xs
xsm
sm
md
lg

“โรลันด์ โฟลเกอร์” เมอร์เซเดส-เบนซ์ จะดูหนุ่มขึ้น

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


เด็กน้อยแห่งเมืองสตุทการ์ท ผู้ซึ่งทุกครั้งที่มองออกไปนอกหน้าต่างของบ้านตัวเอง จะเห็น “ดาว” ดวงใหญ่หนึ่งดวงหมุนได้อยู่ตลอดเวลา ซึ่งเขายังไม่เข้าใจว่าดาวดวงนั้นคืออะไร จนกระทั่งโตขึ้นจึงได้รู้ว่า ดาวที่เขาเห็นมาตลอดชีวิตนั้น มีความสูง 12 เมตร และเป็นสัญลักษณ์ที่บ่งบอกว่า ที่แห่งนี้คือ สำนักงานใหญ่ของ “เมอร์เซเดส-เบนซ์”




แล้ววันหนึ่งเมื่อเด็กหนุ่มเติบใหญ่ เขาได้รับข้อเสนอทั้งทุนการเรียนพร้อมกับการได้มาทำงานกับบริษัทที่ตัวเห็นมาตั้งแต่เด็ก ทั้งหมดนี้อาจจะดูเหมือนพล็อตเรื่องนิยาย แต่สำหรับ “โรลันด์ โฟลเกอร์” ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ทั้งหมดนี้คือ ชีวประวัติชีวิตของเขา

ส่วนแนวคิดและวิถีต่างๆ ในการทำงานจะเป็นอย่างไร เอ็มจีอาร์ มอเตอริ่ง เข้าร่วมสัมภาษณ์แบบเปิดใจในทุกแง่มุมหลังการเข้ามารับตำแหน่งประธานบริหารอย่างเป็นทางการในประเทศไทย









-ร่วมงานกับเมอร์เซเดส-เบนซ์ได้อย่างไร

เมอร์เซเดส-เบนซ์เปิดโปรแกรมใหม่ โดยให้มาทำงานที่นี่ 3 ปี โดยทำทุกอย่างเหมือนการเรียนปริญญาโท และจะให้เลือกสาขาที่ตนเองชอบ ซึ่งแบบนี้ทำให้คนรู้ว่าชอบหรือไม่ชอบแบบไหน ส่วนตัวผมเลือกเรียนมาร์เก็ตติ้งและการพัฒนาองค์กร




หลังจากจบ 3 ปี ก็ได้งานที่เมอร์เซเดส-เบนซ์ ทำแผนกอะไหล่ โดยในปี 1985 เข้ามาเมืองไทย มาทำงานร่วมกับธนบุรีพานิช ผู้จัดจำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์ ในขณะนั้นอยู่ช่วงเวลาหนึ่ง จากนั้นมีการก่อตั้ง เมอร์เซเดส-เบนซ์ เอเชีย (รวบรวมและติดต่อผู้ค้ารถในเอเชียทั้งหมด) จึงได้เข้ามาดูแล แล้วกลับไปเป็นผู้ช่วยของบอร์ดที่สำนักงานใหญ่ เยอรมนี จากนั้นถูกส่งไปอเมริกา ทำโปรเจ็กต์ M-Class ซึ่งเป็นรถ SUV คันแรกของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ในปี 1993








- M-Class อยู่ในหนังเรื่องจูราสสิค พาร์คได้อย่างไร

ผมเป็นส่วนหนึ่งของทีมนั้น เราคุยกับฮอลลีวูด (Hollywood) โดยให้ M-Class ไปถ่ายทำก่อนที่ตัวรถเองจะเปิดตัวนานถึง 6 เดือน นั่นหมายความว่าทุกอย่างจะต้องเป็นความลับ และเมื่อหนังมีกำหนดฉาย จังหวะดีที่เป็นช่วงเดียวกับการเปิดตัวของ M-Class อีกด้วย เหนืออื่นใด M-Class มีราคาถูกกว่า C-Class ที่ขายในขณะนั้นด้วย ทำให้ M-Class ประสบความสำเร็จอย่างน่าประทับใจและต่อจากนั้นมี GLS /GLC และGLA ตามคลานกันมาอย่างที่เห็นในปัจจุบัน











-ชอบ M-Class ที่สุดหรือไม่

ผมไม่สามารถบอกไม่ได้ แต่เป็น M-Class รถที่ผูกพันกันมากที่สุด เพราะถ้าหากเทียบ GLE ปัจจุบันแตกต่างจากช่วงนั้นมาก ทั้งโครงสร้างพื้นฐานรถ และเทคโนโลยี








-สิ่งท้าทายหลังรับตำแหน่งใหม่ในไทย

สิ่งที่ท้าทายคือเรื่องเวลา ที่ต้องพัฒนาสัญชาติญาณในการตัดสินใจให้รวดเร็ว บนพื้นฐานที่แม้จะยังไม่ได้ข้อมูลครบถ้วน หากให้เปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ ที่เคยดูแลมาไม่สามารถทำได้ เพราะแต่ละประเทศมีความต้องการแตกต่างกัน เราต้องรู้จักเปิดรับสิ่งใหม่ๆ ดีลเลอร์เป็นอย่างไร ลูกค้าเป็นแบบไหน









