xs
xsm
sm
md
lg

“ป้าณี” ป่วยมะเร็งไทรอยด์ ปีนต้นตาล-ทำขนม-เก็บผักหาเลี้ยงครอบครัวป่วยอีก 5 ชีวิต!

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


รายการ ฅนจริงใจไม่ท้อ วันเสาร์ที่ 20 เมษายน 2562 พาคุณผู้ชมไปพบกับเรื่องราวของ “ป้าณี” ที่ไม่เพียงฐานะยากจน แต่ยังป่วยด้วยโรคมะเร็ง และต้องเป็นเสาหลักในการทำงานหาเลี้ยงครอบครัวอีก 5 ชีวิต ที่ล้วนแล้วแต่ป่วยด้วยกันทุกคน ป้าณีเคยผ่านความคิดฆ่าตัวตายยกครัวมาแล้ว อะไรทำให้เธอล้มเลิกความคิดนั้น



ป้าณี หรือปราณี หลักเพชร วัย 60 ปี ไม่เพียงป่วยด้วยโรคมะเร็งไทรอยด์ แต่ยังต้องเป็นเสาหลักทำงานหารายได้จุนเจือครอบครัว ซึ่งสมาชิกในครอบครัวอีก 5 ชีวิตล้วนแล้วแต่ป่วยด้วยกันทั้งสิ้น

“ตัวสามีป้า เป็นหัวใจ สวนบอลลูน ตัวป้าเป็นมะเร็งไทรอยด์ ผ่ามาแล้ว 2 ครั้ง ผ่าที่ รพ.รามาฯ แม่ป้าอายุ 90 แกก็หลงแล้ว น้องสาวป้าอายุ 50 เป็นโรคจิตเวช ต้องหาหมอ กินยาไม่อยู่ ต้องฉีดเดือนละเข็ม หลานชายป้าอายุ 15 เป็นโรคสมองฝ่อมาตั้งแต่กำเนิด ให้อาหารทางสาย และหลานสาวอีกคน 10 ขวบ โรคหัวใจ ผ่ามาแล้ว 2 ครั้ง (ถาม-ป่วยกันหมดเลย อยู่กันอย่างไร) มีอะไรที่พอหาขายได้ ป้าก็เอาทุกอย่าง เก็บทุกอย่าง”

รายได้ของป้าณีมาจากการทำขนมขาย ทั้งขนมตาล และข้าวต้มมัด แต่ขนมตาลของป้าณี ไม่ใช่ทำได้ง่ายๆ เหมือนร้านขนมตาลทั่วๆ ไป เพราะขนมตาลของป้าต้องผ่านการเสี่ยงตาย จากการปีนต้นตาล เพื่อเอาใบตาลอ่อนมาห่อขนมตาล ซึ่งป้าณีมีทั้งขนมตาลแบบถ้วยและแบบที่ใช้ใบตาลห่อให้ลูกค้าเลือกตามชอบใจ

“คุณคิดสิ กำไร แค่ 100 กว่าบ. วันแรกมาเอาใบตาล 1 วันแล้ว วันที่สอง ขูดมะพร้าว อีกครึ่งคืนนวดแป้ง นึ่ง (ถาม-ใครเห็นขนมตาล ห่อสวยๆ ) คิดว่าได้ง่าย (ถาม-ที่ไหนได้ ปีนตัดอย่างนี้เลย) ใช่ มาปีนตัดอย่างนี้แหละ เขาถึงไม่มีคนห่อไง เพราะใบมันเอายาก ...ห่อที ต้องใช้ 3 ต้น ต้นเดียวไม่พอ ...(ถาม-แต่ดี๋ยวนี้หายากนะ คนที่ห่อใบตาล) ห่อใบตาลนี่กลิ่นหอม เวลาทำไป เท่าไหร่ก็หมด มันหอม เขาถามว่า ยายทำไมไม่ทำมาเยอะๆ แค่นี้ก็สุดแรงเกิดแล้ว มากกว่านี้ก็เอาไม่ไหว ...(ถาม-ป้าเคยคิดไหมว่า ถ้าปีนๆ แล้ววันหนึ่งตกลงมา) ป้าหากินอย่างนี้มา 30 กว่าปีแล้ว ไม่เคยประสบเหตุอะไรเลย (ถาม-แล้วถ้าเราตกลงมา) ก็คิดว่าเราหมดกรรม”

นอกจากทำขนมขายแล้ว ป้าณียังเก็บผักขายด้วย แม้ป้าจะไม่มีที่ทางของตัวเอง แต่โชคดีที่ญาติให้ช่วยเฝ้าที่และปลูกผักไว้ขายได้บ้าง

