xs
xsm
sm
md
lg

ทิพยฯ โชว์กำไรเกือบ 900 ล้าน สานต่อรายย่อย-พัฒนาระบบดิจิตอล

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


ทิพยประกันภัยโชว์กำไรครึ่งปีเกือบ 900 ล้านบาท กวาดเบี้ยรับรวม 8.361 พันล้านบาท เน้นเพิ่มสินค้าตอบโจทย์เฉพาะกลุ่มมากขึ้น พร้อมพัฒนาการจ่ายสินไหมอย่างรวดเร็วและเป็นธรรม ตั้งเป้าปีนี้เพิ่มนวัตกรรมใหม่ๆ แก่ลูกค้า หวังขึ้นแท่นผู้นำด้านระบบดิจิตอลของบริษัทประกันวินาศภัย

ดร.สมพร สืบถวิลกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ TIP เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานประจำงวด 6 เดือนแรกของปี 2560 (1 ม.ค.-30 มิ.ย.) ที่ผ่านมาว่า บริษัทฯ สามารถทำกำไรสุทธิรวม 887.73 ล้านบาท กำไรสุทธิต่อหุ้น 2.96 บาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 876.57 ล้านบาท กำไรสุทธิต่อหุ้น 2.92 บาท หรือกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 11.16 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการขยายตัว 1.27%

โดยในงวด 6 เดือนแรกปี 2560 มีเบี้ยประกันภัยรับรวมทั้งสิ้น 8,361.51 ล้านบาท ประกอบด้วย เบี้ยประกันอัคคีภัย 980.08 ล้านบาท เบี้ยประกันภัยทางทะเลและขนส่ง 129.12 ล้านบาท เบี้ยประกันภัยรถยนต์ 1,309.52 ล้านบาท เบี้ยประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล 3,525.65 ล้านบาท และเบี้ยประกันภัยเบ็ดเตล็ด 2,417.14 ล้านบาท

ขณะที่ผลงานไตรมาส 2/2560 ทิพยประกันภัยมีกำไรสุทธิ 423.79 ล้านบาท กำไรสุทธิต่อหุ้น 1.41 บาท โดยมีเบี้ยประกันอัคคีภัย 669.14 ล้านบาท เบี้ยประกันภัยทางทะเลและขนส่ง 52.57 ล้านบาท เบี้ยประกันภัยรถยนต์ 657.47 ล้านบาท เบี้ยประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล 1,515.89 ล้านบาท และเบี้ยประกันภัยเบ็ดเตล็ด 966.41 ล้านบาท ส่งผลให้ยอดเบี้ยประกันภัยรับรวมทั้งสิ้น 3,861.48 ล้านบาท

ด้านฐานะการดำเนินงานของบริษัทฯ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2560 มีสินทรัพย์รวม 50,658.02 ล้านบาท หนี้สินรวม 43,799.04 ล้านบาท และส่วนของผู้ถือหุ้นรวม 6,858.98 ล้านบาท

ดร.สมพรกล่าวว่า ผลการดำเนินงานช่วง 6 เดือนแรกของปี 2560 ขยายตัวอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ หลังจากที่บริษัทได้ปรับปรุงประสิทธิภาพการบริหารงานภายในองค์กรให้มีความเหมาะสม ประกอบกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่ เพื่อสนองตอบความต้องการของลูกค้าที่มีพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไป ทำให้ได้รับความสนใจจากผู้บริโภคมากขึ้น

“ทิพยประกันภัยได้ขยายฐานสู่ลูกค้าเฉพาะกลุ่มมากขึ้น เพราะผลจากการศึกษาวิจัย พบว่าลูกค้าแต่ละกลุ่มจะมีความต้องการสินค้าที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะช่วงต้นปี บริษัทฯ ได้เจาะตลาดลูกค้าผู้หญิง ด้วยการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ “Tip Lady ประกันภัยที่เข้าใจผู้หญิง” ชูแคมเปญประกันภัยรถยนต์ที่ให้มากกว่าประกันภัยชั้น 1 เพื่อเอาใจลูกค้าผู้หญิงที่ต้องการสิทธิพิเศษที่เหนือกว่าประกันภัยชั้น 1 ทั่วไปในราคาสบายๆ ซึ่งประสบความสำเร็จ และได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี” ดร.สมพรกล่าว

