xs
xsm
sm
md
lg

เปิดแผนธุรกิจ “เบนซ์” ครึ่งปีหลัง ปรับการขายสู่ดิจิทัล-ตั้งดีลเลอร์ขาย มายบัค อีคิว

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ภายใต้สถานการณ์ไวรัส โควิด -19 ยังคงระบาดอยู่และยังไม่มีทีท่าว่าจะแผ่วลงเลย แน่นอนย่อมต้องส่งผลกระทบต่อประชาชนทั่วไปและทุกภาคธุรกิจอย่างช่วยไม่ได้ รวมทั้งอุตสาหกรรมยานยนต์ก็หนีไม่พ้น จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ทุกคนต้องหันมาปรับตัว ธุรกิจเพื่อความอยู่รอดในระยะยาว เพราะไวรัส โควิด-19 คงไม่หายไปจากโลกนี้อย่างง่าย ๆ

เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ก็เป็นหนึ่งในหลายบริษัทที่ต้องมีการปรับตัวเพื่อให้ธุรกิจดำเนินต่อไปให้ได้ ล่าสุดได้มีการประกาศปรับกลยุทธ์เพิ่มประสิทธิภาพในการขายใหม่ โดยจะมุ่งเน้นการเพิ่มจุดขายและบริการ โดยใช้ศูนย์บริการเป็นพื้นที่สร้างประสบการณ์ให้กับลูกค้า ควบคู่ไปกับการสร้างแพลตฟอร์มการสื่อสารเพื่อสื่อภาพลักษณ์ความเป็นแบรนด์ลักชัวรี่ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล

โรลันด์ โฟล์เกอร์
โรลันด์ โฟล์เกอร์ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผย ไม่ว่าจะมีสถานการณ์โควิด-19 หรือไม่ ต้องยอมรับว่าอุตสาหกรรมยานยนต์เกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นมากมายในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วทั่วโลก ทุกวันนี้ลูกค้าสามารถค้นหาข้อมูลผลิตภัณฑ์ทุกอย่างได้ทางออนไลน์ และนี่จึงเป็นที่มาให้เมอร์เซเดส-เบนซ์ตัดสินใจประกาศจุดยืนเพื่อการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีดิจิทัล ทั้งนี้เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการปรับทิศทางการทำธุรกิจในรูปแบบของการเพิ่มความหลากหลายทางการขายและการบริการ

“ตลอดเวลาที่ผ่านปีครึ่งเราผ่านสถานการณ์โควิด-19 มาพักใหญ่แล้ว เราต้องยอมรับว่าโควิด-19 เป็นตัวเร่งที่ทำให้เราต้องปรับตัวเปลี่ยนแปลงการขายใหม่ ขณะเดียวกันช่วงเวลาดังกล่าวเราได้มีการพูดคุยกับบริษัทแม่ตลอด หาแนวทางในกาปรับปรุงเปลี่ยนแปลงเพื่อให้เข้ากับสถานการณ์ ณ ปัจจุบัน”



บวกกับทางเมอร์เซเดส-เบนซ์ สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับพฤติกรรมผู้บริโภคและขั้นตอนการซื้อรถยนต์เปลี่ยนไป จากการวิจัยของเราพบว่าลูกค้ามากถึง 97 % เลือกค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับรถยนต์ผ่านช่องทางออนไลน์ก่อนมาที่โชว์รูมและลูกค้าจำนวน 50 % ยังเลือกสำรวจรายละเอียดของรถยนต์แบบดิจิทัล (Digital navigation) ก่อนมาชมรถยนต์คันจริง นั่นหมายความว่า การสื่อสารอย่างใกล้ชิดกับลูกค้าผ่านช่องทางออนไลน์ก่อนที่จะเชื่อมต่อลูกค้ามายังศูนย์บริการเป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับเมอร์เซเดส-เบนซ์

โรลันด์ โฟล์เกอร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ด้วยแรงผลักดันจากการเปลี่ยนแปลงในเรื่องพฤติกรรมของลูกค้า การเปลี่ยนแปลงด้านดิจิทัล และการฟื้นตัวหลังสถานการณ์โควิด-19 เมอร์เซเดส-เบนซ์ จึงวางเป้าหมายที่จะรีเซ็ตเครือข่ายของเราเพื่อรองรับการขายในรูปแบบใหม่ ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของเราที่จะกล้าลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลง เพื่อเตรียมความพร้อมในการดำเนินกลยุทธ์การขายใหม่ในครั้งนี้


“ที่ผ่านมาบริษัทฯได้มีการพูดคุยกับตัวแทนจำหน่ายทั้ง 34 แห่ง ถึงการทำธุรกิจกับเรา ใครมีปัญหาอะไรก็สามารถเข้ามาพูดคุยกันได้ และล่าสุดผู้แทนจำหน่าย พันทวียนต์ มีการปรับเปลี่ยนธุรกิจ จากการเป็นผู้จัดหน่ายมาเป็นการให้บริการอย่างเดียว นี่คือการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับผู้แทนจำหน่ายของเรา ส่วนในอนาคตอาจจะมีลดหรือเพิ่มมีความเป็นไปได้ในทุกกรณี แต่ตอนนี้ยังอยู่ครบ 34 แห่ง”

