xs
sm
md
lg

ส่องกองทุนรอบ8เดือน หุ้นไทย-หุ้นเอเชีย...กำไรอู่ฟู่

เผยแพร่:

มูลค่าการซื้อขายกว่า 4 หมื่นล้านบาทในตลาดหุ้นไทยเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2552 ที่ผ่านมา ดูจะสร้างความคึกคักให้ตลาดได้พอสมควร ซึ่งภาพนี้ ทำให้เรามองย้อนหลังกลับไปในช่วงปี 2550 ซึ่งเป็นช่วงที่อู่ฟู่สุดๆ หลังจากฟื้นตัวอย่างเต็มที่จากวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540...

แน่นอนว่า มูลค่าการซื้อขายที่สูงขนาดนี้ ดัชนีที่พุ่งขึ้นต่อเนื่องเช่นนี้ น่าจะสร้างรอยยิ้มให้กับนักลงทุนได้พอสมควร ใครที่จดๆ จ้องๆ จะซื้อหรือขายดี เชื่อว่าตอนนี้ คงตัดสินใจได้ไม่ยากแล้ว...

ส่วนใครที่ลงทุนในหุ้นไทยผ่านกองทุนรวม ก็ต้องบอกว่า พอใจกับผลตอบแทนที่ได้รับเช่นกัน แต่หากมองถึงการลงทุนระยะยาวจริงๆ แล้ว ช่วงเวลานี้ ไม่น่าจะเป็นจังหวะในการขายหน่วยลงทุน เพราะหากเศรษฐกิจฟื้นตัวได้จริง โอกาสที่จะได้รับผลตอบแทนสูงกว่านี้ เป็นไปได้สูงทีเดียว

...เห็นสัญญาณที่ดีแบบนี้ หลายคนคงอยากรู้แล้วว่า ถ้าลงทุนตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา จนถึงขณะนี้ ผลตอบแทนที่ได้รับจะเป็นอย่างไรบ้าง "ASTVผู้จัดการกองทุนรวม" ก็เลยถือโอกาสอัปเดตผลตอบแทนกันซะเลย...ไปดูกันว่า ตั้งแต่ต้นปีถึงสิ้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา กองทุนที่ลงทุนในหุ้นหลายๆ ประเภท ทั้งในและต่างประเทศผลงานเป็นอย่างไรกันบ้าง

เริ่มต้นที่กองทุนหุ้นต้องบอกว่าผลตอบแทนของกองทุนที่ให้ผลตอบแทน 10 อันดับแรกต่อไปนี้ แทบจะไม่ต่างกันมาก ส่วนหนึ่งเพราะมีกลยุทธ์การลงทุนในหุ้นใหญ่ ที่นักลงทุนต่างชาตินิยมเล่นกัน เอาเป็นว่าไปดูกันเลยดีกว่วว่า มีกองทุนไหนเข้าวินบ้าง

อันดับ 1 กองทุนเปิดไอเอ็นจีไทยอีควิตี้ฟันด์ ของบลจ.ไอเอ็นจี ด้วยผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี 54.99%
อันดับ 2กองทุนเปิดไอเอ็นจีไทยอีควิตี้ฟันด์ - ปันผล กองทุนที่สองของบลจ.ไอเอ็นจี ด้วยผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี 54.44%
อันดับ 3 กองทุนเปิดทิสโก้ ทวีทุน ของบลจ.ทิสโก้ ด้วยผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี 54.33%
อันดับ 4 กองทุนเปิดทิสโก้ หุ้นทุน ปันผล ของบลจ.ทิสโก้ ด้วยผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี 54.02%
อันดับ 5 กองทุนเปิด ทีซีเอ็ม หุ้นทุน ของบลจ.ทิสโก้ ด้วยผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี 53.89%
อันดับ 6 กองทุนเปิด ทิสโก้สแตรทิจิก ฟันด์ ของบลจ.ทิสโก้ ด้วยผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี 52.94%
อันดับ 7 กองทุนเปิด ทหารไทย SET50 ของบลจ.ทหารไทย ด้วยผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี 52.77%
อันดับ 8 กองทุนเปิด สินภิญโญห้า ของบลจ.เอ็มเอฟซี ด้วยผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี 52.65
อันดับ 9 กองทุนเปิดแมนูไลฟ์ สเตร็งค์ คอร์ อิควิตี้ ของบลจ.แมนูไลฟ์ (ประเทศไทย) ด้วยผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี 52.46
อันดับ 10 กองทุนเปิด ทหารไทย SET50 ปันผล กองทุนที่สองของบลจ.ทหารไทย ด้วยผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี 52.29

