xs
xsm
sm
md
lg

ขับครั้งแรก เอ็มจี เอ็กซ์เทนเดอร์ กระบะน้องใหม่ตลาดไทย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์




เปิดตัวด้วยกระแสที่สร้างความฮือฮาอย่างมากมายสำหรับ เอ็มจี เอ็กซ์เทนเดอร์ (MG Extender)กระบะน้องใหม่ล่าสุดของประเทศไทย นับเป็นผู้เล่นรายที่ 10 ที่เข้ามาบุกตลาดรถกระบะขนาด 1ตันที่ใหญ่ที่สุดในโลกแห่งนี้ บางคนเชื่อว่าต้องมีดี จึงเข้ามา บางคนไม่เชื่อถือว่าจะทำได้ดี

ดังนั้น เพื่อพิสูจน์ให้เห็นกัน ในวันเปิดตัวครั้งแรกรอบสื่อมวลชนนั้น ทางเอ็มจี ได้จัดให้มีการทดลองขับแบบสั้นๆ ทั้งทางเรียบและทางฝุ่น ก่อนที่จะมีการทดลองขับเต็มรูปแบบอีกครั้งหนึ่ง(โปรดติดตาม) นัยว่า เพื่อสร้างการรับรู้ให้ครบถ้วน โดยตัวรถพร้อมวางจำหน่ายและลงโชว์รูมอย่างเป็นทางการในวันที่ 16 สิงหาคม นี้







นิยามกระบะ สัญชาติไทย-จีน-ยุโรป

นี่คือคำถามที่ผู้เขียนยอมรับว่า ไม่สามารถหาคำตอบมานิยามให้ท่านผู้อ่านได้ แม้แต่การถามโดยตรงกับหัวหน้าทีมผู้ดูแลผลิตภัณฑ์ ไม่สามารถยืนยันคำตอบได้ ดังนั้น หากท่านอ่านบทความนี้จบแล้ว ขอให้ท่านนิยามด้วยตัวของท่านเอง จะเหมาะสมที่สุด

การดีไซน์ภายนอก เป็นความร่วมมือระหว่างทีมออกแบบของจีน-อังกฤษ และไทย พื้นฐานส่วนใหญ่หยิบมาจากกระบะของแบรนด์แม็กซัสในเครือ SAIC ที่มีทำตลาดอยู่แล้ว แต่นำมาปรับแต่งใหม่ให้มีความเหมาะสมกับตลาดของประเทศไทย จุดใหญ่แรกคือ กระจังหน้า จากแนวตั้งเปลี่ยนมาเป็นแนวนอนสไตล์ของรถเอ็มจี มีการขยับโป่งซุ้มล้อให้กว้างขึ้น พร้อมกับปรับแต่งมิติตัวถังต่างๆ ให้มีขนาดใหญ่ที่สุดในทุกมิติ เรียกว่าชูขนาดเป็นจุดขาย


การทำตลาดจะมีให้เลือกเพียง 2 แบบตัวถังคือ แค็บ และดับเบิล แค็บ เท่านั้น รวม 9 รุ่นย่อย โดยจะไม่มีการทำรุ่นหัวเดียวและแบบพีพีวีในช่วงเวลาอันใกล้นี้

หัวใจมาด้วยทางเลือกเดียวคือ เครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร คอมมอนเรล เทอร์โบ อินเตอร์คูลเลอร์ ไดเร็คอินเจ็คชัน กำลังสูงสุด 161 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 375 นิวตันเมตร ส่งกำลังด้วย 2 ทางเลือกคือ เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด และ ธรรมดา 6 สปีด พวงมาลัยยังเป็นแบบพาวเวอร์ผ่อนแรงด้วยไฮโดรลิค รัศมีวงเลี้ยวแคบสุด 6.0 เมตรในรุ่นความสูงปกติ และ 6.3 เมตร ในรุ่นตัวถังยกสูง

ระบบช่วงล่างหน้า แบบอิสระ ปีกนกคู่ ส่วนหลังเป็นแบบแหนบซ้อนแผ่น ระบบเบรก ทั้งด้านหน้าและหลังเป็น ดิสก์เบรกทั้งสี่ล้อ ยกเว้นรุ่นแค็บความสูงปกติที่ยังเป็น ดรัมเบรก