ที่สำคัญปลายปีนี้จะมีการเปิดตัวรถลักชัวรี่คาร์ ทั้งแบรนด์มายบัค (Maybach) และรถยนต์ไฟฟ้า อีคิว ในรุ่น อีคิวซี หากสถานการณ์โควิด-19 ไม่เลวร้ายจนเกินไป โดยทางเมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้มีการแต่งตั้งตัวแทนจำหน่ายแบรนด์ละ 4 เจ้าในการดำเนินธุรกิจในครั้งนี้ ส่วนแผนการเปิดตัวรถที่วางไว้ปีนี้ 15 รุ่น อาจจะมีความล่าช้าบ้างอย่างเช่นเอส-คลาสใหม่ อาจต้องเลื่อนไปเปิดเดือนสิงหาคม แต่อย่างไรก็ตามคาดว่าจะมีการเปิดตัวครบ 15 รุ่น ภายในปีนี้ 


สำหรับแผนการเพิ่มความหลากหลายของการขายและการบริการภายใต้หลักการของความยั่งยืน เพื่อขับเคลื่อนวิธีการดำเนินธุรกิจแบบใหม่ประกอบไปด้วย 5 ส่วน ได้แก่

1.การคิดและทำในสไตล์แบรนด์ลักชัวรี- ด้านพฤติกรรมการซื้อและการเป็นเจ้าของแบรนด์ลักชัวรีของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก เมอร์เซเดส-เบนซ์จึงพร้อมเสนอแนวทางใหม่ในการทำธุรกิจเพื่อตอบรับความคาดหวังของผู้บริโภคให้ดียิ่งขึ้น

2.มุ่งเน้นไปที่การเติบโตอย่างมีกำไร-ด้วยความพร้อมในการเปลี่ยนแปลงด้านดิจิทัล ทั้งในส่วนของการขาย การวางแผนการผลิตและการจัดการด้านลอจิสติกส์ช่วยให้เมอร์เซเดส-เบนซ์ พร้อมสำหรับแผนการเติบโตรูปแบบใหม่


3.ขยายฐานลูกค้าด้วยการขยายซับแบรนด์- ด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีความหลากหลายในพอร์ตโฟลิโอของเรา โดยเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้าทั้งรุ่น อีวี และ PHEV เมอร์เซเดส-เบนซ์ โฟกัสไปที่การสื่อสารกับผู้บริโภคอย่างใกล้ชิดมากขึ้น และเตรียมทั้งผลิตภัณฑ์และอะไหล่ไว้รองรับความต้องการให้เพียงพอ

4.รักษาฐานลูกค้าพร้อมเพิ่มรายได้-การสร้างความใกล้ชิดกับลูกค้าผ่านช่องทางออนไลน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายใต้สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 นับว่าประสบความสำเร็จอย่างดีเยี่ยม เมอร์เซเดส-เบนซ์ ยังพร้อมสานต่อการขายและการบริการสู่ช่องทางออนไลน์ที่ศูนย์บริการได้อย่างต่อเนื่องและราบรื่น ภายใต้ความร่วมมือกับเครือข่ายผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ

5.ปรับฐานต้นทุนให้ต่ำลงแต่ช่วยยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์- ซึ่งนำไปสู่นโยบายการเพิ่มประสิทธิภาพในการขายของโชว์รูมพร้อมมาตรการสนับสนุน


โรลันด์ โฟล์เกอร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ภายใต้กลยุทธ์การเพิ่มประสิทธิภาพการขายและการบริการแบบใหม่ สิ่งที่เมอร์เซเดส-เบนซ์ ตั้งเป้าหมายไว้คือการเพิ่มปริมาณการขายต่อจุดขายและบุคลากร ตลอดจนการเพิ่มการเติบโตของธุรกิจผ่านช่องทางออนไลน์ควบคู่ไปกับการเติบโตของศูนย์บริการ เมอร์เซเดส-เบนซ์ พร้อมเพิ่มความหลากหลายในรูปแบบการขาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเพิ่มศูนย์บริการเพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น อันเป็นผลมาจากการเติบโตของยอดขายรถยนต์ใหม่อย่างต่อเนื่อง เมอร์เซเดส-เบนซ์ ยืนยันว่า โชว์รูมและศูนย์บริการจะยังคงเป็นส่วนสำคัญของธุรกิจ แต่เราต้องปรับบทบาทใหม่ โดยเปลี่ยนโชว์รูมให้กลายเป็น Touchpoint ที่ช่วย เติมเต็มประสบการณ์ และให้ลูกค้าสามารถกำหนดทุกอย่างได้ตามความต้องการ 

ซึ่งภายใต้ทิศทางใหม่นี้ ลูกค้าจะสามารถเชื่อมต่อแบรนด์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้ก่อนผ่านช่องทางออนไลน์ ก่อนที่แบรนด์จะพาลูกค้าเชื่อมต่อไปยังช่องทางออฟไลน์ที่โชว์รูมและศูนย์บริการได้อย่างไร้รอยต่อ ซึ่งนี่คือวิธีการที่เมอร์เซเดส-เบนซ์ สามารถบริหารงานได้อย่างมีความยืดหยุ่นและสะดวกขึ้นสำหรับลูกค้า ทั้งยังเป็นการบริหารงานที่มีความยั่งยืนมากขึ้นสำหรับพันธมิตรในระยะยาว




กำลังโหลดความคิดเห็น...