xs
xsm
sm
md
lg

กองทุนปีหมาคึกรับ ศก.โต หุ้นเด่น “ธีมฟันด์” น่าลงทุน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


ประเดิมปี 61 ดัชนีหุ้นไทยวิ่งปรู๊ดทะลุ 1,800 ไปหนึ่งรอบ ส่งสัญญาณสร้างบรรยากาศคึกคักกันตั้งแต่ต้นปี ส่วนจะเดินหน้าทำสถิติใหม่ตลอดทั้งปีหรือเปล่าคงต้องติดตามกันต่อไป แต่ถ้าดูแนวโน้มปีนี้แล้วยังไม่เห็นหลุมบ่อ หรือกับดักอะไรที่จะทำให้หุ้นไทยต้องสะดุดหัวทิ่มหัวตำ จะมีก็เพียงอัตราดอกเบี้ย และเงินเฟ้อที่ต้องจับตากันในต่างประเทศเท่านั้น ซึ่งเมื่อเป็นแบบนี้แล้วเชื่อ (คนเดียว) ว่าทุกอย่างจะราบรื่นไปทั้งปีก็เป็นได้

สำหรับธุรกิจกองทุนรวมปีนี้จะคึกคักตามหุ้นไทยหรือไม่น้้น ต้องบอกเลยว่าเศรษฐกิจดี บรรยากาศลงทุนดี ผลงานดี เชื่อว่าอะไรๆ ก็คงดีตามไปด้วย แต่นั่นเป็นเพียงแค่ความเห็นส่วนตัวเท่านั้น คงต้องมาดูกันว่าบรรดาผู้บริหารของแต่ละค่ายป้อมในธุรกิจนี้เขาคิดอย่างไรกันบ้าง

เริ่มต้นกันที่ คุณวศิน วณิชย์วรนันต์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด พูดถึงเรื่องนี้ว่า ธุรกิจกองทุนรวมในปีนี้คาดว่ายังคงเติบโตได้จาก sentiment การลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศที่ยังดูดีต่อเนื่องจาก 1) เศรษฐกิจที่ฟื้นตัวชัดเจนทั่วโลกในปีนี้และต่อเนื่องไปในปีหน้า 2) อัตราดอกเบี้ยที่ยังอยู่ในระดับต่ำ ประเทศมหาอำนาจมีเพียงสหรัฐฯ ที่ปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย รวมถึง QE ของยุโรปและญี่ปุ่นที่ยังดำเนินอยู่ ทำให้สภาพคล่องทั่วโลกยังมีอยู่สูง 3) ตลาดหุ้นแม้จะมีราคาแพงแทบทุกตลาดแต่อัตราเงินปันผลยังน่าดึงดูด รวมถึงอัตราการทำกำไรของบริษัทจดทะเบียนของหลายประเทศปรับตัวสูงขึ้น เมื่อเทียบกับตราสารหนี้ที่ระดับราคาแพงจากอัตราดอกเบี้ยต่ำต่อเนื่องมาหลายปี หุ้นเลยยังดูน่าสนใจกว่า

ดังนั้น ภาวะการแข่งขันและประเภทกองทุนที่เป็นที่นิยมน่าจะเป็นภาพต่อเนื่องจากปีนี้คือ กองทุนกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง ได้แก่ หุ้นต่างประเทศ หุ้นตามธีมการลงทุน หรือกลุ่มอุตสาหกรรม รวมถึงกองทุนที่มีนโยบายจ่ายกระแสเงินสดประจำ (Income Fund) ทั้งที่ลงทุนในตราสารหนี้และลงทุนในหลายสินทรัพย์

ทั้งนี้ กองทุน Income Fund ยังได้รับความสนใจมากจากนักลงทุนที่ลงทุนในหุ้นแต่กังวลในราคาที่ปรับขึ้นมามาก และนักลงทุนที่ย้ายมาจากการลงทุน Term Fund เพราะผลตอบแทน Term Fund ต่ำลงกว่าเดิม ซึ่งปีหน้าแนวโน้มก็น่าจะเป็นเช่นเดียวกัน และคาดว่าปีหน้าสรรพากรจะเริ่มเก็บภาษีจากกองทุนตราสารหนี้ ก็ยิ่งจะทำให้กองทุนที่มีความเสี่ยงสูงขึ้นมีความน่าสนใจ ซึ่งมองว่ากองทุนประเภท Income น่าจะได้รับอานิสงส์นี้เป็นอันดับแรก