...ต่อกันด้วย กองทุนรวมต่างประเทศ หรือเอฟไอเอฟ ซึ่งกองทุนประเภทนี้ ความน่าสนใจอยู่ที่กองทุนที่ลงทุนในหุ้นจีนเป็นหลัก เพราะต้องยอมรับว่าในช่วงนี้ ตลาดหุ้นจีนร้อนแรงจริงๆ ซึ่งฉุดให้ตลาดหุ้นของประเทศเกิดใหม่ในเอเชียร้อนแรงตามไปด้วย
อันดับ 1 กองทุนเปิด พรีมาเวสท์(ไทยแลนด์) บริค สตาร์ ฟันด์ ของบลจ.พรีมาเวสท์ ด้วยผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี 64.36%
อันดับ 2 กองทุนเปิดไทยพาณิชย์เอเชียนอีเมอร์จิ้งมาร์เก็ตฟันด์ ของบลจ.ไทยพาณิชย์ ด้วยผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี 60.90%
อันดับ 3 กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี อินเวสท์ เอเชี่ยน อิควิตี้ ฟันด์ ของบลจ.เอ็มเอฟซี ด้วยผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี 56.99%
อันดับ 4 กองทุนเปิดแมนูไลฟ์สเตร็งค์อิเมอร์จิ้งอีสเทอร์นยุโรปเอฟไอเอฟ ของบลจ.แมนูไลฟ์ ด้วยผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี 53.37%
อันดับ 5 กองทุนเปิดทิสโก้ ไชน่า อินเดีย ดิวิเดนด์ ฟันด์ ของบลจ.ทิสโก้ ด้วยผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี 50.70%
อันดับ 6 กองทุนเปิดอเบอร์ดีน โกลบอล อีเมอร์จิ้ง โกรท ฟันด์ ของบลจ.อเอบร์ดีน ด้วยผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี 47.89%
อันดับ 7 กองทุนเปิดวรรณเอเอ็ม โกลบอล อีเมอร์จิ้ง มาร์เก็ต เอควิตี้ ของบลจ.วรรณ ด้วยผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี 47.54%
อันดับ 8 กองทุนเปิดทิสโก้ ไชน่า อินเดีย เพื่อการเลี้ยงชีพ ของบลจ.ทิสโก้ ด้วยผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี 46.39%
อันดับ 9 กองทุนเปิดทหารไทย China Equity Index ของบลจ.ทหารไทย ด้วยผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี 46.09%
อันดับ 10 กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี อินเตอร์เนชั่นแนล แนชเชอรัลรีซอร์ส ฟันด์ ของบลจ.เอ็มเอฟซี ด้วยผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี 45.80%


...กองทุนรวมหุ้นระยะยาวหรือแอลทีเอฟกองทุนนี้ ถือว่าเป็นกองทุนที่มีผลตอบแทนโดดเด่นที่สุด ของกองทุนหุ้นในประเทศ ซึ่งนอกจากจะได้ประโยชน์จากกำไรที่เพิ่มขึ้นแล้ว ยังได้กำไรอีกต่อจากสิทธิประโยชน์ลดหย่อนภาษีด้วย
อันดับ 1กองทุนเปิด ไอเอ็นจี ไทย แวลูพลัส ปันผล หุ้นระยะยาว ของบลจ.ไอเอ็นจี ด้วยผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี 60.83%
อันดับ 2 กองทุนเปิดไอเอ็นจีไทยบรรษัทภิบาลหุ้นระยะยาว ของบลจ.ไอเอ็นจีเช่นกัน ด้วยผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี 56.23%
อันดับ 3 กองทุนเปิด ทิสโก้ หุ้นระยะยาวปันผล ของบลจ.ทิสโก้ ด้วยผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี 54.88%
อันดับ 4 กองทุนเปิด แมนูไลฟ์ สเตร็งค์ คอร์ หุ้นระยะยาว ของบลจ.แมนโไลฟ์ ด้วยผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี 52.83%
อันดับ 5 กองทุนเปิดหุ้นระยะยาวอยุธยา SET50 ของบลจอยุธยา ด้วยผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี 50.45%
อันดับ 6 กองทุนเปิดเอ็มเอฟซีอิสลามิกหุ้นระยะยาว ของบลจ.เอ็มเอฟซี ด้วยผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี 49.89%
อันดับ 7 กองทุนเปิดกรุงไทยหุ้นระยะยาว SET507 ของบลจ.กรุงไทย ด้วยผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี 48.75%
อันดับ 8 กองทุนเปิดเอ็มเอฟซีเพิ่มทรัพย์หุ้นระยะยาว ของบลจ.เอ็มเอฟซี ด้วยผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี 47.98%
อันดับ 9กองทุนเปิด เอ็มเอฟซีเพิ่มค่าหุ้นระยะยาว อีก1 กองทุนของบลจ.เอ็มเอฟซี ด้วยผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี 47.72%
อันดับ 10 กองทุนเปิดไอเอ็นจี ไทย Big Cap ปันผล หุ้นระยะยาว ของบลจ.ไอเอ็นจี ด้วยผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี 47.62%


