xs
xsm
sm
md
lg

KTAM ชี้ ศก.ชะลอ-หุ้นผันผวน แนะกอง ESG ลงทุนดีมีโอกาสโต

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


บลจ.กรุงไทยมองเศรษฐกิจปีหน้าชะลอตัวต่อเนื่องแต่ไม่วิกฤต หุ้นยังน่าลงทุนช่วงดอกเบี้ยต่ำแม้ผันผวน คาดดัชนีปีหน้า 1,800 จุด ล่าสุดเปิดกองใหม่ ESG เน้นความยั่งยืนและรับผิดชอบต่อสังคม มั่นใจช่วยลดความผันผวนและสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว

นางชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทคาดว่าเศรษฐกิจโลกปีหน้ายังไม่ถึงขั้นวิกฤต แต่คงอยู่ในลักษณะชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง และประเมินว่าอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจไทยจะอยู่ที่ประมาณ 3.8 เปอร์เซ็นต์ ท่ามกลางปัจจัยเสี่ยงจากทั้งในและต่างประเทศ เช่น สงครามการค้า Brexit และปัญหาภัยแลุ้ง

ขณะที่แนวโน้มเศรษฐกิจโลกในปัจจุบันต้องเผชิญกับอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจในระดับต่ำ อัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำ และอัตราเงินเฟ้อในระดับต่ำ อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าปีหน้าแนวโน้มเศรษฐกิจโลกจะกลับมาเติบโตในอัตราที่ดีขึ้นกว่าปีนี้บนสมมติฐานของสงครามการค้าไม่ได้มีความรุนแรงเพิ่มขึ้น

"การเจรจาการค้าในช่วงที่ผ่านมาส่งสัญญาณดีขึ้น โดยมองว่าอัตราภาษีคงจะไม่ยกเลิกหรือลดลงก็ตามสุดท้ายแล้วผู้ประกอบการจะสามารถกลับมาดำเนินธุรกิจตามปกติ หลังจากช่วงก่อนหน้านี้ชะลอการผลิตเพราะอยู่ในช่วงปรับตัวและหาทางออกให้ธุรกิจ" นางชวินดากล่าว

สำหรับแนวโน้มการลงทุนในหุ้นไทย บริษัทมองว่าดัชนีหุ้นไทยในปีนี้จะอยู่ที่ประมาณ 1,700 ส่วนปีหน้าจะอยู่ที่ประมาณ 1,800 และในปีถัดไปจะอยู่ที่ประมาณ 1,900 โดยหุ้นยังคงเป็นสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนดีในภาวะอัตราดอกเบี้ยต่ำแต่ยังคงผันผวนในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง โดยค่าเงินบาทในปีนี้จะยังคงแข็งค่าต่อเนื่องไปจนถึงปีหน้า คาดว่าอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทไทยจะอยู่ที่ประมาณ 31 บาทต่อดอลลาร์ในปีนี้ ส่วนปีหน้าจะอยู่ที่ประมาณ 30 บาทต่อดอลลาร์

ทั้งนี้ ล่าสุดเพื่อเป็นการสอดคล้องกับสภาวะตลาดและความยั่งยืนของสังคมบริษัทจึงได้ออกกองทุน จำนวน 2 กองทุน คือ กองทุนเปิดกรุงไทย ก่อการดี (KT-ESG) และกองทุนเปิดกรุงไทย ก่อการดี เพื่อการเลี้ยงชีพ (KT-ESGRMF) ซึ่งนับได้ว่าเป็นอีกขั้นหนึ่งของการพัฒนากองทุนโดยเป็นการต่อยอดและเสนอทางเลือกให้นักลงทุนเพิ่มมากขึ้น จากแนวทางการลงทุนของบริษัทที่มีมาโดยตลอด ที่ไม่ได้มองเพียงการลงทุนในหลักทรัพย์หรือบริษัทที่มีผลประกอบการดีเท่านั้น แต่ยังมุ่งเน้นการลงทุนในบริษัทที่มีนโยบายการประกอบธุรกิจแบบยั่งยืนและธรรมาภิบาลที่ดี

สำหรับกองทุนเปิดกรุงไทย ก่อการดี (KT-ESG) จะทำการเปิดเสนอขายครั้งแรก (IPO) ในวันที่ 21-29 ตุลาคม 2562 ที่จะถึงนี้ เป็นกองทุนรวมตราสารทุนแบบ Passive มีความเสี่ยงปานกลางค่อนข้างสูงที่ระดับ 6 โดยมีนโยบายเน้นลงทุนในตราสารแห่งทุนเพื่อให้สามารถสร้างผลตอบแทนที่ใกล้เคียงกับดัชนีผลตอบแทนรวม อีเอสจี ไทยพัฒน์ (Thaipat ESG Index (TR)) ส่วนกองทุนเปิดกรุงไทย ก่อการดี เพื่อการเลี้ยงชีพ (KT-ESGRMF) จะเริ่มเปิดเสนอขายครั้งแรกในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2562 เป็นต้นไป

นางชวินดากล่าวอีกว่า กอง ESG ที่บริษัทตั้งขึ้นจะลงทุนเชิงตั้งรับเพื่อให้มีผลงานในทิศทางเดียวกับ
ดัชนี อีเอสจี ไทยพัฒน์ โดยจะมีหุ้นที่ผ่านเกณฑ์การลงทุนอยู่ประมาณ 58 ตัว ซึ่งจะมีการคัดกรองสภาพคล่องและจัดทำกลยุทธ์แบบ equal weighted index และให้ทาง S&P Dow Jones indices เป็นผู้คำนวณและเผยแพร่ให้นักลงทุนทราบ

ทั้งนี้ เชื่อว่าการลงทุนในบริษัทที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมครบทุกด้านจะสามารถสร้างผลตอบแทนได้เหมือนการลงทุนทั่วไป โดยดูได้จากผลงานย้อนหลังตั้งแต่ต้นปีการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ (รวมปันผล) อยู่ที่ 8.6% ขณะที่ผลตอบแทนย้อนหลังของดัชนีไทยพัฒน์อยู่ที่ 10.2% นอกจากนี้ การลงทุนในกลุ่ม ESG ยังเพิ่มโอกาสด้านการเติบโตในการลงทุนควบคู่ไปด้วยได้ เพราะหุ้นที่อยู่ในกลุ่มสามารถลงทุนได้มีทั้งหุ้นขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็กประกอบกัน

"การคัดกรองเรื่องคุณสมบัติ ESG จากสถาบันไทยพัฒน์ ที่จะต้องปลอดจากการกระทำความผิด โดยที่บริษัทหรือคณะกรรมการหรือผู้บริหารระดับสูงของบริษัทต้องไม่ถูกสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวโทษหรือเปรียบเทียบปรับในรอบปีประเมิน รวมถึงมีการกระจายการถือหุ้นโดยผู้ถือหุ้นรายย่อย (Free Float) ที่เป็นธรรมและเหมาะสมเป็นไปตามที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยกำหนดอีกด้วย จากทั้งหมดนี้จะได้กลุ่มหลักทรัพย์ ESG100 ที่สามาถลงทุนได้เบื้องต้น" นางชวินดากล่าว
กำลังโหลดความคิดเห็น...