xs
xsm
sm
md
lg

ทิสโก้ส่งคอนเซอเวทีฟ อินคัม รับมือหุ้นผันผวน-เศรษฐกิจชะลอ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


นายสาห์รัช ชัฏสุวรรณ ผู้อำนวยการสายการตลาดและที่ปรึกษาการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทิสโก้ จำกัด กล่าวว่า ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาดัชนีหุ้นไทยปรับเพิ่มขึ้นเกือบ 5% รับข่าวธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ส่งสัญญาณชะลอขึ้นอัตราดอกเบี้ย การเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีนมีความคืบหน้า และราคาน้ำมันฟื้นตัว แต่หลังจากนี้ บลจ.ทิสโก้มองว่าตลาดหุ้นไทยจะเริ่มผันผวน เพราะผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนจะเริ่มชะลอตัวตามภาวะเศรษฐกิจในประเทศ

“ตลาดหุ้นไทยในระยะยาวแม้ว่าจะมีแนวโน้มที่ดี โดยคาดว่าจะมีการลงทุนต่อเนื่องโดยเฉพาะจากภาครัฐ ขณะที่สภาวะดอกเบี้ยยังคงอยู่ในระดับต่ำ มีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ดึงดูดเม็ดเงินลงทุนต่างชาติให้เข้ามาลงทุนในไทย แต่ในขณะเดียวกัน ยังมีปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ที่คาดว่าจะเข้ามาสร้างความกังวลต่อนักลงทุนอย่างต่อเนื่อง เช่น เศรษฐกิจไทยที่อาจจะเติบโตน้อยลงจากปัจจัยสงครามการค้า และท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากนักท่องเที่ยวจีนที่ชะลอลง ส่งผลต่อผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนที่อ่อนตัวลงตาม บลจ.ทิสโก้จึงคาดว่าตลาดหุ้นไทยจะยังคงมีความผันผวนสูงตลอดปี” นายสาห์รัชกล่าว

กลยุทธ์การลงทุนสำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ไม่มากนัก แนะนำให้กระจายสินทรัพย์การลงทุนเพื่อลดความผันผวนของผลตอบแทน เพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว ซึ่งล่าสุด บลจ.ทิสโก้ได้เปิดเสนอขายกองทุนเปิด ทิสโก้ คอนเซอเวทีฟ อินคัม (TCINC) ความเสี่ยงระดับ 5 (เสี่ยงปานกลางค่อนข้างสูง) กองทุนรวมผสมที่เน้นลงทุนในตราสารหนี้ และกระจายการลงทุนไปยังสินทรัพย์อื่น เช่น หุ้น กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ กองทุนโครงสร้างพื้นฐาน ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน เงินฝาก หลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น ทั้งในประเทศ และ/หรือต่างประเทศ เสนอขายวันแรก (IPO) 11-20 มี.ค. 2562 นี้

นายสาห์รัชกล่าวว่า กองทุน TCINC มีจุดเด่นคือ ผู้ลงทุนได้กระจายสินทรัพย์การลงทุนได้อย่างหลากหลาย ปัจจุบันผู้จัดการกองทุนให้น้ำหนักการลงทุนในตราสารหนี้ 80% ของของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน (NAV) พร้อมเพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนที่ดีจากการลงทุน เพราะให้น้ำหนักการลงทุนในหุ้นอีก 10% และกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ และกองทุนโครงสร้างพื้นฐานอีก 10% ของ NAV ส่วนประเด็นราคาตราสารหนี้ในประเทศนั้นมองว่ายังไม่ใช่เรื่องที่น่ากังวลนัก เพราะคาดว่าในปีนี้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะยังไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย เนื่องจากเศรษฐกิจไทยยังมีความเสี่ยงอีกหลายประการที่ต้องได้รับการสนับสนุนจากนโยบายการเงินในเชิงผ่อนคลาย

กองทุน TCINC อาจมีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนจากการลงทุนในต่างประเทศ จึงมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนรวม
กำลังโหลดความคิดเห็น...