- คิดอย่างไรกับตำแหน่งเบอร์ 1 รถหรูในไทย

ยังมีอะไรอีกมากมายที่ต้องทำ เช่น ภาครัฐต้องการให้เราทำอะไรมากขึ้นหรือน้อยลง ซึ่งมีผลกระทบต่อเนื่อง ส่วนในแง่ของลูกค้า เราจะคงไว้ซึ่ง คุณภาพสินค้า คุณภาพการบริการ และรักษาความมั่นใจในสินค้าให้คงอยู่กับลูกค้า รวมถึงราคาขายต่อ









-กลยุทธ์ในปีนี้

เปิดตัวรถใหม่ อะไรก็ตามที่เห็นในต่างประเทศ จะได้เห็นในไทย แต่อาจจะช้าหรือเร็ว เป็นไปตามกระบวนการ ซึ่งพวงมาลัยซ้ายเปิดก่อน พวงมาลัยขวาทีหลัง และเป็นเรื่องกลยุทธ์การประกอบในประเทศด้วยที่ต้องมีการวางแผนให้สอดคล้องกัน และเราจะขยับรุกโลกโซเชียลมีเดียเพิ่มขึ้น เพื่อทำให้แบรนด์เราดูเด็กลง หนุ่มขึ้น ขยายฐานลูกค้าให้กว้างในหลายๆรุ่น เช่น การเปิดรถภายใต้แบรนด์ Mercedes-AMG เป็นต้น









-รถยนต์ไฟฟ้า EQC มาเมื่อไร

ยังเป็นหัวข้อที่ถกเถียงกันอยู่ว่าจะมาเมื่อไร เพราะไม่ใช่เพียงแต่เอารถเข้ามาขายอย่างเดียว เราต้องพยายามผลิตในประเทศให้ได้ ซึ่งการจะประกอบในประเทศได้นั้นจำเป็นต้องมียอดขายจำนวนมากพอ

การทำรถไฟฟ้า ไม่ใช่แค่มีรถหนึ่งรุ่นแล้วนำมอเตอร์มาใส่ลงไปแทนเครื่อง หรือนำแบตเตอรี่มาใส่แทนถังน้ำมัน รถยนต์ไฟฟ้าจำเป็นต้องสร้างขึ้นมาใหม่ทั้งหมด รวมไปถึงเทคโนโลยีด้านการชาร์จไฟฟ้า ที่ต้องมีรองรับอย่างเพียงพอ โดยจุดนี้ต้องเจรจากับดีลเลอร์ให้ชัดเจนว่าจะทำอย่างไรได้บ้าง ซึ่งในช่วงเริ่มต้นเช่นนี้น่าจะเหมาะกับเมืองใหญ่ ยังไม่ใช่การขายแบบทั่วประเทศ ส่วนลูกค้าต่างจังหวัดจะเหมาะกับการใช้รถแบบปลั๊กอิน-ไฮบริดมากกว่า







- เป้าหมาย

เป้าหมาย... ตอบได้ง่ายมาก แต่เราจะทำได้หรือไม่ เป็นอีกเรื่องหนึ่ง เราประกาศว่าจะเป็นผู้นำตลาดรถไฟฟ้า ปลั๊กอิน ซึ่งต้องได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ โดยในภูมิภาคนี้ ถือว่าประเทศไทยได้มากที่สุด ทั้งภาษีนำเข้า และภาษีสรรพสามิต ตั้งแต่ไฮบริด ,ปลั๊กอินไฮบริด โดยสนับสนุนมาหลายปี









- รัฐควรสนับสนุนอะไรเพิ่มอีกหรือไม่

สิ่งที่อยากให้รัฐทำ คือ อยากให้รัฐมีที่ชาร์จไฟฟ้า ส่วนสิ่งที่ไม่ชัดเจน คือ การจัดเก็บค่าไฟจำนวนเท่าไรหรือใครสามารถเรียกเก็บได้บ้าง รวมถึงบรรดาเครือข่ายที่ชาร์จควรมีหน่วยงานกลางที่สามารถบอกได้ว่า จะนำรถไปชาร์จไฟได้ที่ไหนบ้าง ควรทำให้เกิดตรงนี้










-พฤติกรรมของลูกค้าประเทศไทยเป็นอย่างไร

แน่นอนว่า ลูกค้าแต่ละประเทศย่อมมีทัศนคติที่แตกต่างกันออกไป ประเทศไทย มีประชากรกว่า 70 ล้านคน ขายรถเบนซ์ได้ราว 15,000 คันต่อปี เทียบกับที่อินเดีย มีประชากร 1,300 ล้านคน ขายรถเบนซ์ได้ 10,000 คัน สิ่งนี้คงต้องขอบคุณทางธนบุรีพานิช ที่ทำให้แบรนด์ เมอร์เซเดส-เบนซ์ติดอยู่ในใจคนไทยมาอย่างยาวนาน








กำลังโหลดความคิดเห็น...