xs
xsm
sm
md
lg

ลึกทันใจ : เปิดโปงเครือข่ายโยงใยทุจริตสร้างรัฐสภาใหม่ (ตอน 1)

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


รายงานพิเศษ ลึกทันใจ ตอน เปิดโปงเครือข่ายโยงใยทุจริตสร้างรัฐสภาใหม่ (ตอน 1) ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม NEWS1 วันพฤหัสบดีที่ 22 มีนาคม 2561



เรื่องทุจริตคอรัปชั่นในยุคคสช.ครองเมืองยังมีอีกเรื่องที่ประชาชนกำลังเกิดความเคลือบแคลงสงสัยในโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ โดยเฉพาะการปรับเพิ่มงบประมาณในการติดตั้งระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือไอซีที ที่เพิ่มขึ้นเป็น 8,000 ล้านบาทจากเดิมที่ตั้งไว้เพียง 3,000 ล้านบาทเท่านั้น รวมทั้งกรณีการขยายระยะเวลาก่อสร้างให้ บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) ถึง 4 ครั้ง รวมเป็น 1,482 วัน จากเดิมที่กำหนดให้การก่อสร้างต้องเสร็จภายใน 900 วัน ซึ่งการต่อสัญญารอบที่ 4 นั้น ส่งผลให้ซิโน-ไทย สามารถขยายเวลาก่อสร้างได้ถึงวันที่ 15 ธันวาคม 2562 จากเดิมที่ต้องเสร็จตั้งแต่วันที่ 24 พฤศจิกายน 2558 แล้ว และหากไม่ขยายเวลาให้ผู้รับเหมาต้องเสียค่าปรับสูงถึงวันละ 12 ล้านบาท จึงมีการตั้งข้อสังเกตว่ากรณีนี้ถือเป็นการเอื้อประโยชน์ให้บริษัทเอกชนโดยไม่ชอบหรือไม่!! ที่สำคัญปฏิเสธไม่ได้ว่าสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. ซึ่งเป็นผู้กำกับดูแลการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่นั้นมีที่มาจากการแต่งตั้งของ คสช.

ทีนี้ก็ต้องมาดูกันทีละคนว่า มีใครเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้กันบ้าง คนแรกก็คือ นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช. มีหน้าที่โดยตรงในการเร่งรัดและติดตามความคืบหน้าในการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ และยังเป็นผู้ลงนามแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารโครงการก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ ชุดปัจจุบัน หลังจากที่ยกเลิกคณะกรรมการฯ เดิมทั้ง 4 ชุดที่ สนช.ตั้งขึ้นมาก่อนหน้านี้ หากดูเพียงภายนอกนายพรเพชรจะมีตำแหน่งสูงสุดในการกำกับดูแลการก่อสร้างโครงการรัฐสภาใหม่ แต่ในทางปฏิบัติกลับมีเสียงครหาว่าผู้ที่มีอำนาจตัวจริงในโครงการนี้คือ สนช.“สายตรงบิ๊กป้อม” และเขาผู้นี้เป็นผู้คุมเกมใน สนช.แทบจะเบ็ดเสร็จ ยิ่งใหญ่ถึงขั้นที่สามารถ “ชี้นิ้วสั่ง” และ “ตะคอก” ประธาน สนช. ต่อหน้าที่ประชุมชนิดไม่ไว้หน้ากันเลยทีเดียว คนต่อมาที่น่าจับตาคือ นายชัชวาล อภิบาลศรี สนช. เป็นที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหารโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ผู้ที่โลดแล่นอยู่ในกลุ่มผู้มีอำนาจมาเป็นเวลาหลายสิบปี แม้จะไม่ได้ออกไปยืนเด่นอยู่หน้าฉาก แต่ในวงการรู้กันดีว่าเป็น “ล็อบบี้ยิสต์” ระดับซูเปอร์คอนเนกชัน เข้าได้ทุกวงการทั้งในและต่างประเทศ เชี่ยวชาญเรื่องการค้าขายอาวุธยุทโธปกรณ์ ทำให้มีสายสัมพันธ์แนบแน่นกับ “บิ๊กสีเขียว” ถึงขั้นได้รับความไว้วางใจให้นั่งเก้าอี้ ส.ว.หรือ สนช.ในทุก ๆ ครั้งที่มีการรัฐประหาร ชัชวาล ซึ่งเป็นสนช.ในสายบิ๊กป้อม มีบทบาทสูงในการกำหนดทิศทางการดำเนินงานของ สนช. และยังถูกวางตัวให้ทำหน้าที่เป็น “กุนซือ” ของประธาน สนช. โดยไม่ต้องทำหน้าที่คณะกรรมาธิการสามัญชุดใด ๆ เหมือน สนช.คนอื่น ส่วนจะเกี่ยวข้องกับไอ้โม่งที่ถูกเล่าลือว่าเป็นมือไม้ในการหาทุนเพื่อตั้งพรรคและผลักดันนายกฯ คนนอกชื่อประยุทธ์ หรือจะมีส่วนในการเอื้อประโยชน์ให้บริษัทซิโน-ไทย ของ “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกุล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในพรรคการเมืองที่สนับสนุนบิ๊กตู่ ให้กลับเข้ามาเป็นนายกฯ หรือไม่ ? ยังเป็นแค่เสียงลือในรัฐสภาและแวดวงการเมืองเท่านั้น