สำหรับภายในห้องโดยสารใหญ่และกว้างที่สุด รวมถึงตัวกระบะท้ายมีขนาดยาวถึง 1,900 มม. ยาวที่สุดในรถกระบะแบบมีแค็บด้วยกัน อุปกรณ์อำนวยความสะดวกภายในห้องโดยสารมีให้อย่างครบครัน ขณะที่จุดเด่นอยู่ที่หน้าจอขนาด 10 นิ้ว ที่มีระบบ i-Smart ติดตั้งมาให้ด้วย (ในรุ่นท็อปของแต่ละรุ่นย่อย)

ซึ่งเจ้าระบบ ไอ-สมาร์ท นั้นใครที่คุ้นเคยกับเอ็มจี จะทราบดีว่า มีความสามารถมากมายรวมถึงการติดตามรถหายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ระบุตำแหน่งที่ชัดเจนรวมถึงเส้นทางที่วิ่งผ่านมาได้อย่างละเอียด และระบบยังแสดงผลได้แม้กระทั่งว่า มีประตูบานไหนเปิดอยู่บ้าง

ภาพรวมของตัวรถทางเอ็มจีเลือกใช้ชิ้นส่วนจาก จากผู้ผลิตสัญชาติยุโรปและอเมริกา เป็นหลัก ซึ่ง เอ็มจี เอ็กซ์เทนเดอร์ ใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศไทย 50% และนำเข้า 50% โดยใช้โรงงานในประเทศไทยเป็นฐานการผลิตรถกระบะรุ่นนี้ ซึ่งมีแผนส่งออกในอนาคตอีกด้วย ดังนี้แล้วผู้เขียนจึงไม่สามารถนิยามด้วยตัวเองได้


นั่งนุ่ม แรงพอดี สมค่าตัว

การทดลองขับในครั้งนี้จัดเป็นสองส่วนแบบสั้นๆ หนึ่งเริ่มต้นด้วยการขับแบบออฟโรด โดยใช้รุ่นท็อปสุดขับ 4 มีไอ-สมาร์ท กับเส้นทางจำลองการลุยป่า ด้วยเนินสลับรถจะวิ่งด้วย 3 ล้อ โดยล้อหลังข้างหนึ่งจะลอยไม่แตะพื้น เพื่อแสดงให้เห็นถึงระบบเฟืองท้ายแบบ ลิมิเต็ดสลิป ที่สามารถทำงานโดยอัตโนมัตินำพาผู้ขับขี่ผ่านพ้นอุปสรรคไปได้

ถัดมาเป็นการขับผ่านทางดินลูกรังที่ค่อนข้างนุ่ม เนื่องจากมีฝนตกลงมาก่อนหน้า ผ่านหลุมบ่อเล็กๆ พอให้รับรู้ได้ว่า ช่วงล่างของ เอ็มจี เอ็กซ์เทนเดอร์ สามารถดูดซับแรงสะเทือนได้ดี น่าประทับใจ เรียกว่า ความรู้สึกใกล้เคียงกับการขับรถยนต์แบบเก๋ง คือค่อนข้างนุ่มนวล


ถัดมาเป็นการลองขับขึ้นเนินชันแล้วหยุดกลางเนิน ทดลองระบบออกตัวบนทางลาดชัน (HAS) ดูพละกำลังและแรงบิดที่ขอชมเชยว่า ทำออกมาได้พอดี ไม่ต้องห่วงเรื่องกำลังไม่พอหรือลุยไม่ไหว เมื่อขึ้นเนินแล้ว ต่อมาลงเนิน จึงเป็นการได้ลองระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน(HDC) ที่สามารถล็อกความเร็วได้ตั้งแต่ 7-35 กม./ชม. ผลลัพธ์คือ การขับที่ไม่ต้องแตะเบรก รถขับลงอย่างช้าๆ ตามความเร็วที่เราเซ็ตอัพเอาไว้ได้

ต่อมาเป็นการขับผ่านหลุมที่มีน้ำขัง แม้จะไม่ลึกมากแต่ก็พอจะทำให้รถเปียกและเปื้อนได้ โดยผู้เขียนได้ขับพุ่งลงไปอย่างแรงเท่าที่จะทำได้ ยังคงประทับใจกับการดูดซับแรงสะเทือน ที่นุ่มนวลแต่ไม่ย้วยจนรู้สึกว่า ยวบยาบแต่อย่างใด ยอมรับว่า เอ็มจี ทำการบ้านในส่วนนี้มาได้อย่างดีทีเดียว น่าจะถูกกับจริตของผู้ขับขี่ชาวไทย ที่ใช้งานรถกระบะในแบบเอนกประสงค์ประหนึ่งรถยนต์นั่ง มากกว่าการใช้บรรทุกที่ต้องใช้ช่วงล่างแบบแข็งๆ