“ตื่นมาตี 4 ป้าก็รีบหาข้าวให้หลานไปโรงเรียน และให้แม่แก่ เสร็จ ประมาณเกือบตี 5 กว่าๆ ป้าก็ไปไร่ ไปเขา ไปสวน แล้วแต่ใครเขาจะให้ทำ ป้าก็ไปเก็บ ถ้าไม่มีที่เก็บ ป้าก็จะไปเขา ไปเก็บขี้เหล็ก เก็บสะเดามากำ แล้วขาย ขี้เหล็ก ป้าต้ม โลละ 40 บาท (ถาม-ทำไมป้าต้องทำขนาดนั้น) ป้าไม่ทำ ป้าไม่มีที่ทาง ไม่มีสวน ไม่มีไร่ ป้าก็ต้องทำ ไม่งั้นจะเอาเงินตรงไหนมาเลี้ยงหลาน ป้าก็ต้องทำเงินให้ได้ทุกวัน เพราะถ้าไม่ทำ หลานป้า คนพิการ ต้องใช้เงินเยอะ เพราะอาหาร(เหลว)ที่เขากิน ใส่หลายอย่าง มีนมผง นมถั่วเหลือง มีไข่ มีขนมปัง ป้าเองไม่ค่อยได้กินเท่าไหร่ ส่วนใหญ่ทำ ก็เก็บไว้ให้หลานชายกับหลานคนผู้หญิง หนูดูหลานคนผู้หญิงของป้าสิ ผอมมาก เป็นคล้ายๆ เด็กขาดสารอาหาร”

เมื่อขนมที่ทำและผักที่เก็บมาพร้อมแล้ว ป้าณีก็จะขี่ซาเล้งไปขายที่ตลาดนัดใน จ.สุพรรณบุรี

“ป้าจะขาย 2 ที่นะ ตลาดนัดวัยหวาน และอู่ทองนิยม เขาเปิดบ่าย 2 โมง สลับกัน วัยหวานจะมีวันพุธกับวันอาทิตย์ อู่ทองนิยมจะมีวันจันทร์กับวันศุกร์ ถ้าเสาร์-อาทิตย์ ป้าจะขี่ซาเล้งไปวัดป่าฯ ไปขายของวัดป่าฯ บางทีป้ามีบวบไป มะขามเทศ มะรุม ก็ไปขาย”

ป้าณีพร้อมทำทุกอย่างเพื่อให้ทุกคนในครอบครัวได้มีข้าวกิน

“(ถาม-ข้าวแต่ละมื้อ ป้าเอามาจากไหน) ข้าวสารส่วนมากป้าไม่ค่อยได้ซื้อ ป้าจะวิ่ง ไปทุกปีเลย ไปป่อเต็กตึ๊ง คนแถวนี้ดีนะ ป้าจะยืมทะเบียนเขาไป วิ่งทะเบียนบ้าน 2 ใบ ได้ข้าว 2 ถุงๆ ละ 4 โล และได้ข้าวสารอาหารแห้งเป็นพวกมาม่า ของแห้ง ก็จะมาให้ค่าทะเบียนบ้านเขา (ถาม-แล้วจากนี่ไป กทม.ไปมูลนิธิฯ ไปอย่างไร) มีรถเขาไป เขาเก็บค่ารถ 250 ป้าจะไปตั้งแต่เช้าวันนี้ถึงตี 5 อีกวัน คอยคิวที่จะเอาข้าว เขาจะแจกตีห้าอีกวันหนึ่ง นั่งตากแดด นอนไม่ได้นะ ถนนอย่างนี้ แล้วเขาจะปิด ป้าก็จะปูกระดาษ ซื้อกระดาษแผ่นหนึ่ง แล้วก็นั่ง ไม่ได้นั่งดีๆ นะ ต้องนั่งลักษณะนี้(ชันเข่า) คนมันเบียดกัน คนแน่นมาก ป้าไปทุกปี”

“(ถาม-ระหว่างป้านั่งชันเข่า ตอนนั้นป้าคิดอย่างไร ไม่อายเขาเหรอ) ไม่อาย ป้าคิดว่าได้ข้าวไปเลี้ยงลูกเลี้ยงหลาน ไม่อาย ให้ได้ข้าวอย่างเดียว (ถาม-ยอมแบกหนักๆ) คุณเอ๊ย เวลาได้มานะ คุณวิ่งได้กี่เที่ยว คุณก็จะได้เยอะ ป้านี่แบก พอได้ข้าวปั๊บ ป้าจะรีบวิ่งเอามากองไว้ แล้วก็กลับไปเอาใหม่ เรามีแรงเท่าไหร่ เขาก็จะให้ ...(ถาม-พอได้ข้าวมา ดีใจไหม) ดีใจสิ ยังมานั่งนับ กินไปนาน นี่เหลือประมาณถังหนึ่งได้ หมดแล้ว”


ด้วยความที่สมาชิกในครอบครัวมีแต่คนป่วย โดยเฉพาะหลานชายที่สมองพิการ ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ และหลานสาวที่เป็นโรคหัวใจ ป้าณีจึงต้องกู้หนี้ยืมสินเพื่อมารักษาหลาน และเคยตัดสินใจร้องเพลงออกรายการทีวี เพราะอยากหมดหนี้

