xs
xsm
sm
md
lg

ลึกทันใจ : ลูกจ้างประกันสังคมเฮลั่น! สิทธิประโยชน์เพียบ

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


รายงานพิเศษ ลึกทันใจ ตอน ลูกจ้างประกันสังคมเฮลั่น! สิทธิประโยชน์เพียบ ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม NEWS1 วันพุธที่ 30 มกราคม 2562



มีการเปิดเผยจากนางสาวอำพัน ธุววิทย์ รองเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม ในเรื่องการแก้ไข พ.ร.บ.เงินทดแทน ที่กำหนดหลักเกณฑ์ใหม่ในการนำเงินนายจ้างที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป ส่งเข้ากองทุนเงินทดแทนมาใช้สร้างหลักประกันด้านสวัสดิภาพให้แก่ลูกจ้าง ทำให้ลูกจ้างได้สิทธิประโยชน์เพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยได้เพิ่มค่ารักษาพยาบาลจากเดิมไม่เกิน 2 ล้านบาท เป็นให้จนถึงสิ้นสุดการรักษา และกรณีต้องหยุดงานจะได้ค่าชดเชยเพิ่มจากเดิม 60% ของค่าจ้าง เป็น 70% ของค่าจ้าง โดยจ่ายตั้งแต่วันแรกที่เจ็บป่วย จากเดิมที่จ่ายหลังจากหยุดงาน 3 วัน

ยกตัวอย่าง ได้รับค่าจ้างเดือนละ 10,000 บาท แพทย์ออกใบรับรองให้หยุดพักรักษาตัวเป็นเวลา 10 วันวิธีคำนวณคือ

10,000 x 70% = 7,000 บาท เท่ากับได้ค่าชดเชยวันละ = 7,000 บาท หารด้วย 30 วัน = 233 บาท
ลูกจ้างหยุดงาน 10 วัน เงินทดแทนที่ได้รับ = 233 x 10 = 2,333บาท

หรือกรณีทุพพลภาพกองทุนเพิ่มค่าฟื้นฟูสุขภาพจากเดิม 24,000 บาท เป็น 40,000 บาท และจะจ่ายค่าทดแทนเพิ่ม จากเดิม 60% ของค่าจ้าง ทุกเดือน นาน 15 ปี เป็น 70% ของค่าจ้างทุกเดือน ตลอดชีวิต เช่น ลูกจ้างได้เงินเดือน 10,000 บาท หากทุพพลภาพจะได้รับค่าทดแทนเดือนละ 7,000 บาท ตลอดชีวิต แม้ว่าลูกจ้างจะฟื้นฟูร่างกายจนสามารถกลับไปทำงานในสถานประกอบการหรือประกอบอาชีพอื่นๆ ได้ กองทุนก็ยังจ่ายค่าทดแทนในส่วนนี้ให้ ทั้งนี้เพื่อสร้างความมั่นคงในชีวิตให้แก่ผู้ทุพพลภาพนั่นเอง

ส่วนกรณีเสียชีวิตจะเพิ่มค่าทดแทนแก่ทายาทเพิ่มจากเดิม 60% ของค่าจ้างทุกเดือน เป็นเวลา 8 ปี เป็น70% ของค่าจ้างทุกเดือน เป็นเวลา 10 ปี พร้อมทั้งให้ค่าทำศพเพิ่มจาก 33,000 บาท เป็น 40,000 บาท อีกด้วย ทำให้ลูกจ้างมั่นใจได้ว่าแม้จะเสียชีวิตจากการทำงาน ครอบครัวก็ยังได้รับการดูแลจากกองทุนเงินทดแทนไปอีก 10 ปี

นับว่ากองทุนเงินทดแทนช่วยลดภาระให้แก่ลูกจ้างที่เจ็บป่วยจากการทำงานได้มาก เพราะนอกจากจะเข้ารับการรักษาจากโรงพยาบาลที่ร่วมโครงการโดยไม่เสียค่าบริการแล้ว ยังสามารถเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลใดก็ได้ ทั้งโรงพยาบาลรัฐหรือเอกชน โดยไม่ต้องเสียค่าบริการเพียงแต่ต้องมีใบรับรองการเจ็บป่วยจากสถานประกอบการและค่ารักษารวมต้องไม่เกิน 1 ล้านบาท แต่หากเกิน 1 ล้านบาทจนถึงสิ้นสุดการรักษาต้องเข้ารับบริการจากโรงพยาบาลรัฐ แต่หากเป็นกรณีวิกฤตก็สามารถเข้าโรงพยาบาลเอกชนได้ และรับการรักษาได้จนถึงพ้นช่วงวิกฤตโดยไม่ต้องสำรองจ่ายเช่นกัน

นอกจากเรื่องสิทธิประโยชน์จากกองทุนเงินทดแทนแล้ว ตอนนี้ผู้ประกันตนสามารถแจ้งเปลี่ยนสถานพยาบาล ประจำปี 2562 ได้แล้วตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 31 มีนาคม 2562 สถานพยาบาลต่างๆ ที่เข้าร่วมโครงการประกันสังคม มีทั้งหมด 237 แห่งทั่วประเทศ เป็นโรงพยาบาลรัฐบาล 159 แห่ง และสถานพยาบาลเอกชน 78 แห่ง การแจ้งเปลี่ยนโรงพยาบาลประกันสังคมนั้น สามารถทำได้ 3 ช่องทางคือ 1. ยื่นแบบเลือกสถานพยาบาลในการรับบริการทางการแพทย์ สปส. 9-02 ได้ที่สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่/จังหวัด/สาขาทุกแห่งทั่วประเทศไทย 2. ทำรายการผ่านเว็บไซต์ประกันสังคม www.sso.go.th และ 3. ทำรายการผ่านแอปพลิเคชัน SSO Connect โดยเข้าไปที่ ssoconnect.mywallet.co และกรอกเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก และเบอร์โทรศัพท์ ทุกคนก็จะมีบัตรประกันสังคมอยู่ในสมาร์ทโฟน ผู้ประกันตนยังสามารถตรวจสอบได้ว่าโรงพยาบาลที่ต้องการเลือกนั้นยังสามารถรับผู้ประกันตนที่จะมาใช้สิทธิประกันสังคมได้อีกหรือไม่ รวมทั้งสามารถตรวจเรื่องอื่นๆ ของตนเอง เช่น ดูยอดเงินสมทบชราภาพ ตรวจสอบสิทธิทันตกรรมอีกด้วย

ทีมข่าวลึกทันใจ รายงาน
กำลังโหลดความคิดเห็น...