แนวโน้มของกองทุนรวมปีนี้จะมีโจทย์ใหม่ๆ มากมายเพื่อมุ่งสร้างผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้นจากตราสารประเภทใหม่ๆ ภูมิภาคใหม่ กลยุทธ์การลงทุนใหม่ ทั้งในกองทุนเดิมและกองทุนใหม่ โดยเฉพาะการลงทุนตรงของ บลจ.เองทั้งในและต่างประเทศ ส่วนกองทุน FIF คาดว่าจะมีกลุ่มหุ้นต่างประเทศที่ระดับราคายังไม่แพงเกินไปและมีศักยภาพในการเติบโตสูง รวมถึงกองทุนที่มีกลยุทธ์การลงทุนแบบ Long/Short ในหลายหลักทรัพย์ ซึ่งมุ่งสร้างผลตอบแทนที่ดีโดยไม่สัมพันธ์กับผลตอบแทนตลาดโดยรวม เนื่องจากมองว่ามีความเหมาะสมในภาวะที่ตลาดหุ้นและตราสารหนี้แพงและผู้ลงทุนมีความเข้าใจการลงทุนในเชิงลึกมากขึ้นพอสมควรแล้ว

คุณวศินยังบอกอีกว่า การแข่งขันในธุรกิจนี้นั้นเชื่อว่าจะยังอยู่ในกลุ่ม บลจ.ใหญ่และขนาดกลางซึ่งมีฐานลูกค้าส่วนใหญ่ และมีศักยภาพในการออกกองทุนหลากหลายมากรูปแบบกว่า การแข่งขันมีแนวโน้มสูงเนื่องจาก Sentiment การลงทุนที่ยังดีต่อเนื่องทำให้ยังมีดีมานด์ที่จะซื้อกองทุนใหม่ๆ ออกมาเรื่อยๆ นอกจากนี้ บลจ.ที่จะได้ส่วนแบ่งการตลาดมากขึ้นน่าจะเป็น บลจ.ที่มีความชำนาญหรือจุดแข็งในกองทุนประเภทหุ้น และ Income ในและต่างประเทศ และสุดท้ายคือ การที่นักลงทุนมีความรู้ความเข้าใจ สามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูลและเครื่องมือในการรับทราบข้อมูลกองทุนมากขึ้น (ข้อมูลการจัดอันดับผลตอบแทนกองทุนจากเว็บไซต์, Application การลงทุนที่ให้ข้อมูลผลตอบแทนและรายละเอียดกองทุนที่ครบและลึกขึ้น) ทำให้สามารถเปรียบเทียบและเลือกลงทุนกับกองทุนที่มีผลตอบแทนโดดเด่น

ขณะที่ คุณณรงค์ศักดิ์ ปลอดมีชัย กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน บลจ.ไทยพาณิชย์ จำกัด บอกว่า บริษัทมองว่าธุรกิจกองทุนรวมยังมีศักยภาพโตอย่างต่อเนื่อง และกองทุนที่คาดว่าจะได้รับความนิยม กองทุนที่ลงทุนในต่างประเทศ เช่น กองทุน income ที่เน้นลงทุนในสินทรัพย์หลากหลาย กองทุนที่เกี่ยวกับนวัตกรรมใหม่ๆ Technology & AI รวมถึงกองทุนหุ้นต่างประเทศในภูมิภาคเอเชีย หรือกองทุนหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็ก น่าจะอยู่ในพอร์ตการลงทุนของผู้ลงทุนที่มีการทำ Asset Allocation มากกว่ากองทุนประเภท Term Fund ซึ่งอาจมีแนวโน้มลดลง ทั้งนี้ ในยุค Digital เช่นปัจจุบันการเข้าถึงข่าวสารของลูกค้าทำได้ง่าย การมีผลการดำเนินงานกองทุนที่ดีอย่างสม่ำเสมอ การให้คำแนะนำการลงทุนที่ตอบโจทย์ลูกค้าได้ การมีทางเลือกในการลงทุนที่หลากหลาย การมี Platform ที่ทันสมัยรองรับการทำธุรกรรมที่เข้าถึงได้ง่าย และสะดวก รวมถึงการได้รับการยอมรับจากผู้ลงทุน จะเป็น Key success factor สำหรับธุรกิจกองทุนรวมในปีหน้า

