xs
xsm
sm
md
lg

ลึกทันใจ : 4 ปี คสช.กับโครงการฉาวเกือบ 2 หมื่นล้าน

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


รายงานพิเศษ ลึกทันใจ ตอน 4 ปี คสช.กับโครงการฉาวเกือบ 2 หมื่นล้าน ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม NEWS1 วันพุธที่ 2 พฤษภาคม 2561



ในโอกาสที่กำลังใกล้จะครบ 4 ปีที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช.เข้ามาปกครองบ้านเมือง ก็ต้องถือโอกาสนี้ย้อนรำลึกความหลังกันหน่อย หากยังไม่ลืมกัน ตอนเข้ามาใหม่ ๆ ชาวบ้านจำนวนไม่น้อยต่างตั้งความหวังกันไว้สูงว่า คสช.จะเป็นพระเอกเข้ามากวาดล้างสิ่งสกปรกโสโครกในบ้านเมือง แต่พอไม่นาน หรือภาษาชาวบ้านเรียกกันว่า “หุงข้าวหม้อยังไม่ทันจะดำ” ก็มีเรื่องให้ต้องผิดหวังอย่างแรงจากเรื่อง “การจัดซื้อไมโครโฟนไฮเทค” ที่ติดตั้งในห้องประชุมตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล 3 ห้องรวมทั้งหมด 89 ตัวราคาสูงถึงตัวละ 1.45 แสนบาท รวมทั้งหมด 37 ล้านบาท ต่อมาคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ หรือ คตร.เข้ามาตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้าง แล้วก็ได้ข้อสรุปว่า “ไม่ถึงขั้นมีการทุจริต เพียงแต่ส่วนต่างเยอะ จึงทำให้มองไม่ดี” จนมีวลีเด็ดว่า “ไม่โกง แค่ส่วนต่างเยอะ”

ต่อมาอีกโครงการหนึ่งคือโครงการจัดซื้อเรือดำน้ำ Yuan Class S26T จากจีนจำนวน 1 ลำ วงเงิน 1.35 หมื่นล้านบาท จากโครงการทั้งหมดที่ต้องจัดซื้อ 3 ลำ ในวงเงิน 36,000 ล้านบาท เฉลี่ยลำละ 12,000 ล้านบาท เป็นการจ่ายเงินแบบผูกพันงบประมาณ 3-4 ปี ของกองทัพเรือ ตอนนั้นสังคมเกิดความเคลือบแคลงใจว่า เดิมบิ๊กตู่และบิ๊กป้อม ต่างออกมาประสานเสียงกันว่าเป็นการซื้อด้วยข้อเสนอสุดพิเศษโปรโมชั่นซื้อ 2 แถม 1 แต่พลันที่เรื่องออกมาจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรีกลับกลายเป็นว่ารัฐบาลไทยตกลงซื้อเรือดำน้ำจากจีนในราคาที่มีส่วนลดเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ขณะที่วงในระบุว่าราคาที่เจรจากันไว้เบื้องต้นนั้นอยู่ที่ประมาณลำละ 8 พันล้านบาท ส่วนราคาขายจริงประมาณ 12,000 ล้านบาท หากซื้อ 2 แถม 1 จะใช้งบประมาณ 24,000 ล้านบาท ซึ่งก็ยังต่ำกว่างบประมาณที่รัฐบาลชี้แจงถึง 12,000 ล้านบาท จึงทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงความโปร่งใสในการจัดซื้อ และไม่เพียงแต่เรื่องราคาเท่านั้น ยังมีการวิพากษ์กันถึงเรื่องคุณภาพและความจำเป็นอีกด้วย

อีกโครงการที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือการทุจริต “การก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่” ที่มีข้อครหาเรื่องปรับเพิ่มงบประมาณในโครงการติดตั้งระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือ ไอซีที และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องเป็น 8,000 ล้านบาทจากเดิมที่ตั้งไว้เพียง 3,000 ล้านบาทเท่านั้น แล้วยังมีการขยายระยะเวลาก่อสร้างให้ บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) ถึง 4 ครั้ง รวม 1,482 วัน จากเดิมที่กำหนดให้ก่อสร้างแล้วเสร็จภายใน 900 วัน ซึ่งการต่อสัญญารอบที่ 4 นั้น ส่งผลให้ซิโน-ไทย สามารถขยายเวลาก่อสร้างได้ถึงวันที่ 15 ธันวาคม 2562 ซึ่งหากไม่ขยายเวลาให้ผู้รับเหมาต้องเสียค่าปรับวันละ 12 ล้านบาท จึงมีการตั้งข้อสังเกตว่ากรณีนี้ถือเป็นการเอื้อประโยชน์ให้บริษัทเอกชนโดยไม่ชอบหรือไม่

นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.ประชาธิปัตย์ ที่เกาะติดเรื่องนี้บอกว่า โครงการนี้มีการคอรัปชันสูงมาก เฉพาะในส่วนของโครงการ ICT ก็ว่ากันไปถึง 150% แล้ว

นอกจากนั้นยังมี “โครงการจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวี” 489 คัน วงเงินงบประมาณ 4,261 ล้านบาท ซึ่งบริษัท ช.ทวี จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ได้รับสัมปทานในการจัดหารถดังกล่าว โดยวงในระบุว่าเดิมบริษัทยื่นประมูลไว้ในวงเงิน 3,800 ล้านบาทเท่านั้น แต่งบประมาณการจัดซื้อกลับเพิ่มขึ้นถึง 461 ล้านบาท ขณะเดียวกันก็ยังมีความเสียหายที่เกิดจากกรณีที่ศาลปกครองมีคำสั่งให้องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) จ่ายค่าชดเชยความเสียหายให้แก่ บริษัท เบสท์ริน กรุ๊ป จำนวน 1,100 ล้านบาท หลังจากถูกฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากกรณีที่ยกเลิกสัญญาจัดซื้อจัดจ้างรถเมล์เอ็นจีวีโดยมิชอบ ซึ่งอยู่ระหว่างการยื่นอุทธรณ์ หากสุดท้ายแล้ว ขสมก. แพ้คดีและต้องจ่ายค่าชดเชย ก็เท่ากับว่ารัฐบาลน่าจะได้รับความเสียหายจากความไม่โปร่งใสของโครงการนี้รวมแล้วไม่น้อยกว่า 1,561 ล้านบาทเลยทีเดียว

ทีมข่าวลึกทันใจขอตบท้ายด้วยผลสำรวจของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เกี่ยวกับดัชนีคอรัปชันไทยเดือนธันวาคม 2560 ที่ผ่านมาพบว่า ความรุนแรงของปัญหาการทุจริตคอรัปชันในยุครัฐบาล คสช. เพิ่มขึ้นถึง 37% สูงสุดในรอบ 3 ปี นับตั้งแต่ปี 2558 และคาดว่าการทุจริตคอรัปชันในปี 2561 จะเพิ่มขึ้นเป็น 48% โอ้! แม่เจ้า…

ทีมข่าว ลึกทันใจ รายงาน
กำลังโหลดความคิดเห็น...