xs
xsm
sm
md
lg

ลึกทันใจ : ปฏิบัติการทวงคืนผืนป่า ต้องไม่ไว้หน้าใคร!!

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


รายงานพิเศษ ลึกทันใจ ตอน ลึกทันใจ : ปฏิบัติการทวงคืนผืนป่า ต้องไม่ไว้หน้าใคร!!. ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม NEWS1 วันพุธที่ 16 มกราคม 2562



ปัญหาเรื่องการบุกรุกทำลายป่าที่มีมาอย่างยาวนาน ปัจจุบันต้องถือว่าปัญหานี้ได้รับการแก้ไขอย่างตรงจุด จริงจังและมีประสิทธิภาพมากขึ้นในช่วง 4 ปีผ่านมานี้ โดยนายชีวะภาพ ชีวะธรรม ผู้อำนวยการสำนักป้องกันรักษาป่า และควบคุมไฟป่า ที่ปรึกษาชุดปฏิบัติการพยัคฆ์ไพร กรมป่าไม้ บอกว่า ประเทศไทยมีพื้นที่ป่า 102.156 ล้านไร่ หรือประมาณ 32% ของพื้นที่ทั้งหมด 323 ล้านไร่ แม้ตามหลักวิชาการจะต้องมีพื้นที่ป่า 40% ก็ตาม แต่มองในภาพรวมถือว่าประสบความสำเร็จในการดูแล ป้องกัน และทวงคืนผืนป่ามาได้ โดยสามารถจับกุมดำเนินคดีกับผู้ที่บุกรุกป่าได้นับหมื่นคดี ทำให้พื้นที่ป่าไม่ลดน้อยลง ต่างจากช่วงก่อนหน้านี้ที่ป่าลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยป่าหายไปปีละเกือบ 1 ล้านไร่เลยทีเดียว

ความสำเร็จนี้ต้องยกความดีความชอบให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ภายใต้การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ของ ศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์ป่า หรือ ศปก.พป.มีตัวแทนจาก ชุดพยัคฆ์ไพร , ชุดพญาเสือ , ชุดฉลามขาว , กรมที่ดิน กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI สำนักงานตำรวจแห่งชาติ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง.และ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงในราชอาณาจักร ที่ทำงานกันแบบบูรณาการ ไม่ใช่ให้กรมป่าไม้ทำงานอย่างโดเดี่ยวเหมือนในอดีต

จากการสำรวจพบว่าพื้นที่ที่มีการบุกรุกป่ามากที่สุดคือภาคเหนือตอนล่าง จังหวัดเลย มีการบุกรุกทำลายมากที่สุดรองลงมาคือ เพชรบูรณ์ และพิษณุโลก ซึ่งทั้ง 3 จังหวัดเป็นพื้นที่ต้นน้ำของแม่น้ำป่าสัก จึงน่าเป็นห่วงว่าหากมีการตัดไม้ทำลายป่าเพิ่มขึ้นจะนำไปสู่วิกฤตการณ์น้ำของลุ่มน้ำป่าสักได้ ส่วนลักษณะการบุกรุกป่ามีวิธีการคล้ายๆ กันคือ วิธีแรก ชาวบ้านจะเข้าไปบุกรุกแผ้วถางป่าเพื่อครอบครองและทำกิน จากนั้นนายทุนก็เข้าไปซื้อที่ต่อจากชาวบ้านทั้งที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ เมื่อชาวบ้านขายที่ไปแล้วก็เข้าไปบุกรุกป่าใหม่ และอีกวิธีคือ นายทุนร่วมกับข้าราชการสำนักงานที่ดิน เจ้าหน้าที่ป่าไม้ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ทุจริตดำเนินการออกเอกสารสิทธิในพื้นที่ป่าให้แก่กลุ่มทุน

ดังนั้นต้องตัดวงจรการบุกรุกป่าก็ต้องทำอย่างเด็ดขาดคือ 1.ต้องยึดคืนผืนป่าที่อยู่ในมือนายทุน พร้อมดำเนินคดีกับนายทุนอย่างเด็ดขาด 2.ป้องกันไม่ให้ชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่ป่าบุกรุกป่าเพิ่มขึ้น โดยจัดสรรที่อยู่และที่ทำกินให้เป็นหลักแหล่ง พร้อมทั้งส่งเสริมประสิทธิภาพในการทำกิน 3. ยึดคืนผืนป่าและดำเนินคดีกับผู้ที่บุกรุกป่าหลังปี 2557 ไม่ว่าจะเป็นนายทุนหรือชาวบ้าน 4. ดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนร่วมในการออกเอกสารสิทธิโดยมิชอบ

กลุ่มทุนที่เข้าไปบุกรุกป่านั้น มีมากกว่า 500 รายแบ่งเป็น 2 กลุ่มหลักๆ คือ กลุ่มที่บุกรุกเพื่อปลูกพืชเกษตรเชิงพาณิชย์ เช่น ปลูกยาง ปลูกข้าวโพด แล้วยังหวังด้วยว่าหากที่ดินได้เอกสารสิทธิและมีราคาขึ้นมาก็สามารถขายทำกำไรได้อีกต่อหนึ่งด้วย ส่วนอีกกลุ่มคือบุกรุกป่าเพื่อทำแหล่งท่องเที่ยว โรงแรม รีสอร์ต โดยจะบุกรุกในพื้นที่ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวเช่น เชียงใหม่ เลย เพชรบูรณ์ นครราชสีมา ภูเก็ต ซึ่งกลุ่มนี้จะมีนักการเมืองและผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ กลุ่มนักธุรกิจ และกลุ่มข้าราชการเกษียณ โดยจำนวนพื้นที่ป่าที่แต่ละรายเข้าไปบุกรุกนั้นมีตั้งแต่หลักสิบถึงหลักพันไร่เลยทีเดียว

สำหรับเป้าหมายการทำงานในปีนี้ที่ปรึกษาชุดพยัคฆ์ไพร บอกว่าจะยึดคืนผืนป่าให้ได้ปีละ 150,000 ไร่ เพื่อฟื้นฟูให้ระบบนิเวศกลับคืนมาเหมือนเดิมให้ได้มากที่สุด ซึ่งทีมข่าวลึกทันใจต้องขอปรบมือและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทุกคนให้ทำงานประสบความสำเร็จเพื่อทวงคืนผืนป่ากลับคืนมาเป็นทรัพยากรของชาติและของทุกคน ที่ไม่ใช่ของใครบางคนอีกต่อไป !!

ทีมข่าว ลึกทันใจ รายงาน
กำลังโหลดความคิดเห็น...