สำหรับกองทุนที่เป็นที่นิยมมากขึ้นในปัจจุบัน คือการลงทุนแบบ Thematic Investment หรือ การลงทุนที่มุ่งเน้นลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมที่ได้รับประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเศรษฐกิจและสังคมในระยะยาว ผ่านการวิเคราะห์เชิงมหภาคถึงแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งหลายๆ theme การลงทุนอาจจะหาลงทุนได้ยากกับการลงทุนในตลาดหุ้นไทยเพียงอย่างเดียว ยกตัวอย่างเช่น ลงทุนในกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร (Global Demographics) ทั้งการเพิ่มจำนวนประชากร การขยายตัวของชนชั้นกลาง และสังคมผู้สูงอายุ ซึ่งเป็น Mega Trend ที่คาดการณ์ว่าจะเกิดขึ้นไปอีกไม่ต่ำกว่า 50 ปีข้างหน้า หรือการลงทุนในการเข้ามาของ Technology และ AI ที่เข้ามามีบทบาทต่อชีวิตประจำวันของเรามากขึ้น เป็นต้น

ขณะที่การแข่งขันคงเน้นการพัฒนาการให้บริการลูกค้า ให้สอดคล้องกับ Lifestyle ของลูกค้าในยุค Digital โดยพัฒนา Digital platform ให้ลูกค้ามีความสะดวก และง่ายในการเข้าถึงการทำธุรกรรมกองทุนทุกประเภท ไม่ว่าจะผ่าน Mobile Application อีกทั้งบริษัทต่างๆ ก็จะเน้นการให้บริการที่ปรึกษาการลงทุน Investment Advisory ครบวงจร ให้ลูกค้าเข้าถึงแหล่งข้อมูล หรือผู้เชี่ยวชาญตัวจริง เช่น Fund Manager โดยตรง และเพิ่มเติมการให้ข้อมูลความรู้ผู้ลงทุนผ่านสื่อ online เช่น Facebook, Line หรือ Application ของตนเองอีกด้วย

อย่างที่ทราบทั้ง 2 ค่ายเป็น บลจ.ลูกของธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ ฐานลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นฐานลูกค้าแบงก์ แต่สำหรับนักลงทุนแล้วทางเลือกที่เพิ่มขึ้นนั้นหมายถึงโอกาสที่มากขึ้นตามไปด้วย เพราะฉะนั้น บลจ.ที่ไม่มีแบงก์เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่นับเป็นอีกทางเลือกสำหรับนักลงทุนเช่นกัน

คุณพจน์ หะริณสุต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.วรรณ จำกัด พูดถึงเรื่องนี้ว่า ในปีนี้บริษัทมีจุดมุ่งหมายในการนำเสนอกองทุนในปีหน้า บลจ.วรรณยังมุ่งมั่นที่จะเพิ่มผลิตภัณฑ์ทางการเงินให้ครอบคลุมทุกตลาด เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้า เรามีแผนนำเสนอขายกองทุนในลักษณะ Global Finance เพื่อรองรับทิศทางอัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น กองทุนประเภท Trigger Fund รวมถึงกองทุนที่มีนโยบายการลงทุนในรูปแบบ Structure Note (ตราสารที่ให้ผลตอบแทน โดยจะอิงกับราคาสินทรัพย์อื่นๆ ในตลาด) ทั้งนี้ เพื่อเพิ่มทางเลือกให้แก่ลูกค้าของ บลจ.วรรณ ซึ่งการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ชัดเจนจะต้องวิเคราะห์ความต้องการและสภาวะตลาดในขณะนั้นควบคู่ไปด้วย

