xs
xsm
sm
md
lg

ไทยประกันชีวิตยึด “คน” ลุยธุรกิจ ตั้งเป้ากวาดเบี้ยปีจออีก 1.7 หมื่นล้าน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


ไทยประกันชีวิตตั้งเป้าปีจอกวาดเบี้ยปีแรกอีก 1.7 หมื่นล้าน ย้ำเน้นช่องทางตัวแทนยึด “คน” เป็นเฟืองหลักขับเคลื่อนธุรกิจ แม้ต้องปรับตัวรับดิจิตอลเพื่อประสิทธิภาพการทำงาน พร้อมพัฒนาตัวแทนเต็มที่ หวังรุกขายสินค้าคุ้มครองควบลงทุนยูนิตลิงก์มากขึ้น วางแผนกลยุทธ์ 3 ระยะ 7 ประการลุยทำธุรกิจเพื่อการเติบโตแบบยั่งยืน

นายไชย ไชยวรรณ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เป้าหมายการดำเนินงานในปี 2561 บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายเบี้ยประกันรับปีแรก 17,000 ล้านบาท เติบโตจากปี 2560 ประมาณ 15% โดยแบ่งเป็นช่องทางตัวแทน 11,800 ล้านบาท และช่องทาง Non Agent 5,200 ล้านบาท โดยเน้นขายสินค้าประเภทคุ้มครอง สินค้าออมทรัพย์ระยะเวลา 20 ปีขึ้นไป สัญญาพิเศษเพิ่มเติม รวมถึงสินค้าควบการลงทุน ทั้งยูนิตลิงก์และยูนิเวอร์แซลไลฟ์ซึ่งเป็นสินค้าที่สามารถตอบโจทย์กลุ่มผู้มีเงินออม

ทั้งนี้ แม้ว่าบริษัทฯ จะนำเทคโนโลยีหรือดิจิตอลเข้ามามีบทบาทในการพัฒนาระบบงาน การบริการ หรือช่องทางการขาย แต่หัวใจหลักของธุรกิจประกันชีวิต คือการสร้างความผูกพันกับคน โดยเฉพาะช่องทางตัวแทน แม้จะนำเทคโนโลยีเข้ามาสนับสนุนการขาย แต่สิ่งสำคัญคือ ต้องสร้างความไว้วางใจ ความรัก และความผูกพันให้เกิดแก่ผู้เอาประกัน ต้องมีความเป็นมืออาชีพ รวมถึงการขายผ่านช่องทางออนไลน์ ที่ต้องมีความเป็นเพื่อนคู่คิดและเป็นที่ปรึกษาวางแผนชีวิตเช่นเดียวกัน เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับการบริการที่ดีไม่แตกต่างจากตัวแทน

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันธุรกิจประกันชีวิตมีการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน อันเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงของกระแสโลก การก้าวกระโดดของเทคโนโลยี ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภค ทั้งพฤติกรรมการซื้อสินค้าและการบริการ ส่งผลให้บริษัทได้เตรียมแผนยุทธศาสตร์เพื่อรองรับสถานการณ์ธุรกิจและการปรับเปลี่ยนของผู้บริโภคในปัจจุบันรวมถึงอนาคต ทั้งในระยะ 10 ปี 5 ปี และ 3 ปี เพื่อกำหนดทิศทางการดำเนินธุรกิจอย่างชัดเจนเพื่อให้บริษัทมีการเติบโตอย่างยั่งยืน

นายไชยกล่าวอีกว่า ยุทธศาสตร์ดังกล่าวนั้นจะให้ความสำคัญต่อ “คน” และได้เริ่มต้นไปแล้วตั้งแต่ปี 2558 ประกอบด้วยกลยุทธ์หลัก 7 ด้าน ได้แก่ 1. ยึดประโยชน์ของผู้บริโภคเป็นหลัก โดยมุ่งตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในเชิงลึกและครบรอบด้าน ผ่านการพัฒนาสินค้าและบริการให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภค ช่องทางการขาย และโอกาสทางการตลาด โดยนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน 2. พัฒนาช่องทางการขายให้มีศักยภาพและมีความหลากหลายมากขึ้น รองรับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะช่องทางตัวแทน ที่ต้องพัฒนาสู่การเป็นผู้วางแผนดูแลชีวิต หรือ Life Partner ด้วยการสร้างองค์ความรู้ให้แก่ตัวแทนในทุกด้าน รวมถึงความสามารถด้านเทคโนโลยี โดยเฉพาะการผลักดันให้ตัวแทนสอบใบอนุญาต SIC (Security Investment Consultant) เพื่อขายสินค้าประเภทยูนิตลิงก์หรือยูนิเวอร์แซลไลฟ์ซึ่งเป็นสินค้าที่มีแนวโน้มขยายตัวในอนาคต

3. การขยายธุรกิจสู่ตลาดในภูมิภาคอื่น โดยเริ่มจากประเทศในกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ซึ่งเป็นประเทศที่มีศักยภาพ และมีแนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจอยู่ในเกณฑ์ที่ดี โดยตั้งเป้าเป็นบริษัทขนาดใหญ่ 1 ใน 5 ด้านเบี้ยประกันรับปีแรกและเบี้ยประกันรับรวม 4. ให้ความสำคัญต่อการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนคุ้มค่า รวมถึงการบริหารความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด เนื่องจากบริษัทฯ ตระหนักดีว่าเงินลงทุนมาจากเบี้ยประกันที่ผู้เอาประกันชำระให้แก่บริษัทฯ โดยเฉพาะการดำรงเงินกองทุน (CAR Ratio) ณ สิ้นไตรมาสที่ 3 ปี 2560 อยูที่ 310% ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กำหนดไว้ที่ 140%

5. การบริหารต้นทุนให้เกิดประสิทธิภาพ ปรับลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น 6. ปรับปรุงระบบจัดการธุรกิจและนำเทคโนโลยีใหม่มาพัฒนาการดำเนินงาน ทั้งระบบการให้บริการ ช่องทางการขาย และ 7. การสร้างแบรนด์ เพื่อมุ่งสู่การเป็นแบรนด์ชั้นนำที่สร้างแรงบันดาลใจ และอยู่ในใจผู้บริโภคทุกคน

“บริษัทฯ ไม่เพียงกำหนดนโยบายการดำเนินธุรกิจในแต่ละปีเพื่อรับกับการเปลี่ยนแปลงได้อย่างทันท่วงทีเท่านั้น แต่ยังกำหนด Road Map ในการดำเนินธุรกิจในระยะกลางและระยะยาวเพื่อปรับปรุงและพัฒนาองค์กรในทุกๆ ด้าน สร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันอย่างยั่งยืน สามารถตอบสนองความต้องการของกลุ่มเป้าหมายและลูกค้าที่เปลี่ยนไปในอนาคต” นายไชยกล่าว


กำลังโหลดความคิดเห็น...