xs
xsm
sm
md
lg

ชี้เป้ากลุ่มหุ้นน่าลงทุนไตรมาส 4 กำไรโตเด่น รับดอกเบี้ยขาลง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


โดยทีมจัดการการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทิสโก้ จำกัด

สถานการณ์สงครามการค้าและการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับจีนยังคงหาข้อสรุปไม่ได้ โดยสิ่งที่เกิดขึ้นในรายวันหรือรายสัปดาห์มีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาทั้งในเชิงบวกและลบ ซึ่งยากที่จะคาดการณ์ในช่วงสั้น อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ทำให้การเจรจาดังกล่าวไม่ได้ข้อสรุปนั้น หลักๆ เป็นสิ่งที่อยู่นอกเหนือจากประเด็นเรื่องการค้า โดยเฉพาะในเรื่องของเทคโนโลยีและสินทรัพย์ทางปัญญา แม้ว่าจีนจะยอมผ่อนปรนในเชิงการค้า โดยการนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ มากขึ้น รวมไปถึงการเลื่อนบังคับใช้การขึ้นภาษีสินค้านำเข้าก็ตามที แต่ในประเด็นอื่นนั้นยังคงไม่มีการพูดคุยหรือมีความคืบหน้าอย่างมีสาระสำคัญ ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดหลังจากนี้ รวมถึงผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานในวงกว้าง

อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนต่างๆ เหล่านี้ที่เกิดขึ้นได้ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจของโลกชะลอตัวลงหรือหดตัวลงอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจหดหายเพื่อรอดูท่าทีและความชัดเจนก่อน จะเห็นได้จากดัชนี PMI โดยเฉพาะภาคการผลิตในหลายประเทศสำคัญที่อยู่ในโซนของการชะลอตัว หรือตัวเลขการส่งออกที่หดตัวลงก็ตามที และนั่นทำให้ธนาคารกลางในหลายประเทศกลับมาใช้นโยบายทางการเงินแบบผ่อนคลายและมีทีท่าผ่อนคลายมากขึ้น โดยเฉพาะล่าสุดที่ ECB ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายติดลบเพิ่มอีก 10 bps พร้อมกับ QE Measurement แบบไม่มีกำหนดเวลา

ในลำดับต่อไป ตลาดยังจับตาและคาดหวังการลดดอกเบี้ยนโยบาย 25 bps ในการประชุม Fed ปลายเดือนก.ย.นี้ พร้อมกับ Guidance ต่อทิศทางนโยบายการเงินหลังจากนี้ แม้ว่าตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ยังคงดูดีกว่าประเทศอื่นๆ โดยเปรียบเทียบ เนื่องจากการพึ่งพิงการบริโภคราว 70% ของ GDP จะไม่ได้สนับสนุนให้ลดดอกเบี้ยแต่อย่างใด แต่อีกมุมหนึ่งตัวเลขที่ออกมาก็เริ่มเป็นไปในลักษณะชะลอตัว ขณะที่ Guidance ของ Fed เชื่อว่าจะยังคงไว้ในลักษณะของการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและพร้อมที่จะ Action เพื่อรักษาระดับการเติบโตของเศรษฐกิจเอาไว้ ในส่วนของการปรับลดดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งค่อนข้างอนุรักษนิยมคาดว่าจะเกิดขึ้นหลังจากธนาคารกลางอื่นๆ

สำหรับการลงทุนในตลาดหุ้นไทย เราประเมิน SET Index Target ณ สิ้นปี 2019 จะลดลงเหลืออยู่ที่ระดับ 1,720 จุด โดยเป็นการปรับลดตามคาดการณ์กำไรสุทธิปีนี้ที่ถูกปรับลดลงสอดคล้องกับภาพเศรษฐกิจที่อ่อนแอลง ภายใต้สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้กลยุทธ์การลงทุนของเราในไตรมาสที่ 4/2019 เน้นไปที่หุ้นที่ได้รับผลบวกจากดอกเบี้ยที่เป็นขาลงและมีความเสี่ยงของผลประกอบการน้อย กำไรจากการดำเนินงานมีความชัดเจนและความแน่นอนสูง ซึ่งกลุ่มอุตสาหกรรมที่เราให้น้ำหนักมากกว่าตลาด ได้แก่ กลุ่มสื่อสารและโทรคมนาคม พาณิชย์และค้าปลีก พัฒนานิคมอุตสาหกรรม Consumer Finance และให้น้ำหนักที่น้อยกว่าตลาด ได้แก่ กลุ่มธนาคารพาณิชย์ พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
กำลังโหลดความคิดเห็น...