัญชาก็รู้จัก สื่อต่างๆ ก็อยากมาขอสัมภาษณ์ มาทำข่าว เราก็ลองเปลี่ยนสถานที่ดู จากที่เราเล่นตามตลาดนัด ซึ่งได้บรรยากาศแบบหนึ่ง เราก็ไปขอที่ห้างเทสโก้โลตัสกับห้างบิ๊กซีดู เขาก็ให้การสนับสนุน เนื่องจากเราไปทำกิจกรรมสิ่งที่ดีๆ ก็เป็นการเริ่มต้นไปเล่นในห้างตั้งแต่เกิดเหตุแผ่นดินไหวที่ประเทศเนปาล และหลังจากรวบรวมแล้วตอนนั้น มอบเงินช่วยเหลือประเทศเนปาลไป 1.36 แสนบาท”

ไม่เพียงเต็มที่กับงานในหน้าที่ แต่งานจิตอาสาก็โดดเด่น ท่านรองฯ วีระจึงได้รับรางวัล “ตำรวจดีเด่น”

“ได้รับรางวัลตำรวจดีเด่นภูธรภาค 7 และรางวัลตำรวจดีเด่น จ.สมุทรสาคร ทำให้เราภูมิใจมาก และมีกำลังใจที่จะคิดทำสิ่งดีๆ ต่อยอดจากสิ่งที่เราทำอยู่”

จากการร้องเพลงเปิดหมวกช่วยเหลือชาวบ้านที่เดือดร้อน มาสู่การร้องเพลงเปิดหมวก เพื่อนำเงินไปซื้อหมวกกันน็อคแจกเด็กตามโรงเรียนต่างๆ ได้อย่างไร?

“ท่าน พล.ต.ท.วีรพงษ์ ชื่นภักดี ผบช.ภ.7 ให้แนวทางเราคิดหาทำโครงการเพิ่มเติมมา เราเลยสังเกตตามโรงเรียน เวลาผู้ปกครองมารับหรือมาส่งเด็กที่โรงเรียน การที่เด็กนั่งมอเตอร์ไซค์ ผู้ปกครองใส่หมวกกันน็อคบ้างไม่ใส่บ้างครึ่งๆ แต่เด็กๆ 90-100% ไม่มีหมวกกันน็อคใส่ ทำให้เราเล็งเห็นตรงนี้ เราอยากให้เด็กๆ มีความปลอดภัย เลยนำโครงการนี้ไปเสนอท่าน พล.ต.ท.วีรพงษ์ ท่านเลยให้เราทำโครงการ ตอนแรกก็คิดว่าใช้ชื่ออะไรดีนะ เราก็ไปทำป้ายมา เขียนว่า ‘โครงการจิตอาสาซื้อหมวกกันน็อคให้น้อง’ ซึ่งก็ใช้มาถึงทุกวันนี้”

แม้บางครั้งจะถูกย้ายไปอยู่พื้นที่ห่างไกล แต่ท่านรองฯ วีระ ยังคงเดินหน้าอุทิศเวลาหลังเลิกงานในแต่ละวัน ร้องเพลงเปิดหมวก เพื่อนำเงินบริจาคที่ได้ไปซื้อหมวกกันน็อคแจกเด็กโรงเรียนต่างๆ จนถึงปัจจุบัน หากไปร้องเพลงเปิดหมวกวันเสาร์-อาทิตย์ ก็จะพาภรรยาและลูกไปด้วย ซึ่งภรรยาและลูกก็ชอบร้องเพลงเหมือนกัน ด้านหนึ่งเพื่อให้ครอบครัวได้มีส่วนร่วม แต่อีกด้าน เพื่อให้ลูกสาวได้ซึมซับการเป็น “ผู้ให้”

“อย่างถ้าไปแจกหมวกกันน็อค ผมก็พาครอบครัวไปด้วย พาลูก ภรรยาไปด้วย ลูกสาวจะได้ซึมซับการทำเพื่อคนอื่น” พ.ต.ท.วีระ นุชศิลป์ รอง ผกก.ป.สภ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา

“หนูชื่อ ออสการ์ หนูอายุ 6 ขวบแล้ว ปีนี้อยู่ชั้น ป.1 (ถาม-วันนี้ได้รับหมวกกันน็อคจากตำรวจ รู้สึกอย่างไรบ้าง?) ดีใจ อยากบอกว่า ขอบคุณมากเลยค่ะที่เอาหมวกกันน็อคให้หนู” ด.ญ.ฑรรศธร นายี่ (ออสการ์) นักเรียนชั้น ป.1 โรงเรียนศรีบางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา

“อยากเป็น 1 กำลังใจและอยากเป็น 1 เสียงที่อยากส่งต่อให้ทุกคนได้รับรู้ว่า คนดีๆ ตำรวจดีๆ ในสังคมที่ทำเพื่อเด็กๆ เพื่อประชาชนยังมีอยู่อีก 1 ท่านคือ ท่านรองฯ วีระ จะขอเป็นกำลังใจให้ท่านตลอดไป” วนิชา สมประสงค์ ครูโรงเรียนศรีบางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา

“ท่านใช้เวลานอกเวลาราชการแทนที่ท่านควรจะได้พักผ่อน แต่ท่านก็ออกไปเล่นดนตรีเปิดหมวกหรือรับบริจาคเป็นทุนในการจัดซื้อหมวกนิรภัยแจกเด็กๆ ผมถือว่าเป็นโครงการที่ดี ตำรวจทุกคนพร้อมให้ความร่วมมือและชื่นชมในความวิริยะอุตสาหะ ท่านเป็นคนที่มีจิตอาสาสูง” ดาบตำรวจณรงค์ ฤทธิ์แก้ว ผู้บังคับหมู่งานป้องกันปราบปราม สภ.บางไทร

สุขที่ได้เห็นรอยยิ้มเด็กๆ สุขที่เห็นเด็กใส่หมวกกันน็อค

“ความสุขของผมมันเริ่มต้นตั้งแต่ผมเป็นคนชอบเล่นดนตรีชอบร้องเพลงแล้ว ผมร้องเพลงคนเดียวผมก็มีความสุข ร้องให้คนอื่นฟัง คนอื่นมีความสุข ผมก็มีความสุข การที่ผมเปิดรับบริจาคตามโครงการจิตอาสา แล้วผมได้เอาหมวกกันน็อคไปแจกให้เด็กๆ เราไปเห็นรอยยิ้มของเด็กๆ เห็นเด็กๆ ใส่หมวกกันน็อค พ่อแม่ก็ใส่ เราก็มีความสุขแล้ว อิ่มอกอิ่มใจแล้วว่า หมวกที่เราให้ไป เขาใส่กันนะ มันเป็นความปีติสุขเลย ...อยากให้ลองทำดู คุณมีความสามารถอะไร คุณถนัดอะไร เอาความถนัดของคุณ เอาพรสวรรค์ของคุณ เป็นจุดเริ่มต้นมาสร้างสรรค์ความดี มาทำให้กับคนอื่น แล้วคุณจะมีความสุข” พ.ต.ท.วีระ นุชศิลป์ รอง ผกก.ป.สภ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา

ติดตามรับชมรายการ ฅนจริงใจไม่ท้อ ได้ ทุกวันเสาร์ เวลา 09.00-10.00 น. ทางสถานีโทรทัศน์ NEWS1 ( IPM ช่อง 64 / PSI ช่อง 211 )

รับชมรายการย้อนหลังได้ที่เพจ ฅนจริงใจไม่ท้อ https://web.facebook.com/KonJingJaimaitor/
หรือยูทูบฅนจริงใจไม่ท้อ https://www.youtube.com/channel/UCsb4sLqdHs35km4uQ_tOCjQ/videos
กำลังโหลดความคิดเห็น...