คนต่อไปคือนายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร คนปัจจุบันที่ได้รับแต่งตั้งให้มาแทน นางสายทิพย์ เชาวลิตถวิล ที่เกษียณอายุราชการ ช่วงปลายปี 2559 ขณะที่ นางจันทร์เพ็ญ อานามวัฒน์ รองเลขาธิการสภา ซึ่งอาวุโสอันดับหนึ่ง ขอสละสิทธิ์ เนื่องจากเป็นตำแหน่งที่ต้องเข้ามารับหน้าเสื่อในช่วงที่ข่าวการทุจริตการก่อสร้างอาคารรัฐสภาใหม่กำลังคุกรุ่น ซึ่งนายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ออกมาเรียกร้องให้นายสรศักดิ์ลาออกจากตำแหน่งเพื่อรับผิดชอบต่อกรณีการแต่งตั้ง น.ส. สุนทร รักเมือง อดีตผู้อำนวยการกองคลังรัฐสภา ให้ดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ทั้งที่กำลังถูกตรวจสอบเกี่ยวกับกรณีพัวพันการทุจริตนับสิบโครงการ ขณะที่นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ที่ติดตามตรวจสอบกรณีการทุจริตในการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ระบุว่าการก่อสร้างรัฐสภาและการสอบการทุจริตที่อยู่ในความดูแลของนายสรศักดิ์ เลขาฯ สภาคนปัจจุบัน ไม่เพียงแต่ล่าช้าอย่างเดียว แต่ยังพบว่ามีความพยายามจะจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีคัดเลือก 3 บริษัท แต่ข้าราชการฝ่ายพัสดุ 18 คนลงชื่อถึงนายสรศักดิ์ขอให้ใช้วิธีเชิญชวนทั่วไป ซึ่งเปิดโอกาสให้กับบริษัทที่เชี่ยวชาญด้าน ict.เข้ามาได้อย่างกว้างขวางมากกว่านี้น่าจะเหมาะสมกว่า ซึ่งนายวัชระ ถึงกับระบุว่าโครงการดังกล่าวมีการคอร์รัปชันกันถึง 150% โดยทำกันเป็นขบวนการ และแน่นอนว่าต้องมีผู้มีอำนาจอยู่เบื้องหลัง เป้าหมายคือการหาทุนเพื่อจัดตั้งพรรคการเมืองพรรคสีเขียว ที่ต้องมีเงินถึง 4 หมื่นล้าน ดังนั้น โครงการนี้จึงถือเป็นแหล่งขุมทรัพย์ และไม่แคร์หากจะถูกสนช.ฟ้อง เพราะไม่พอใจที่ออกมาเปิดโปงเรื่องการทุจริตในครั้งนี้ แต่กลับเห็นเป็นเรื่องดีที่จะพิสูจน์ข้อเท็จจริงในชั้นศาล ความจริงจะได้ปรากฏออกมา

โดยการดำเนินการของนายวัชระ ครั้งนี้พรรคประชาธิปัตย์ไฟเขียว เพราะต้องการหลักฐานที่เป็นเอกสารสำคัญชิ้นหนึ่งที่จะสามารถเอาผิดกับผู้ที่เกี่ยวข้องได้ โดยจะต้องใช้อำนาจศาลในการเรียกเอกสารที่ถูกจัดเก็บไว้อย่างดี และเรื่องนี้อาจทำให้มีใครบางคนต้องอยู่ในภาวะลำบากแน่ ตัวละครในเรื่องนี้ยังมีอีกหลายคนที่เชื่อว่าตอนนี้กำลังมีอาการหนาว ๆ ร้อน ๆ ส่วนจะเป็นใครอีกบ้าง โปรดติดตามตอนต่อไป


ทีมข่าว ลึกทันใจ รายงาน
กำลังโหลดความคิดเห็น...