xs
xsm
sm
md
lg

ลึกทันใจ : ย้อนเกล็ด กกต.สอบ พปชร.ส่อถูก"บิ๊กตู่"ครอบงำพรรค?

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


รายงานพิเศษ ลึกทันใจ ตอน ย้อนเกล็ด กกต.สอบ พปชร.ส่อถูก"บิ๊กตู่"ครอบงำพรรค? ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม NEWS1 วันพุธที่ 23 มกราคม 2562



เรื่องที่กกต.เรียกนายนายวรวัจน์ เอื้ออภิญญากุล สมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ ไปสอบถามเรื่องการเดินทางไปร่วมวงHappy Birthday น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ร้านอีสานเขียว ในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ โดยมีนายทักษิณ ชินวัตร เป็นเจ้าภาพ เมื่อเดือนมิถุนายน 2561 เนื่องจากมีข้อสงสัยว่าจะมีการสั่งการใดๆ จากนายทักษิณและ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่มีผลต่อการดำเนินการของพรรคไทยรักษาชาติหรือไม่นั้น ถือว่าไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย เพราะหากมีมูลก็จะเข้าข่ายปล่อยให้บุคคลภายนอกครอบงำพรรคการเมือง มีโทษถึงขั้นยุบพรรคเลยทีเดียว!เพราะกฎหมายว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 28 ระบุไว้ว่า ห้ามไม่ให้พรรคการเมืองยินยอม หรือกระทำการใดอันทำให้บุคคลอื่น ซึ่งมิใช่สมาชิกกระทำการอันเป็นการควบคุมครอบงำ หรือชี้นำกิจกรรมของพรรคการเมือง ในลักษณะที่ทำให้พรรคการเมือง หรือสมาชิกขาดความเป็นอิสระ และมาตรา 29 ระบุว่า ห้ามบุคคลซึ่งไม่ใช่สมาชิกพรรคกระทำการใดอันเป็นการควบคุมครอบงำ หรือชี้นำกิจกรรมพรรคการเมือง ในลักษณะที่ทำให้พรรคการเมืองหรือสมาชิกขาดความอิสระ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม

พันตำรวจเอกจรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. ชี้แจงสาเหตุที่ กกต.เชิญนายวรวัจน์มาให้ข้อมูล เนื่องจากมีข่าวปรากฏทางสื่อจึงจำเป็นต้องตรวจสอบให้กระจ่าง แต่ก็ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดการสอบได้ บอกได้เพียงว่ายังไม่มีมูลถึงขั้นต้องตั้งคณะกรรมการไต่สวนเท่านั้น และการจะตัดสินว่ามีบุคคลภายนอกพรรคเข้ามาครอบงำพรรคหรือไม่นั้นต้องพิจารณาจากหลายปัจจัย ซึ่งกว่าจะได้ข้อสรุปต้องใช้เวลาพอสมควร

ด้าน นายวรวัจน์ บอกว่า ได้ชี้แจงกับ กกต.ไปว่า ได้ไปร่วมงานวันเกิด น.ส.ยิ่งลักษณ์ เพียงคนเดียว ไม่ได้มีนักการเมืองคนอื่นไปด้วย และไม่มีการคุยเรื่องการเมือง ซึ่งตัวเขาก็เป็นเพียงสมาชิกพรรค ไม่ได้เป็นกรรมการบริหารพรรคที่มีบทบาทในการกำหนดนโยบายพรรค จึงเป็นไปไม่ได้ที่ใครจะใช้เป็นเครื่องมือในการครอบงำพรรค ที่สำคัญช่วงที่ไปนั้นเป็นช่วงสุญญากาศทางการเมือง ยังไม่รู้ว่าจะมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นหรือไม่ ยังกำหนดอะไรไม่ได้ ดังนั้นจึงไม่มีประเด็นการเมืองที่จะพูดคุยกัน

ส่วนนายสมชัย ศรีสุทธิยากร สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะอดีต กกต. แสดงความเห็นถึงการทำหน้าที่ของ กกต.ว่า จะต้องพิสูจน์ให้ได้ว่านายทักษิณมีอิทธิพลต่อพรรคไทยรักษาชาติ เช่น นายทักษิณพูดกับนายวรวัจน์ว่าอย่างไร และสิ่งที่พูด ได้ถูกนำมาใช้เป็นแนวทางในการกำหนดนโยบายหรือการดำเนินการของพรรคไทยรักษาชาติหรือไม่ และยังโยงไปถึง
บิ๊กตู่ กับพรรคพลังประชารัฐที่มีแนวคิดจะออกนโยบายจะแปลงเอกสารสิทธิ ส.ป.ก. 4-01 เป็นโฉนด แต่บิ๊กตู่ ออกมาคัดค้าน ส่งผลให้พรรคพลังประชารัฐมีท่าทีเปลี่ยนไป ตรงนี้อาจเข้าข่ายยินยอมให้บุคคลอื่นที่ไม่ใช่สมาชิกพรรคเข้ามาครอบงำกิจกรรมของพรรคหรือไม่ เนื่องจากบิ๊กตู่ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรค จึงอยากให้ กกต.ทำหน้าที่ด้วยความเป็นธรรม โดยใช้กฎเกณฑ์เดียวกันกับพรรคการเมืองทุกพรรค ดังนั้นเมื่อกกต. เข้าไปสอบกรณีนายทักษิณครอบงำพรรคของไทยรักษาชาติเพราะมีเรื่องปรากฏเป็นข่าว ก็ควรสอบพรรคพลังประชารัฐจากเรื่องที่กล่าวมานี้เช่นกัน

จะเห็นได้ว่า ตอนนี้ขนาดยังไม่เริ่มเลือกตั้ง ก็เริ่มส่อแววให้เห็นแล้วว่า ต่อไปการเมืองจะวุ่นวายขนาดไหน แม้จะยังไม่มีพรรคการเมืองใดถูกตัดสินยุบพรรค จากฐานความผิดที่ให้บุคคลภายนอกเข้ามาครอบงำพรรค แต่เชื่อว่าในอนาคตจะต้องมีการหยิบยกเรื่องนี้มาเล่นงานกันอย่างแน่นอน นั่นเป็นเพราะว่า โทษจากความผิดมีความรุนแรงถึงขั้น “ยุบพรรค”นั่นเอง

ทีมข่าวลึกทันใจ รายงาน
กำลังโหลดความคิดเห็น...