ส่วนด้านการบริหารจัดการชดใช้ค่าสินไหมนั้น บริษัทฯ ได้นำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริการให้ลูกค้าได้รับความสะดวก รวดเร็ว และเป็นธรรม ซึ่งได้สร้างความเชื่อมั่นและเป็นหลักประกันลูกค้าจะได้รับการชดใช้ค่าสินไหมอย่างทันท่วงที

“จากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเฉพาะจังหวัดสกลนคร ทิพยประกันภัยได้มีโครงการ “ทิพยทันใจ ชดใช้ทันที” เราได้ส่งทีมหนุมานทิพยจิตอาสาและทีมงานจากสำนักงานสาขาในจังหวัดใกล้เคียงลงพื้นที่ช่วยเหลือทันที จัดรถยกช่วยเหลือประชาชนขนย้ายรถยนต์ฟรี ไม่ว่าจะเป็นลูกค้าหรือประชาชนทั่วไป รวมถึงการจัดถุงยังชีพ บรรจุเครื่องอุปโภค-บริโภคนำไปมอบแก่ประชาชนผู้ประสบภัย ส่วนพื้นที่ที่น้ำได้ลดแล้วเราก็ได้จัดทีมงานพร้อมเครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงไปช่วยทำความสะอาดบ้านด้วย

ในด้านการจัดการด้านสินไหม เราได้จัดทีมสินไหมลงพื้นที่ไปสำรวจบ้านของลูกค้าที่ได้รับผลกระทบทันทีพร้อมจ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นโดยไม่ต้องรอให้ลูกค้าแจ้งเข้ามา สำหรับลูกค้าที่ทำประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 และได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมถึงเรือนไมล์ สามารถเคลมได้เต็มทุนประกัน ไม่ต้องรอน้ำลด เพียงแค่ถ่ายรูปแล้วส่งมาที่บริษัทฯ พร้อมจ่ายทันที หรือถ้ารถโดนน้ำท่วมไม่มากบริษัทได้จัดเตรียมอู่เพื่อทำความสะอาดและเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องให้ฟรี นอกจากนี้บริษัทยังได้จัดเตรียมรถยกเพื่อบริการแก่ประชาชนทั่วไปที่เดือดร้อนจากอุทกภัย ไม่ว่าจะเป็นลูกค้าของบริษัทหรือไม่ก็ตาม ส่วนลูกค้าที่ทำประกันอัคคีภัยที่อยู่อาศัยและขยายภัยน้ำท่วม เพียงแค่น้ำเข้าบ้านชดใช้เบื้องต้นก่อนทันที 5,000 บาท ท่วมเกิน 1 ฟุตจ่าย 10,000 บาท ไม่ต้องรอน้ำลดเช่นกัน ซึ่งเมื่อน้ำลดแล้วเราจะส่งทีมงานเข้าไปเพื่อสำรวจค่าเสียหายเพิ่มเติมอีกครั้ง

ดร.สมพรกล่าวว่า ทิพยประกันภัยได้มีนโยบายให้ดำเนินการสำรวจความเสียหายอย่างเร่งด่วน เพื่อให้การจ่ายค่าสินไหมทดแทนสามารถดำเนินการได้ทันทีรวดเร็วและเป็นธรรม เพื่อให้ผู้ประกอบการที่เอาประกันภัยสามารถนำเงินไปฟื้นฟูกิจการและดำเนินธุรกิจต่อได้ในเวลาที่รวดเร็ว ซึ่งจะส่งผลดีต่อภาคอุตสาหกรรม ภาคแรงงาน และเศรษฐกิจโดยรวม รวมถึงผู้เอาประกันประเภทอื่นทั้งที่อยู่อาศัย หรือรถยนต์ ที่จะนำไปปรับปรุงซ่อมแซมให้สามารถกลับมาใช้ชีวิตอย่างปกติสุขเช่นเดิม”

ส่วนแผนการดำเนินงานในช่วงสุดท้ายของปี 2560 นั้น ดร.สมพรกล่าวว่า บริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นขยายฐานลูกค้ารายย่อยอย่างต่อเนื่อง ด้วยการนำเสนอกรมธรรม์รูปแบบใหม่เพิ่มทางเลือกให้ลูกค้า พร้อมทั้งการพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อสานต่อนโยบายการก้าวสู่บริษัทประกันวินาศภัยที่เป็นผู้นำด้านระบบดิจิตอล (Digital Insurance) และรองรับการขยายตัวของลูกค้ารายย่อยที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วย
กำลังโหลดความคิดเห็น...