xs
xsm
sm
md
lg

เจาะเทคโนโลยีสุดล้ำ โลกยานยนต์อนาคต

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ปัจจุบันเทคโนโลยีด้านต่างๆ มีการพัฒนากันอย่างมากมายและก้าวหน้าแบบก้าวกระโดดกันทีเดียว โดยเฉพาะในวงการอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ต่างคิดค้นเทคโนโลยีใหม่ๆ สำหรับยานยนต์ในอนาคต ทั้งในรูปแบบการอำนวยความสะดวกในการขับขี่ การปกป้องการเกิดอุบัติเหตุและความปลอดภัย รวมถึงการสร้างความสะดวกสบายในการติดต่อสื่อสาร หรือการบริการในด้านต่างๆ วันนี้ ทางทีมงาน เอ็มจีอาร์มอเตอร์ริ่ง จึงขอรวบรวมเทคโนโลยีสุดล้ำล่าสุดในวงการยานยนต์มาอัพเดทกัน




หุ่นยนต์เดลิเวอรี่ : อัศวินสำหรับธุรกิจลอจิสติกส์


ในอนาคตธุรกิจลอจิสติกส์และธุรกิจสินค้าออนไลน์จะมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น ด้วยเหตุนี้ ทางคอนติเนนทอล จึงได้คิดค้นและพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด เพื่อรองรับการบริการด้านการขนส่งสินค้าและพัสดุแบบอัตโนมัติที่ไม่ต้องใช้คนอีกต่อไป นั่นคือ “หุ่นยนต์เดลิเวอรี่” ที่ผสานการทำงานร่วมกับเทคโนโลยีระบบยานยนต์ไฟฟ้าอัตโนมัติ ที่เรียกว่า CUbE (Continental Urban Mobility Experience) หรือรู้จักกันในฐานะยานยนต์ไร้คนขับ Robo-Taxi




ทั้งนี้ จากการประเมินสถานการณ์ตลาดโลกว่า ความต้องการด้านบริการจัดส่งสินค้าจะเพิ่มขึ้น ใกล้เคียงกับความต้องการระบบขนส่งสาธารณะในเมือง คอนติเนนทอลจึงได้คิดค้นเทคโนโลยีเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของตลาดและสังคม โดยผนวกยานยนต์ไร้คนขับกับหุ่นยนต์เดลิเวอรี่ ซึ่งเป็นการพัฒนาช่องทางการบริการขนส่งสินค้าละพัสดุแบบอัตโนมัติที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น



การผนวกรวมครั้งนี้ นับเป็นการขับเคลื่อนเทคโนโลยีระบบอัตโนมัติแบบสมบูรณ์ (Seamless Mobility) โดยยานยนต์ไร้คนขับจะบรรทุกหุ่นยนต์เดลิเวอรี่หลายๆ ตัว ที่บรรจุสินค้าและพัสดุ นำไปส่งที่จุดหมายปลายทางให้แก่ผู้บริโภค อย่างมีประสิทธิภาพ ประหยัดเวลา ทั้งสามารถทำงานได้ตลอด 24 ชม. ที่สำคัญ ยังสามารถช่วยแก้ปัญหาการจราจรติดขัดในเมืองได้อีกด้วย




แพลตฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์ใหม่ : ทะลวงด้านการสื่อสาร


จีเอ็มเปิดตัวแพลตฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์รุ่นใหม่ล่าสุด เพื่อรองรับการรับ-ส่งข้อมูลทางไฟฟ้า (bandwidth) และการเชื่อมต่อที่มีความจำเป็นมากขึ้น เพื่อสร้างความมั่นใจว่า ฟีเจอร์สำคัญ อย่างระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ซูเปอร์ ครูส (Super Cruise) และระบบความปลอดภัยเชิงป้องกันก่อนเกิดเหตุที่ทันสมัย จะสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่น


เทคโนโลยีใหม่นี้ จะสามารถจัดการประมวลผลข้อมูลได้สูงสุด 4.5 เทราไบต์ต่อชั่วโมง หรือเพิ่มขึ้น 5 เท่า เมื่อเทียบกับโครงสร้างทางไฟฟ้าที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน โดยขยายศักยภาพการอัพเดทซอฟต์แวร์แบบไร้สาย รองรับการอัพเกรดตลอดอายุการใช้งานของรถยนต์ จีเอ็ม
นอกจากนี้ ยังช่วยให้การสื่อสารรวดเร็วฉับไวมากขึ้น ทั้งภายในตัวรถยนต์กับแหล่งรับ-ส่งสัญญาณภายนอก ด้วยการเชื่อมต่ออีเธอร์เน็ต ที่มีความเร็ว 100 เมกะบิตต่อวินาที 1 กิกะบิตต่อวินาที และ 10 กิกะบิตต่อวินาที ทั้งยังมีฟีเจอร์ในการป้องกันความปลอดภัยเพิ่มเติมทั้งในระดับฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์อีกด้วย





“การทำงานของซอฟต์แวร์มีความสำคัญต่อรถยนต์ทั้งในปัจจุบันและอนาคต โดยจะช่วยเสริมสร้างรากฐานอันแข็งแกร่งให้แก่นวัตกรรมทั้งหมดในอนาคตของทุกความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ทั้งรถยนต์พลังงานไฟฟ้าและระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติที่มีการขยายตัว”มาร์ก รอยส์ ประธานกรรมการ จีเอ็ม กล่าว