...ปิดท้ายกันที่กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ หรืออาร์เอ็มเอฟที่มีนโยบายลงทุนในหุ้น ซึ่งกองทุนนี้ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับเงินยาวที่ต้องการผลตอบแทนจากการลงทุนในหุ้นอย่างแท้จริง ที่สำคัญ ได้สิทธิลดหย่อนภาษีเช่นเดียวกับกองทุนแอลทีเอฟด้วย
อันดับ 1 กองทุนเปิด ไอเอ็นจี ไทย หุ้นทุนเพื่อการเลี้ยงชีพ ของบลจ.ไอเอ็นจี ด้วยผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี 55.02%
อันดับ 2 กองทุนเปิด อยุธยา SET100 เพื่อการเลี้ยงชีพ ของบลจ.อยุธยา ด้วยผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี 53.38%
อันดับ 3 กองทุนเปิด ทิสโก้หุ้นทุนเพื่อการเลี้ยงชีพ ของบลจ.ทิสโก้ ด้วยผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี 53.25%
อันดับ 4 กองทุนเปิด ทหารไทย SET50 เพื่อการเลี้ยงชีพ ของบลจ.ทหารไทย ด้วยผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี 52.42%
อันดับ 5 กองทุนเปิดแมกซ์หุ้นทุนเพื่อการเลี้ยงชีพ ของบลจ.นครหลวงไทย ด้วยผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี 47.72%
อันดับ 6 กองทุนเปิด JUMBO 25 เพื่อการเลี้ยงชีพ ของบลจ.ทหารไทย ด้วยผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี 46.73%
อันดับ 7 กองทุนเปิด เค หุ้นทุนเพื่อการเลี้ยงชีพ ของบลจ.กสิกรไทย ด้วยผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี 46.21%
อันดับ 8 กองทุนเปิด แอสเซทพลัสตราสารทุนเพื่อการเลี้ยงชีพ ของบลจ.แอสเซทพลัส ด้วยผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี 43.86%
อันดับ 9 กองทุนเปิด ยูโอบี ตราสารทุนเพื่อการเลี้ยงชีพ ของบลจ.ยูโอบี (ไทย) ด้วยผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี 40.56%
อันดับ 10 อเบอร์ดีนสมาร์ทแคปปิตอลเพื่อการเลี้ยงชีพ ของบลจ.อเบอร์ดีน ด้วยผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี 40.21%


...หันกลับไปดูผลตอบแทนโดยรวมของตลาดหุ้นไทยกันบ้าง จากข้อมูลพบว่าในช่วงเวลาเดียวกัน (สิ้นสุดเดือนสิงหาคม) ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทย ให้ผลตอบแทนไปแล้วที่ 45.18%

ไอเอ็นจีโชว์ผลงานโดดเด่น
จากผลการดำเนินงานที่กล่าวไปข้างต้น จะเห็นได้ว่า กองทุนภายใต้การบริหารจัดการของบลจ.ไอเอ็นจี (ประเทศไทย) ค่อนข้างโดดเด่นทีเดียว โดยผลงานขยับขึ้นมาเป็นอันดับ 1 ถึง 3 ประเภท นั่นคือกองทุนหุ้น แอลทีเอฟและอาร์เอ็มเอฟ...ผลการดำเนินงานที่ดีเช่นนี้ หลายคนคงอยากรู้ว่า เขามีกลยุทธ์การลงทุนอย่างไรบ้าง วันนี้ เราหาคำตอบมาให้เช่นกัน