เสร็จสิ้นการขับแบบออฟโรดสั้นๆ มาต่อกันด้วยการขับบนพื้นถนนทางเรียบและโค้งเล็กๆ ซึ่งทีมงานให้ขับได้คนละหนึ่งรอบสนาม แต่ตามสไตล์ของผู้เขียนจัดหนักจัดเต็มพร้อมรอบแถมรวมๆ แล้ว 6 รอบ หรือเรียกง่ายๆ ว่า ไม่ไล่ก็ยังไม่เลิก ขับกันจนทีมงานปิดสนาม เนื่องจากผู้เขียนอยู่ในจุดในเป็นชุดสุดท้ายจึงสามารถทำได้เมื่อมีเวลาเหลือ

จุดสตาร์ทเริ่มต้นด้วยการออกตัวแบบเต็มสปีดแล้วเบรกกะทันหัน ความรู้สึกของการออกตัวแบบเร่งด่วนบนถนนแบบปกตินั้น เอ็มจี เอ็กซ์เทนเดอร์ ตอบสนองพุ่งทันใจดี แต่มีสิ่งที่ไม่ชอบคือเสียงเครื่องยนต์จะค่อนข้างดัง และตัวรถมีการสั่นเบาๆ นิดหน่อย (คล้ายๆ ว่าจะมาจากยางที่เกิดการล้อฟรี)


ผู้เขียนเร่งความเร็วได้ถึง 80 กม./ชม. ณ จุดเบรกที่ทีมงานให้เรากระทืบแป้นเบรกแบบเต็มแรง ทั้ง 6 รอบ กระทืบทุกรอบ (สลับรถ 3 คัน โดยเป็นรุ่น 4 ประตูทั้งหมด) ผลลัพธ์คือ ทุกครั้ง เบรกหยุดแบบสนิท แบบสั้นไม่ชนกรวยที่วางขวางหน้าไว้ และไม่มีเสียการทรงตัวแต่อย่างใด เรียกว่า เบรกแล้วประทับใจ เหลือลองเบรกที่ความเร็วสูงดูว่าจะเป็นอย่างไรบ้าง คงต้องเป็นคิวการขับเต็มรูปแบบอีกครั้ง

ต่อด้วยการขับแบบสลาลม ดูการทรงตัว จากนั้นเข้าโค้งยาวๆ และต่อด้วยโค้งหักศอก ดูการควบคุมพวงมาลัย น้ำหนักพอดีมือ ไม่ถึงกับเบามาก และก็ไม่หนักจนขับเหนื่อย ต้องยอมรับว่า ความเฉียบคมน้อยกว่าหากเทียบกับพวงมาลัยแบบไฟฟ้า


ทั้งนี้ปิดท้ายการขับด้วย การนำเชือกมาวางขวางบนถนนเพื่อให้รับรู้ถึงการดูดซับแรงสะเทือนของช่วงล่าง ที่ต้องชมเลยว่า ดี และประทับใจ ยังรับรู้ถึงการสะเทือน แต่ไม่กระเด้ง สมกับที่ทีมงานเอ็มจีบอกว่า ช่วงล่างชุดนี้ถูกเซ็ตมาเพื่อการเป็นรถนั่งมากกว่าการบรรทุกหนัก และตั้งใจทำเป็นพิเศษเพื่อลูกค้าชาวไทย หากเทียบกับ คันที่ผู้เขียนเคยขับที่ประเทศจีน ซึ่งเป็นรุ่นเดียวกัน(ก่อนถูกปรับปรุง) บอกเลยว่า แตกต่างอย่างสิ้นเชิง เอ็มจี เอ็กซ์เทนเดอร์ ถูกจริตผู้เขียนมากกว่าชัดเจน

เหมาะกับใคร

ขับเพียงเท่านี้ ขออนุญาต ไม่สามารถฟันธงแบบ 100% ได้ แต่สำหรับลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย ผู้ใช้งานรถกระบะแบบเอนกประสงค์ เน้นการขับขี่ที่นุ่มสบายมากกว่าการบรรทุกหนัก เอ็มจี เอ็กซ์เทนเดอร์ ถือว่าเป็นตัวเลือกใหม่ที่น่าสนใจทีเดียว ด้วยค่าตัวที่ต่ำกว่าคู่แข่งในระดับเดียวกันราว 10% คุ้มค่ากับการมาทดลองขับแน่นอน แต่จะคุ้มค่ากับการซื้อหาหรือไม่ คงต้องรอติดตามอีกสักหน่อย












กำลังโหลดความคิดเห็น...