จีเอ็ม ได้วางแผนที่จะติดตั้งแพลตฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์ใหม่ล่าสุดเป็นครั้งแรก ในรถซีดาน คาดิลแลค ซีที5 ที่จะขึ้นสายการผลิตในปีนี้ และใช้กับรถยนต์ส่วนใหญ่ของจีเอ็ม ที่จะวางขายทั่วโลก ในปี 2566






เรดาร์ระยะใกล้ ช่วยเหลือ-ปกป้อง 360 องศา


ระบบเรดาร์ระยะใกล้ใหม่!จากการคิดค้นของ “คอนติเนนทอล” ที่จับเอาคลื่นความถี่วิทยุ 77 GHz มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพเซ็นเซอร์เรดาร์ ให้ตรวจจับสภาพแวดล้อมที่ละเอียดและแม่นยำมากขึ้น ทั้งสามารถตรวจจับผู้ใช้ถนน สิ่งกีดขวาง และทิศทางการเคลื่อนไหวและความเร็วของรถยนต์ ทั้งยังสามารถตรวจจับสภาพแวดล้อมภายนอกได้แบบ 360 องศาอีกด้วย





นอกจากนี้ ยังเป็นองค์ประกอบพื้นฐานที่สำคัญของระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ในอนาคต โดยเฉพาะระบบขับขี่อัตโนมัติและระบบขับขี่อิสระ เช่น ระบบช่วยดึงกลับเข้าเลนแบบฉุกเฉิน, ระบบตรวจจับจุดอับสายตา (Blind Spot), ระบบช่วยเหลือการเปลี่ยนช่องจราจร, ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินขณะเลี้ยวขวา หรือระบบแจ้งเตือนขณะกำลังเปิดประตูลงจากรถ เป็นต้น ทั้งหมดเป็นฟังก์ชันด้านความปลอดภัยสำหรับผู้ใช้รถใช้ถนน



เทคโนโลยีรุ่นใหม่นี้ ผ่านมาตรฐานด้านความปลอดภัย ขององค์กรทดสอบการชนของรถยนต์แห่งยุโรป หรือ EURO NCAP ที่จะประกาศใช้ในปี 2022 เป็นต้นไป






ระบบวิเคราะห์การบาดเจ็บและช่วยเหลือฉุกเฉิน

ฮุนได จับมือ MDGo พัฒนาการเชื่อมต่อบริการเพื่อสุขภาพและรถยนต์ด้วยเทคโนโลยี MDGo ที่จะช่วยวิเคราะห์การบาดเจ็บของผู้โดยสารแบบเรียลไทม์ ภายใน 7 วินาทีหลังเกิดเหตุ และแจ้งเตือนบริการฉุกเฉิน รวมถึงการช่วยเหลือทางการแพทย์ให้แก่ผู้ขับขี่ที่ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุบนท้องถนน จากการตรวจจับเคลื่อนแม่เหล็กไฟฟ้าในรถยนต์ และระบบจะส่งข้อมูลที่สำคัญเบื้องต้นเพื่อการให้บริการฉุกเฉินทางการแพทย์ เช่น ความรุนแรงของการบาดเจ็บ หรือการเปิดใช้งานของระบบความปลอดภัย เป็นต้น



นวัตกรรมนี้ จะช่วยบรรเทาอาการบาดเจ็บและรักษาชีวิตของผู้บาดเจ็บก่อนที่จะนำผู้ได้รับบาดเจ็บส่งถึงมือแพทย์ การให้บริการฉุกเฉินจะช่วยประเมินความต้องการความช่วยเหลือจากแพทย์ และปรับใช้ทักษะของบุคลากรทางการแพทย์ให้เหมาะสมก่อนจะเดินทางมาถึงจุดเกิดเหตุ







ทั้งนี้ เทคโนโลยี MDGo จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านความปลอดภัย และปรับปรุงบริการด้านการแพทย์ฉุกเฉินในระยะเวลาอันสั้น ทั้งช่วยลดช่องว่างและช่วยชีวิตผู้คนจากการเกิดอุบัติเหตุได้มากขึ้น …




ยองโช จิ ประธานและหัวหน้างานฝ่ายนวัตกรรม ฮุนได มอเตอร์ กรุ๊ป กล่าวว่า “MDGo เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพความปลอดภัยแก่ผู้ขับขี่ และคาดว่าจะช่วยปรับปรุงการให้บริการด้านการแพทย์ฉุกเฉินของรถยนต์ได้ในระยะเวลาอันสั้น ขณะที่เป้าหมายระยะยาว ฮุนได มุ่งหานวัตกรรมเพื่อประสบการณ์ของผู้โดยสาร ด้วยรถที่ปลอดภัยพร้อมเทคโนโลยีที่สามารถตรวจสอบสภาพร่างกายได้แบบเรียลไทม์”










อิเท เบนกาด ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร MDGo กล่าวว่า “วิสัยทัศน์ของ ฮุนไดช่วยลดช่องว่างระหว่างรถยนต์และการแพทย์ ด้วยการแบ่งปันข้อมูลการใช้รถยนต์ เพื่อมาปรับปรุงด้านความปลอดภัยของผู้โดยสาร และวิเคราะห์พัฒนาด้านการแพทย์ในอนาคตต่อไป”



ทั้งหมดเป็นแค่ส่วนหนึ่งของเทคโนโลยีที่กำลังพัฒนาและจะเกิดขึ้นในอนาคต และเชื่อได้เลยว่าทุกธุรกิจคงจะไม่หยุดนิ่งอยู่แค่นี้ ยังคงคิดค้นพัฒนาต่อยอดขึ้นไปเรื่อย ๆ แต่จะออกมาในรูปแบบใดบ้าง ..เราคงต้องติดตามกันต่อไป






กำลังโหลดความคิดเห็น...