xs
xsm
sm
md
lg

เครือข่ายผู้บริโภคยื่นความเห็น 'ร่าง พ.ร.บ.กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง' ไม่รับการตอบกลับ?

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


หัวหน้าศูนย์พิทักษ์สิทธิผู้บริโภค มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคเกี่ยวกับความจริงเรื่องพลังงาน พร้อมประธานสหพันธ์องค์กรผู้บริโภค เปิดใจหลังจากร่วมงานสัมนาเปิดรับฟังความคิดเห็น "ร่างพระราชบัญญัติกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. ..." เมื่อวันที่ 1 มิ.ย. ที่ผ่านมา ผ่านรายการ "สภากาแฟ เวทีชาวบ้าน COFFEE TALK"

วันนี้ (2 มิ.ย.) หลังจากเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน ที่ผ่านมามีการรับความเห็นของประชาชน ประชาชนได้ร่วมแค่ไหน ประชาชนได้คิดร่วผลักดัน ร่วมรู้ แค่ไหน และนายอิฐบูรณ์ อ้นวงษา หัวหน้าศูนย์พิทักษ์สิทธิผู้บริโภค มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคเกี่ยวกับความจริงเรื่องพลังงาน และน.ส.บุญยืน ศิริธรรม ประธานสหพันธ์องค์กรผู้บริโภค เป็นตัวแทนจากประชาชนร่วมงานและยื่นเอกสารเกี่ยวกับการร่างพรบ.กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ทางสำนักงานนโยบายและแผนพลังงานกลับไม่รับความคิดเห็นจากประชาชน

นายอิฐบูรณ์ อ้นวงษา กล่าวว่า การร่วมฟังความคิดเห็นเมื่อวานนี้ เป็นการดำเนินการของสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน ของกระทรวงพลังงาน เขาออกประกาศเรื่องความคิดเห็นมาตั้งแต่วันที่ 17 พ.ค. 2560 และเขาบอกว่ารับฟังความคิดเห็น กฎหมายกองทุนน้ำมันที่เกี่ยวกับเงินประมาณ 40,000 ล้านบาท ได้มีการประกาศ 1. ทางเว็บไซต์ 2. ให้เขียนเป็นเอกสารส่งไปที่อยู่สนพ. 3. จัดรับฟังจากเวทีเสวนาเมื่อวานนี้ และได้มีการกำหนดคนว่าไม่เกิน 250 คน โดยปกติแล้วการจัดรับฟังความคิดเห็นที่หลายๆ หน่วยงานทำกัน เขาต้องจัดกันทั่วประเทศ ทั่วทุกภูมิภาค ซึ่งตอนที่ผมเข้าไปก็ไม่เข้าใจคนไหนประชาชน คนไหนเป็นข้าราชการ และก่อนหน้านี้ทางสำนักนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ได้ส่งหนังสือมาที่มูลนิธิผู้บริโภค ผมคิดว่านี่คือกระบวนวิธีการให้ครบตามกฎหมาย ซึ่งเป็นจริงตามที่ผมคิด ผู้จัดงานเขาอ้างตามรัฐธรรมนูญมาตร 77 ว่าจะเขียนกฎหมายอะไร ต้องเปิดรับฟังความคิดเห็น แต่ผมเห็นอย่างหนึ่งสำคัญมากคือ มันคับแคบมากและไม่กว้างขวาง ไม่ทั่วถึงประชาชน และผมต้องให้มูลนิธิแต่งตั้งเรา 2 คน เข้าไปให้ความคิดเห็นอย่างบริสุทธิ์

น.ส.บุญยืน ศิริธรรม กล่าวว่า แต่ปัญหาคือ ไม่จัดตามภูมิภาคแล้ว จัดแค่ครั้งเดียวที่กรุงเทพมหานคร แล้วก็ไปจัดในสโมสรทหารบก ซึ่งเราคิดว่าหน่วยที่จัดรับฟังความคิดเห็นของที่อื่นไม่จำเป็นที่จะจัดในเขตทหารเลย แต่เรื่องนี้เป็นผลประโยชน์ตั้ง 40,000 ล้านบาท จัดเวทีแค่ครั้งเดียว ข้อจำกัดของคน 250 คน ซึ่งในเวทีนี้มันมีข้อจำกัดมากมาย แต่มีคนพูดกับเราว่า คุณเข้าไปคุณก็ไม่ได้พูดทั้งๆ ที่คุณลงทะเบียนฟังความคิดเห็นแล้ว คุณต้องไปลงทะเบียนหน้างานว่าคุณจะพูดด้วย ไม่งั้นคุณก็จะไม่ได้พูด นอกนั้นเราได้หนังสือเชิญ เราได้มีการประชุมกันเอากฎหมายมาศึกษาว่าเรื่องไหนถูกไม่ถูก และเราได้ทำหนังสือเป็นลายลักษณอักษรพอไปถึงเวทีก็ยื่นให้เขา ซึ่งเขาให้แสดงความคิดเห็นได้ไม่เกินคนละ 5 นาที เราจึงให้ คุณอิฐบูรณ์ อ้นวงษา และให้ร่วมเวลาของเราด้วยเป็น 10 นาที ซึ่งไม่ได้กินเวลาของคนบนเวทีเลย แต่ไม่ได้ ต้องต่างคนต่างพูด พอดิฉันพูดเขาก็ถ่ายรูปดิฉันไปลงกูรูเอนิหยี่ซึ่งเรียกว่า แบบนี้ตั้งใจมาป่วน ซึ่งเวทีความคิดเห็นที่อื่นทั่วไปมันต้องมีผู้เห็นด้วยกับผู้เห็นต่าง แล้วให้คนที่มาร่วมเวทีได้ข้อมูลทั้ง 2 ด้านครบถ้วน แล้วเขาจึงค่อยแสดงความเห็นว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย แต่เวทีที่เราไปเมื่อวานเป็นเวทีด้านเดียวคือ ให้ข้อมูลแค่ด้านเดียว

"นายทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน บอกเราว่า พรบ.ตัวนี้มันดียังไง ดิฉันมาติดขัดตรงที่ว่าเรื่องของดำเนินการกองทุน เขาบอกว่าผู้ส่งเงินเข้ากองทุนโรงกลั่น ซึ่งเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง ผู้นำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิง ผู้ซื้อหรือผู้ได้มาซึ่งแอลพีจีจากผู้รับสัมปทาน สรุปว่าผู้ประกอบทั้งนั้นเลยที่เป็นคนส่งเงินเข้ากองทุน แต่เรื่องจริงก็คือว่า เขาเป็นคนแค่จัดเก็บเงินจากประชาชนเข้ากองทุน โดยเขาคิดไปเป็นต้นทุนและบวกให้ประชาชน ประชาชนเป็นคนจ่ายเงินผ่านเข้าหัวน้ำมัน ซึ่งคนพวกนี้ไม่ได้จ่าย แต่เขาเก็บจากเราแล้วนำไปจ่าย คือโรงกลั่นซึ่งเป็นผู้ผลิตและจ่ายน้ำมันได้รับชดเชย ผู้นำเข้าน้ำมันได้รับการชดเชย ผู้ซื้อคือผู้ซึ่งได้มาแอลพีจีผู้รับสัมปทานได้การชดเชย การขอรับการชดเชยเป็นภายใน 3 ปี สรุปว่าคนจ่ายคือประชาชน แต่มีการฉ้อฉลว่าคนพวกนี้เป็นคนจ่าย แต่จริงๆ มีการเก็บจากประชาชน"บุญยืนกล่าว

หัวหน้าศูนย์พิทักษ์สิทธิผู้บริโภค กล่าวต่อว่า กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงณ วันนี้ มีการเก็บจากพี่น้องประชาชนผ่านทางหัวจ่ายน้ำมัน และทุกวันนี้เก็บในน้ำมันทุกชนิด แต่เก็บแล้วเขานำเงินไปชดเชยอุดหนุนทางราคา E20 และ E85 แล้วมีการเก็บเข้าไปในดีเซลหมุนเร็วและก๊าซหุงต้ม (LPG) แล้วที่นี่การบริหารน้ำมันของประเทศเขาไม่ได้ใช้วิธีเหมือนกับประเทศอื่น แต่เราใช้แบบระบบภาษีสรรพษามิตรซึ่งมีภาระเก็บอยู่ 5-6 บาทต่อลิตร แล้วอีกส่วนหนึ่งผ่านกองทุนน้ำมัน ซึ่งกองทุนน้ำมันเป็นการเก็บลักษณะเงินคล้ายกับภาษี แต่ภาษีสรรพษามิตรออกตามพระราชบัญญัติ แต่กองทุนน้ำมันอาศัยโอกาสคำสั่งนายกรัฐมนตรีซึ่งอาศัยพระราชกำหนดเรื่องการป้องกันการขาดแคลนน้ำมัน ที่นี่พูดตรวจการแผ่นดินตรวจสอบ ก็พบว่าพระราชกำหนดที่อ้างมาตรา 3 ไม่มีบรรทัดไหนให้อำนาจนายกรัฐมนตรีจัดตั้งกองทุนน้ำมันเลย จึงสรุปได้ว่ากองทุนน้ำมันที่เก็บจากประชาชนทุกวันนี้ไม่มีกฎหมายที่รองรับโดยชอบ และนี่คือที่มาที่เขาอยากให้มีกองทุนน้ำมันต่อไป เพื่อที่จะออกพระราชบัญญัติให้เทียบเท่ากับกฎหมายภาษี

ประธานสหพันธ์องค์กรผู้บริโภค กล่าวต่อว่า นายทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ที่ได้ขึ้นข้อมูลชี้แจ้ง เขาไม่ได้พูดถึงการชดเชยประชาชนเลย แต่ในวัตถุประสงค์บอกว่าชดเชยเรื่องเสถียรภาพ เขาได้เขียนในหนังสือไว้เลยว่า ผู้ได้รับเงินชดเชยคือโรงกลั่น แล้วถ้าเขาเอาเงินชดเชยจากกองทุนนี้ ต้องนำไปสร้างโครงสร้างพื้นฐานเงินก็จะไม่พอ สรุปคือแบกภาระเพิ่มขึ้น ซึ่งคนที่ได้รับเงินชดเชยอันนี้ก็ไม่ใช่ประชาชนเลย ซึ่งเมื่อวานเราทำหน้าที่ของเรา เราทำการบ้าน เวลาที่เขาให้พูดก็น้อย เราได้ทำเอกสารไปยื่นแสดงความคิดเห็น เพื่อให้ชัดเจนมีหลักฐานเพิ่มขึ้นว่าเราได้ยื่นแล้ว เขากลับไม่รับความคิดเห็นที่เป็นเอกสารของเรา เขาบอกว่าถ้าเป็นเอกสารให้ไปส่งทางช่องทางที่เขาจัดให้คือส่งทางไปรษณีย์ของสำนักนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เมื่อเราพูดเสร็จเราก็กลับ แต่กลับมาด่าเราว่าพูดเสร็จก็กลับ แล้วเราจะอยู่ทำไม
กำลังโหลดความคิดเห็น...