อย่างไรก็ดี บริษัทยังเน้นเรื่องความโดดเด่นในการนำเสนอผลิตภัณฑ์การลงทุนแบบใหม่ๆ เนื่องจากเป็น บลจ.ที่ไม่ได้มีธนาคารพาณิชย์เป็นแม่ ดังนั้น การนำเสนอกองทุนต้องเน้นสร้างความแตกต่างควบคู่กับความต้องการของตลาดพร้อมๆ กับจับจังหวะการลงทุนให้ถูกสถานการณ์ เพื่อให้ผลิตภัณฑ์การลงทุนของบริษัทมีความน่าสนใจ ดังนั้น ในปีหน้ากองทุนประเภท Thematic ยังเป็นแนวคิดในการนำเสนอกองทุนของ บลจ.วรรณ อาทิ กองทุนประเภท Life Style Fund โดยเป็นการลงทุนในระยะยาว

คุณพจน์บอกอีกว่า ปัจจุบันธุรกิจกองทุนรวมมีการแข่งขันสูง แต่ บลจ.วรรณก็มีจุดแข็งเกี่ยวกับผลการดำเนินงานที่ดีสม่ำเสมอในระยะยาว เราเป็นบริษัทจัดการที่มีนโยบายบริหารพอร์ตการลงทุนแบบ Active Fund มีคณะกรรมการ Internal credit committee เพื่อตรวจสอบและคัดสรร universe เพื่อลงมติพิจารณาเลือกลงทุนในพอร์ตทุกสัปดาห์ นอกจากนี้ นโยบายการลงทุนของ บลจ.วรรณยังเป็น Active Fund นั่นคือ การบริหารพอร์ตให้ชนะเกณฑ์มาตรฐาน ดังนั้น Active ของ บลจ.วรรณ จะเป็น Active ตลอดสายงานการลงทุน เพราะต้องติดตามภาวะตลาดต่างๆ ให้ทันต่อสถานการณ์ รวมถึงนโยบายการลงทุนของแต่ละกองทุนต้องมีความชัดเจน กองทุนหุ้นส่วนใหญ่ของ บลจ.วรรณจะเป็นแบบ Active Fund บริษัทค่อนข้างมีอิสระและมีความยืดหยุ่นในการพิจารณาเลือกลงทุน ทั้งการคัดสรร Sector ลงทุน สัดส่วนการลงทุน และการนำเสนอรูปแบบกองทุนต่างๆ โดยปีหน้าเรายังคงมุ่งมั่นรักษามาตรฐานการบริหารพอร์ตการลงทุนให้ดีอย่างสม่ำเสมอ ผมเชื่อมั่นว่าจะสามารถแข่งขันกับอุตสาหกรรมได้

ขณะเดียวกัน เราได้นำเสนอจุดแข็งของเราให้ลูกค้ารู้จักควบคู่ไปกับการบริการที่ทันสมัย ปัจจุบัน บลจ.วรรณได้พัฒนาระบบ Mobile Application ผ่าน Application ONEAM เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้ลูกค้าแล้ว อีกทั้งยังเปรียบเสมือนการเพิ่มสาขาหรือช่องทางการขายให้กับบริษัท เพราะลูกค้าสามารถทำรายการ ซื้อ ขาย สับเปลี่ยนหน่วยลงทุน และติดตามราคา NAV รวมถึงมุมมองของตลาดภาพการลงทุนได้ทุกวันและทันสถานการณ์การลงทุนในช่วงต่างๆ ทั้งนี้ เพื่อรองรับลูกค้ากลุ่มใหม่ โดยเฉพาะกลุ่ม Young Generation

สุดท้ายแล้ว ธุรกิจจะเป็นอย่างไรไม่สำคัญ แต่การแข่งขันที่เป็นธรรมเชื่อเลยว่าจะเป็นประโยชน์ต่อนักลงทุนแน่นอน และเท่าที่ฟังจากทั้ง 3 บริษัทบอกกล่าวเล่าความแล้ว พอสรุปได้ว่าปีนี้กองทุนรวมน่าจะมีสีสันมากขึ้น และ theme Fund จะเป็นทางเลือกที่น่าสนใจควบคู่ไปกับกอง Income ที่สามารถสร้างรายได้สม่ำเสมอให้แก่นักลงทุน นอกจากนี้ สิ่งที่กำลังเข้ามามีบทบาทเพิ่มขึ้นคงหนีไม่พ้นเรื่องของเทคโนโลยี เพราะปัจจุบันเกือบทุกอย่างสามารถทำได้บนมือถือเพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัส


กำลังโหลดความคิดเห็น...