xs
xsm
sm
md
lg

อเบอร์ดีนชี้ไทยแหล่งพักเงิน ชู3กลยุทธ์ขยายฐานลูกค้ากองทุน

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


นายโรเบิร์ต เพนนาโลซา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารประจำประเทศไทย เผยว่า ในครึ่งแรกของปี 2562 สินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการของบริษัท สามารถเติบโตได้กว่า 5.3% เมื่อเทียบกับผลการดำเนินงานเดือนธันวาคม ปี 2561 ที่ผ่านมา แม้ว่าสภาวะตลาดในปัจจุบันจะยังมีความผันผวนและไม่แน่นอนอันเนื่องมาจากผลกระทบจากปัจจัยของสงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน และ”ด้วยความมุ่งมั่นในการทำธุรกิจและให้บริการแก่ลูกค้าในประเทศไทยอย่างเต็มศักยภาพ อเบอร์ดีน สแตนดาร์ด อินเวสเม้นท์ ได้กำหนดแผนกลยุทธ์ในการรุกตลาดลงทุน แบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ

1) การนำเอาแนวทางการลงทุนตามมาตรฐานระดับสากลโลกมาเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้แก่นักลงทุนไทย
2) การพัฒนาขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีในการทำธุรกรรมกองทุนเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายและเข้าถึงง่ายให้แก่ผู้ลงทุน3) ผสมผสานแนวทางการลงทุนแบบ ESG สู่อุตสาหกรรมการลงทุนไทย

นายโรเบิร์ต กล่าวต่อว่า “ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงและเติบโตด้านเทคโนโลยีในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ทำให้เกิดการแข่งขันและผลักดันในการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ ในธุรกิจกองทุนรวมและธนาคารพาณิชย์มากขึ้น ด้วยเหตุนี้ อเบอร์ดีน สแตนดาร์ด อินเวสเม้นท์ จึงปรับแผนกลยุทธ์ให้มุ่งเน้นหลักจ First” ด้วยการทุ่มงบประมาณในการพัฒนาธุรกรรมออนไลน์ eAvenue จากเดิมให้ง่าย ทันสมัยเป็นสากล และมีรูปลักษณ์สวยงามมากยิ่งขึ้นเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายตอบโจทย์ความต้องการการทำธุรกรรมออนไลน์ให้แก่ผู้ลงทุน โดยคาดว่าจะสามารถเปิดตัวให้ได้ใช้บริการประมาณต้นปี 2563 เป็นต้นไป”

นอกจากนี้ บริษัทยังได้จับมือร่วมกันกับทางตลาดหลักทรัพย์ในการพัฒนาโครงการ Capital Market Digital Gateway ให้สามารถทำธุรกรรมกองทุนออนไลน์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เพิ่มช่องทางการขายหน่วยลงทุนอันจะสร้างความสะดวกสบายและเข้าถึงง่ายให้แก่ผู้ลงทุน ซึ่งจะช่วยยกระดับประสบการณ์และศักยภาพด้านการลงทุนให้ดียิ่งขึ้น

ส่วนมุมด้านเศรษฐกิจ นายโรเบิร์ต กล่าว่าท่ามกลางสภาวะความตึงเครียดด้านการค้าระหว่างจีนและสหรัฐ อเบอร์ดีน สแตนดาร์ด อินเวสเม้นท์ ยังเชื่อมันว่าเศรษฐกิจไทยยังคงเดินหน้าต่อไปได้ ประเทศไทยยังคงเป็นแหล่งพักเงินที่ปลอดภัยเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ในอาเซียน ด้วยกันจากปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งจากการเกินดุลบัญชีเดินสะพัดและทุนสำรองเงินตราต่างประเทศ

การเมืองก็เริ่มเดินหน้าไปในทิศทางที่ดีขึ้น จากการที่มีการจัดตั้งรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งไปเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา และรัฐบาลชุดปัจจุบันที่มีความพยายามในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านทางโครงการต่าง ๆ ที่รวมไปถึงโครงสร้างพื้นฐาน เช่น โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกหรือ Eastern Economic Corridor (EEC) นอกจากนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทยยังสร้างความประหลาดใจด้วยการประกาศลดอัตราดอกเบี้ยลงร้อยละ 0.25 ต่อปี ปัจจัยเหล่านี้เป็นปัจจัยหนุนที่สนับสนุนให้โครงสร้างทางเศรษฐกิจและการเงินของประเทศไทยน่าสนใจเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านอื่น ๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ผลกระทบจากความตึงเครียดด้านการค้าระหว่างจีนและสหรัฐ รวมถึงความผันผวนจากนักลงทุนทั่วโลกอาจมีผลต่อภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว เมื่อมองด้านการส่งออก หลายๆ บริษัทกำลังมองหาประเทศทางเลือกเพื่อย้ายฐานการผลิตในการช่วยลดความเสี่ยงและป้องกันต้นทุนที่จะเกิดขึ้นจากสงครามการค้า ซึ่งคาดว่าจะยังไม่สามารถตกลงกันได้ในเร็วๆ นี้ ดังนั้น เราเชื่อว่า ประเทศไทย จะยังเป็นหนึ่งในประเทศเป้าหมายที่รองรับการย้ายฐานการผลิตในภูมิภาค  เพราะเรามีความพร้อมทางด้านโครงสร้างพื้นฐานและห่วงโซ่การผลิต อย่างไรก็ตาม การที่หลายบริษัทย้ายมาไทยมากเกินไป ไทยอาจเป็นเป้าหมายในการขึ้นภาษีเนื่องจากดุลการค้าที่สูงได้ในระยะยาว
กำลังโหลดความคิดเห็น...