xs
xsm
sm
md
lg

BKI มั่นใจสิ้นปีเบี้ยรวมแตะ 2 หมื่นล้าน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ดร.อภิสิทธิ์ อนันตนาถรัตน กรรมการและประธานคณะผู้บริหาร บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ BKI เปิดเผยว่า ในช่วงครึ่งหลังของปี 2562 นี้คาดการณ์ว่าธุรกิจประกันวินาศภัยจะได้รับผลกระทบจากปัจจัยลบหลายประการ เช่น การส่งออกที่ชะลอตัวจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ยอดจำหน่ายรถยนต์ใหม่ที่เริ่มโตติดลบเป็นครั้งแรกในรอบ 30 เดือน โดยเท่ากับ -2.1% ในเดือนมิถุนายน (ที่มา : Toyota Motor Thailand : ยอดจำหน่ายรถยนต์ใหม่สะสมเดือน ม.ค.- มิ.ย. 2562 ขยายตัวได้ 7.1%) รวมถึงผลจากการกำหนดเพดานอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกัน (LTV Ratio) ของธนาคารแห่งประเทศไทยที่เข้มงวดขึ้นและมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 เมษายน 2562 ที่ผ่านมา ส่งผลให้จำนวนที่อยู่อาศัยสร้างเสร็จจดทะเบียนในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้หดตัว 36.9% (ที่มา : BAM)

ในขณะเดียวกัน แผนการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมของภาครัฐโครงการใหม่ๆ มีแนวโน้มที่จะเลื่อนออกไป ปัญหาด้านกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ยังไม่ฟื้นตัว ราคาสินค้าเกษตรหลักยังตกต่ำต่อเนื่อง เช่น อ้อย ยางพารา ปาล์มน้ำมัน อีกทั้งปัญหาภัยแล้งที่ส่งผลต่อพื้นที่เกษตรกรรมเป็นบริเวณกว้าง เป็นต้น
สำหรับด้านปัจจัยบวกที่มี อาทิ มาตรการภาครัฐด้านการควบคุมราคายาและค่ารักษาพยาบาลของโรงพยาบาลเอกชน ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดค่าสินไหมทดแทนของประกันสุขภาพและประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคลลงได้ อีกทั้งโอกาสในการขยายตลาดด้วยกรมธรรม์ประกันภัยรูปแบบใหม่ภายใต้นโยบายของภาครัฐ เช่น ประกันเหมืองแร่ ประกันลำไย ประกันเรือประมง เป็นต้น

ทั้งนี้ หากมองถึงการแข่งขันของบริษัทประกันวินาศภัยในช่วงครึ่งหลังของปี 2562 นี้ ด้านการประกันภัยทรัพย์สินยังคงมีแนวโน้มการแข่งขันสูง เนื่องจากเป็นไปตามภาวะตลาดประกันภัยทรัพย์สินทั่วไปและในช่วงปีหลังๆ ไม่มีมหันตภัยรุนแรง ส่งผลให้อัตราเบี้ยประกันภัยต่อในตลาดโลกมีแนวโน้มคงที่หรือลดลงในช่วงเวลาที่เหลือของปี ส่วนตลาดลูกค้ารายย่อยนั้นคาดว่ากลยุทธ์การตลาดที่เด่นชัด คือ การแสวงหาพันธมิตรใหม่เพื่อจำหน่ายประกันภัยให้กับฐานลูกค้าของพันธมิตรผ่านช่องทางออนไลน์หรือแอปพลิเคชัน เช่น ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ สถาบันการเงิน และผู้ให้บริการรับส่งสินค้า เป็นต้น นอกจากนี้ จะได้เห็นกรมธรรม์ประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองเฉพาะเจาะจงตรงตามความต้องการและพฤติกรรมของแต่ละกลุ่มเป้าหมาย ทำให้มีค่าเบี้ยประกันภัยที่ถูกลง ซึ่งเป็นผลจากการที่บริษัทประกันภัยต่างๆ เริ่มเก็บรวบรวมข้อมูลของลูกค้าให้อยู่ในรูปแบบ Big Data และจัดทำ Data Analytics เพื่อคัดเลือกกลุ่มลูกค้าที่มีความเสี่ยงต่ำหรือมีศักยภาพในการขยายตลาด

สำหรับผลการดำเนินงานของบริษัทฯ งวด 6 เดือนของปี 2562 มีเบี้ยประกันภัยรับรวม 9,707.2 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2561 เพิ่มขึ้นร้อยละ 19.1 มีกำไรสุทธิจากการรับประกันภัยหลังหักค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานแล้ว 510.7 ล้านบาท รายได้สุทธิจากการลงทุน 870.9 ล้านบาท และมีกำไรก่อนค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ 1,381.6 ล้านบาท เมื่อหักค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้แล้วบริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 1,258.2 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยเมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันกับปีที่ผ่านมา และมีกำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน 11.82 บาท

โดยแนวทางการดำเนินงานของบริษัทฯ ในช่วงครึ่งหลังของปี 2562 นี้ บริษัทฯ จะเน้นการรับประกันภัยอย่างมีคุณภาพ เพื่อรักษาผลกำไรจากการรับประกันภัย โดยการพิจารณารับประกันภัยอย่างระมัดระวัง และมีการควบคุมความเสี่ยงภัยที่เข้มงวดมากขึ้น ดังนี้ มีการพัฒนาระบบข้อมูลและ Business Intelligence ให้พนักงานเข้าถึงสถิติข้อมูลผลการรับประกันภัยของกรมธรรม์แต่ละประเภทได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว สามารถจำแนกได้ถึงระดับคู่ค้าหรือลูกค้าแต่ละราย เพื่อให้พนักงานมีข้อมูลประกอบการพิจารณารับประกันภัยใหม่หรือต่ออายุกรมธรรม์อย่างครบถ้วน สามารถเสนออัตราเบี้ยประกันภัยได้อย่างเหมาะสมกับระดับความเสี่ยงภัย

นอกจากนี้ เพื่อให้บริษัทฯ บรรลุเป้าหมายเบี้ยประกันภัยรับรวมในปี 2562 ที่ 20,000 ล้านบาทนั้น บริษัทฯ มีแนวทางด้านการขยายเบี้ยประกันภัย ดังนี้
การออกผลิตภัณฑ์ Package ใหม่ที่เจาะกลุ่มเป้าหมายเฉพาะกลุ่ม มีความคุ้มครองและระดับราคาที่เหมาะสมกับลูกค้าเป้าหมาย โดยล่าสุดบริษัทฯ ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัย 3 โรคกวนใจ ที่คุ้มครองโรคไข้หวัดใหญ่ มือเท้าปาก และโรคร้ายจากยุง ขยายงานประกันภัยในต่างจังหวัด โดยจะจัดตั้งสาขาใหม่ อีก 3 สาขา ที่จังหวัดสมุทรสาคร สุพรรณบุรี และลำปาง ภายในไตรมาส 4 นี้
กำลังโหลดความคิดเห็น...