ต่อ อินทวิวัฒน์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายธุรกิจกองทุนรวมและที่ปรึกษาการลงทุน บลจ. ไอเอ็นจี (ประเทศไทย) บอกว่า ที่ผ่านมา บลจ.ไอเอ็นจี ให้ความสำคัญกับการลงทุนในหุ้นไทย มาก จากการประเมินว่า ทิศทางเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว ดังนั้น หลังจากนี้ไป ก็จะเป็นช่วงของการฟื้นตัว ซึ่งแน่นอนว่า ประเทศในกลุ่มเอเชีย เป็นเป้าหมายหลักของการฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว และตลาดหุ้นไทยก็เป็นตลาดหุ้นที่นักลงทุนสถาบันให้ความสนใจ จากการคาดการณ์การปรับเพิ่มขึ้นของผลกำไรของบริษัทจดทะเบียนในช่วงครึ่งปีหลังที่มีแนวโน้มจะออกมาดีกว่าคาด อีกทั้งตลาดหุ้นไทยยังมีราคาถูกกว่าตลาดหุ้นเพื่อนบ้านในภูมิภาคเอเชียอีกด้วย

ทั้งนี้ หากพิจารณาการลงทุนในตลาดหุ้นไทย เราจะพบว่า ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในไตรมาสที่ 2 ปี 2552 ที่ประกาศออกมาส่วนใหญ่ ดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ซึ่งมีส่วนช่วยให้ตลาดหุ้นไทยสามารถปรับตัวเพิ่มขึ้นได้อย่างแข็งแกร่ง ซึ่งนับว่าน่าสนใจ เพราะเมื่อเศรษฐกิจฟื้นตัวขึ้น ตลาดหุ้นซึ่งเป็นดัชนีสะท้อนภาพเศรษฐกิจจริงก็จะปรับตัวดีขึ้นตามไปด้วย

ส่วนปัจจัยที่หนุนให้ผลการดำเนินงานของทุนออกมาดีนั้น เป็นผลมาจากหุ้นที่เข้าไปลงทุนตั้งแต่ช่วงต้นปี สามารถสร้างผลตอบแทนค่อนข้างสูงแก่กองทุน ซึ่งถือว่าผู้จัดการกองทุนมองถูกทาง

โดยก่อนเดือนมี.ค. 2552 เน้นลงทุนหุ้นที่จ่ายเงินปันผลสูง และถือเงินสดอยู่ประมาณ 10% เพราะมองว่าตลาดหุ้นไม่ได้เลวร้ายมากนัก และหลังเดือนมี.ค. กองทุนก็ซื้อหุ้นเพิ่มเป็น 95% ของพอร์ต ก่อนตลาดรวมจะขึ้นแรง ทำให้กองทุนได้รับผลดีจากหุ้นที่ถืออยู่ จนถึงขณะนี้เริ่มขายทำกำไรจนเหลือถือหุ้น 90% เพราะมองว่าในระยะสั้นดัชนีคงวิ่งไม่เกิน 670 จุด และหากดัชนีลงแถว 650 จุด ก็อาจเข้าไปรับใหม่ โดยปัจจุบันมีเงินสดในมือประมาณ 8-10% เพื่อรอซื้อหุ้น

ทั้งนี้ ในส่วนของกองทุนหุ้น ได้รับการเปิดเผยว่า เน้นการถือหุ้นพลังงานสูงสุด รองลงมาเป็นธนาคารพาณิชย์ และอสังหาริมทรัพย์ ตามลำดับ

...ถึงแม้ว่าวันนี้ ดัชนีหุ้นไทยจะปรับขึ้นจากต้นปีไปค่อนข้างมาก และมีการคาดการณ์จากบรรดากูรูว่า เร็วๆ นี้ จะเห็นการปรับฐานรอบใหม่ จากแรงเทขายทำกำไร เพื่อชดเชยส่วนที่เสียไปในช่วงก่อนหน้านี้ ดังนั้น หากจังหวะของการปรับฐานมาถึง จึงน่าจะเป็นโอกาสดีที่จะเข้าไปเก็บหุ้นราคาถูกเอามาไว้ในพอร์ต

แม้ในระยะสั้นๆ เราอาจจะคาดหวังผลตอบแทนสูงๆ ไม่ได้ แต่หากเป็นการลงทุนระยะยาว เชื่อแน่นอนว่า ไม่ผิดหวังแน่นอน และหากลงทุนผ่านกองทุนแอลทีเอฟและอาร์เอ็มเอฟด้วยแล้ว ผลประโยชน์ที่ได้ เรียกได้ว่า 2 เด้งทีเดียว
กำลังโหลดความคิดเห็น...