ล่าสุด หลานสาวที่เป็นโรคหัวใจใกล้จะต้องผ่าตัดอีกครั้ง ป้าณีจึงต้องพยายามเก็บหอมรอมริบรายได้จากการขายขนมและขายผัก เพื่อใช้ในการรักษาหลาน

“ป้าก็จะเก็บไว้ ดูเดือนหน้าคนนี้จะไปหาหมอ เราก็ประหยัดเงินไว้ สมมุติขายของได้มา ก็จะเก็บไว้ส่วนหนึ่ง 50 บ. สมมุติได้มา 300 เก็บไว้ 50 บาท รุ่งขึ้นอีกวันเก็บอีก 50 บาท รวมเป็นค่ารถหาหมอ (ถาม-ค่ารถก็ไม่ไกล รพ.สุพรรณฯ ใช่ไหม) ไม่ใช่เลย กทม. คนนี้ รพ.วชิระ นี่ รพ.รามาฯ นั่น รพ.เด็ก (ถาม-แล้วค่ารถพอเหรอ) พอ ขาไปก็ 120 ขากลับอีก 120 (ถาม-กว่าจะขายได้แต่ละถุง นี่ถุงเท่าไหร่นะ) 20 บาท (ถาม-ถุงละ 20 บาท 5 ถุงได้ 100 ที่เห็นในกระจาดเนี่ย 6-7-8 ถุง เอามาเป็นค่ารถ) ใช่ ค่ารถมั่ง และประหยัดเป็นค่ากิน”

เคยเหนื่อย เคยท้อกับชีวิตที่มีแต่คนป่วยทั้งครอบครัว ถึงกับคิดสั้น เกือบกินยาฆ่าตัวตายยกครัว!

“ป้าเคยท้อ บางทีเหนื่อยมาก เครียดมาก ป้าคิดว่ารวมๆ กันตายไปเลยดีกว่า อยู่แล้วยังไง ก็ต้องเข้า รพ.กันทุกคน แล้วลุงนะ ตอนเข้า รพ.ใหม่ หมอไม่ให้ทำงานหนัก ป้าทำคนเดียว ป้าขึ้นเขา ป้าไปตีผึ้งคนเดียว (เสียงเครือ) ป้าทำคนเดียว แล้วไม่ให้ป้าทำได้ไง …ป้าไปซื้อยาเบื่อหนูมานะ มาเคล้าอาหารแล้ว แต่ป้ายังไม่ได้ให้ใครกิน ตัวป้าก็จะกินด้วย ผสมนมให้หลาน ป้าจะมาให้อาหารหลาน พอป้าเข้าไปใกล้ เขายิ้มและดีใจจะได้กินอาหารไง ป้าเห็นแล้วว่าเขาดีใจ แล้วเราจะฆ่าเขาได้ไง ป้ากอดเขาแล้วร้องไห้เลยนะ”

“(ถาม-แล้วอะไรทำให้ป้าเลิกล้มความตั้งใจ ลุกขึ้นสู้) คือทุกคนให้กำลังใจป้าไง หลานคนพิการรักป้ามาก ป้าถึงได้สู้ทุกวันนี้ ป้าปฏิญาณว่า ป้าจะไม่ทำ ป้าจะเลี้ยงเขาให้ดีที่สุด ป้าจะยอมอด แต่ป้าจะให้เขาอิ่ม”


น่าดีใจที่ป้าณีและครอบครัวผ่านนาทีชีวิตแห่งการตายยกครัวมาได้ พร้อมสัญญาว่าจะไม่ทำแบบนั้นอีก แม้วันนี้เธอยังต้องทำงานหนักเพื่อหาเงินเลี้ยงครอบครัวเหมือนเดิม แต่เธอไม่ท้อเหมือนวันนั้น แค่ได้เห็นหลานยิ้ม กินอิ่ม นอนหลับ เธอก็มีความสุขและมีแรงสู้ต่อไปแล้ว จะห่วงก็แต่ว่า ไม่รู้ว่าตัวเองจะมีชีวิตอยู่กับหลานและครอบครัวได้อีกนานแค่ไหน?

หากท่านใดต้องการช่วยเหลือแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายและการรักษาตัวของป้าณีและครอบครัว สามารถโอนเงินไปได้ที่ ธนาคารกรุงเทพ สาขาอู่ทอง ชื่อบัญชี นางปราณี หลักเพชร เลขที่บัญชี 388-036494-2

ติดตามรับชมรายการ ฅนจริงใจไม่ท้อ ได้ ทุกวันเสาร์ เวลา 09.00-10.00 น. ทางสถานีโทรทัศน์ NEWS1 ( IPM ช่อง 64 / PSI ช่อง 211 )

รับชมรายการย้อนหลังได้ที่เพจ ฅนจริงใจไม่ท้อ https://web.facebook.com/KonJingJaimaitor/
หรือยูทูบฅนจริงใจไม่ท้อ https://www.youtube.com/channel/UCsb4sLqdHs35km4uQ_tOCjQ/videos


กำลังโหลดความคิดเห็น...